เอเอฟพี - คนชาติไหนๆ ย่อมต้องมีการจีบกันการเกี้ยวพาราสีกันทั้งนั้น แต่วิธีในการประชิดติดพันจะขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมของชาตินั้นๆ อยู่มาก อย่างในยุโรปนั้นชอบพูดกันว่า คนอังกฤษเป็นพวกขายขนมจีบแบบเชยๆ ขณะที่คนฝรั่งเศสชอบอ้อนด้วยลูกยอ ส่วนคนสแกนดิเนเวียนิยมพูดตรงโล่งโจ้ง และคนอิตาเลียนเรียกร้องความคุ้นเคยชิดเชื้อกันก่อน
"โดยพื้นฐานแล้ว พวกเราได้รับมรดกตกทอดวิธีเกี้ยวพาที่ประสบความสำเร็จกันมาอย่างยาวนาน และมันแฝงฝังแน่นหนาอยู่ในสมองของเรา" นักมานุษยวิทยาสังคม เคต ฟอกซ์ อธิบาย
วาระที่วันวาเลนไทน์เวียนมาถึงอีกคำรบหนึ่งในวันนี้ ใครๆ ซึ่งเสาะแสวงหาคู่ ย่อมต้องลับคมปรับแต่งทักษะการเกี้ยวพาของตน ด้วยความหวังว่าจะได้รับศรรักปักอกจากกามเทพกันบ้าง
แต่ต้องระวังว่าอาจจะต้องบาดเจ็บจากการปฏิบัติการแห่งความละมุนละไม โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าอยู่ในฐานะเป็นคนต่างชาติ เพราะกฎเกณฑ์แห่งการเกี้ยวพานั้นช่างกำกวมแถมยังแตกต่างออกไปได้มากในแต่ละวัฒนธรรม
ในเนเธอร์แลนด์ การแตะเนื้อต้องตัวคนแปลกหน้า กระทั่งแค่ใช้มือแตะไหล่อย่างฉันมิตรในผับ ถือเป็นเรื่องกระทำมิได้ เช่นเดียวกับการเข้าไปจีบหรือเที่ยวพูดยอแทะโลมคนแปลกหน้าตามท้องถนน
อย่างไรก็ตาม แคตินา สาวอเมริกันวัยสามสิบเศษ ซึ่งทำงานอยู่กับองค์การระหว่างประเทศแห่งหนึ่งในกรุงเฮก มีคำแนะนำแบบผู้ประสบความสำเร็จหาหนุ่มชาวดัตช์มาเป็นแฟนได้แล้ว 3 คน นั่นคือ "ในเนเธอร์แลนด์คุณต้องคอยสบตาและเข้าไปประชิดหนุ่มๆ พวกเขาไม่เข้ามาหาคุณหรอก"
ในอังกฤษ การเกี้ยวพามักต้องมีสุราคอยเติมเชื้อ เพื่อปกป้องความหวาดหวั่นที่จะต้องแสดงความชิดเชื้อ ตลอดจนความกลัวที่จะถูกปฏิเสธ
"ผู้ชายอังกฤษถ้าไม่สงวนท่าที เก็บปากเก็บลิ้น และเคอะเขิน ก็จะเชยๆ และนุ่มนวลไม่เป็น เขาชอบที่จะกินเหล้ามากเกินไป การเกี้ยวพาของผู้ชายอังกฤษมักเป็นไปอย่างอ้อมค้อมมาก และเต็มไปด้วยคำพูดซึ่งทำให้รู้สึกว่าถูกดูถูก มากกว่าเป็นการเยินยอยกย่อง" ฟอกซ์บอก เธอเป็นนักวิจัยซึ่งตั้งฐานอยู่ที่ออกซ์ฟอร์ด และเป็นผู้เขียนหนังสือเรื่อง "Watching the English: The Hidden Rules of English Behaviour" (จับจ้องมองคนอังกฤษ: กฎเกณฑ์เบื้องหลังพฤติกรรมของคนอังกฤษ) ที่เพิ่งออกวางจำหน่าย
สาวๆ อังกฤษซึ่งคุ้นเคยบรรยากาศมึนเมาตามผับที่บ้านเกิด อาจถึงขั้นตะลึงงันไปเลย ระหว่างเดินทางข้ามช่องแคบไปยังฝรั่งเศส แล้วยังไม่ชินกับการที่จู่ๆ ก็มีหนุ่มเข้ามาป้อนลูกยอและพูดแทะโลมเปิดเผย
"ผู้ชายฝรั่งเศสแสดงชัดเจนในเรื่องทางเพศน้อยกว่า มีการพูดกระเซ้าล้อเล่นน้อยกว่า แต่ตรงไปตรงมามากกว่า พวกเขาจะพูดอะไรที่ไม่ได้เรื่อง อย่าง 'ตาของคุณน่ารักจริงๆ นะ'" นักข่าวสาวคนหนึ่งเล่าประสบการณ์
นอกจากนั้นยังเป็นเรื่องยอมรับกันได้ในฝรั่งเศส ที่ผู้ชายจะเดินตรงไปที่คนแปลกหน้าบนถนน และชวนให้ไปดื่มกาแฟด้วยกัน ถึงแม้มีความเสี่ยงที่จะถูกด่าเปิงกลับไป
ในสวีเดน ผู้ไปเยือนอาจถูกลวงให้คิดไปว่าที่นี่ไม่มีการเกี้ยวพากัน เนื่องจากคนแปลกหน้า 2 คนแทบจะไม่มีการเหลือบมองกัน, ขยิบตา, หรือส่งยิ้มเป็นสัญญาณ
แต่เมื่อถึงวันสุดสัปดาห์ ชาวสวีเดนทั้งชายและหญิงจะผ่อนคลายกันเป็นอย่างมาก ทว่าอย่าคาดหวังจะมีการโรมานซ์อย่างประณีตละเอียดอ่อน อีกทั้งเป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้ชายสวีเดนซึ่งกำลังมึนๆ จู่ๆ ก็จะถามผู้หญิงที่เตะตาว่า ต้องการมีเซ็กส์ไหม
ในอิตาลีซึ่งชายและหญิงโอบกอดกันอย่างง่ายดายในแต่ละครั้งที่พบเจอกันนั้น สาวต่างชาติอาจถูกมองเป็นเป้าหมายที่จะต้องลองเข้าไปจีบจากบรรดาหนุ่มอิตาเลียน ผู้ซึ่งมักหงุดหงิดเบื่อหน่ายกับประเพณีการเกี้ยวพาสร้างความคุ้นเคยกันก่อนอย่างยาวนาน ซึ่งพวกเขาต้องกระทำกับแฟนสาวชาวสปาเก็ตตี้ด้วยกัน


