เอเอฟพี/เอเจนซี - ฟิเดล คาสโตร ผู้นำคิวบาคู่กัดตลอดกาลของรัฐบาลสหรัฐฯ ปฏิเสธว่าไม่ได้ป่วยเป็นโรคพาร์คินสัน ตามรายงานของซีไอเอ ยืนยันร่างกาย "ยังฟิต" และถึงจะป่วยจริงๆ ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา
ประธานาธิบดีฟิเดล คาสโตร ผู้นำคิวบา ปฏิเสธรายงานของซีไอเอที่สรุปว่า เขาป่วยเป็นโรคพาร์คินสัน ระหว่างการปราศรัยเป็นเวลากว่า 3 ชั่วโมงที่มหาวิทยาลัยฮาวานา เมื่อวันพฤหัสบดี(17)
ผู้นำคิวบา ยืนยันว่ามีสุขภาพแข็งแรง และถึงแม้เขาจะป่วยเป็นพาร์กินสันจริงก็ไม่ใช่ปัญหาที่จะต้องหวั่นเกรง โดยยกตัวอย่างสมเด็จพระสันตะปาปา จอห์น ปอล ที่ 2 ว่า ถึงแม้พระองค์ประชวรด้วยโรคพาร์กินสัน แต่อดีตประมุขคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิกผู้ล่วงลับยังคงเดินทางไปทั่วโลกได้เป็นเวลาหลายปี
การปราศรัยครั้งนี้ คาสโตรยังได้ประณามการใช้สารไวต์ฟอสฟอรัสในระหว่างปฏิบัติการทางทหารของกองกำลังสหรัฐฯที่เมืองฟัลลูญะห์ของอิรัก ตลอดจนกรณีการเปิดโปงว่าสหรัฐฯ มีคุกลับที่ใช้ทรมานระหว่างการสอบสวนนักโทษก่อการร้ายด้วย
ทั้งนี้ เมื่อวันพุธ (16) ว่า หนังสือพิมพ์ไมอามี เฮอรัลด์ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวซึ่งไม่เปิดเผยชื่อว่า ซีไอเอได้สรุปการประเมินอาการป่วยของผู้นำคิวว่า คาสโตรเริ่มป่วยด้วยโรคพาร์กินสันมาตั้งแต่ปี 1998 โดยผลการประเมินนี้อ้างอิงหลักฐานหลากหลายประเภท ในจำนวนนี้รวมถึงการสังเกตท่าทางระหว่างปรากฏตัวต่อสาธารณชน ตลอดจนการลงความเห็นของแพทย์ ซึ่งทำงานให้กับซีไอเอ
พาร์คินสันถือเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ โดยทั่วโลกมีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไป ซึ่งป่วยเป็นโรคนี้ราว 1 เปอร์เซ็นต์ สำหรับผู้มีชื่อเสียงคนอื่นๆ ซึ่งเผชิญกับโรคร้ายดังกล่าวประกอบด้วย ไมเคิล เจ. ฟ็อกซ์ ดาราฮอลลีวู้ดชื่อดัง และโมฮัมหมัด อาลี ตำนานนักมวยผู้เกรียงไกรของสหรัฐฯ


