รอยเตอร์/สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย – สำนักวาติกันได้ประกาศอย่างแน่ชัดแล้วว่าสมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอล ที่ 2 องค์พระประมุขแห่งคริสตจักร ทรงสิ้นพระชนม์แล้ว เมื่อเวลา 02.37 น.ของวันที่ 3 ตามเวลาประเทศไทย โดยก่อนที่จะมีการประกาศถึงการสวรรคตขององค์ประมุขคริสตจักรต่อประชาชนนั้นจะต้องดำเนินการตามกฎหมายของวาติกัน ดังต่อไปนี้
ธรรมเนียมชันสูตรพระศพที่สืบทอดกันมา
เมื่อองค์สมเด็จพระสันตะปาปาสิ้นพระชนม์ ผู้ดำรงตำแหน่งคาแมร์เล็งโก หรือแชมเบอร์เลน ซึ่งทำหน้าที่เสมือนกรมวังราชสำนักขององค์โป๊ปจะต้องตรวจสอบและให้ความรับรองการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ โดยคาเมอร์เล็งโกคนปัจจุบัน คือ พระคาร์ดินัลเอดูอาร์โด มาร์ติเนซ โซมาล ซึ่งจะต้องทำการรับรองการสิ้นพระชนม์ด้วยการชันสูตรพระศพของพระสันตะปาปา ต่อหน้านายจารีตพิธีกรรมของพระสันตะปาปา พร้อมกับคณะสงฆ์ผู้ใหญ่ที่ประจำวังพระสันตะปาปา
ตามธรรมเนียมดั้งเดิม พระคาร์ดินัลคาแมร์เล็งโก จะใช้ค้อนเล็กเคาะที่พระนลาฏ (หน้าผาก) พระสันตะปาปา และเรียกชื่อกำเนิดของพระองค์ 3 ครั้ง ถ้าหากไม่มีเสียงตอบก็แสดงว่าพระองค์สิ้นพระชนม์ ต่อจากนั้นจึงให้แพทย์ชันสูตรแบบสากลต่อไป
จากนั้นนายจารีตพิธีกรรมของพระสันตะปาปา คือ อาร์กบิชอปปิเอโร มารินี พระราชาคณะและเลขาธิการแห่งอะพอสตอลิก คาเมรา (Apostolic Camera) ซึ่งเป็นข้าราชการชั้นสูงของสำนักวังบริหารวาติกันจะออกมรณบัตร และคาแมร์เล็งโกก็จะบอกแก่พระราชาคณะผู้ปกครองกรุงโรม คือ พระคาร์ดินัลคามิลโล รูอินี ถึงการสิ้นพระชนม์ขององค์โป๊ป
พระคาร์ดินัลคาร์แมร์เล็งโกเองประกาศต่อชาวโรม และประชาชนทั่วไปว่า "พระสันตะปาปา ทรงสิ้นพระชนม์แล้ว" ถือว่าเป็นการประกาศอย่างเป็นทางการ และพิธีการอื่นๆ ถึงจะตามมา
นอกจากนี้ พระคาร์ดินัลคาร์แมร์เล็งโกจะเป็นผู้ปิดประตูห้องทรงงาน ห้องบรรทม และกำหนดบริเวณสำหรับบุคลากรที่อยู่ภายใน ส่วนพระศพให้คงอยู่ที่ห้องส่วนพระองค์ต่อไป จนถึงวันฝังพระศพพระสันตะปาปา ซึ่งบริเวณส่วนพระองค์นี้จะปิดตลอด
แจ้งข่าวพระคาร์ดินัลจัดพิธีปลงพระศพ
และในเวลาเดียวกัน พระคาร์ดินัลที่เป็นหัวหน้าคณะพระคาร์ดินัล ซึ่งก็คือพระคาร์ดินัลโยเซฟ ราตซินเกอร์ หลังจากทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ของพระสันตะปาปาจาก "คาแมร์เล็งโก" แล้ว ท่านจะต้องรีบแจ้งข่าวแก่พระคาร์ดินัลทั่วโลก และเรียกประชุมพระคาร์ดินัลเพื่อเลือกตั้งพระสันตะปาปา และแจ้งข่าวแก่บรรดาคณะทูตประเทศที่มีความสัมพันธ์กับพระสันตะปาปา และประมุขประเทศต่างๆ
ทั้งนี้ พิธีศพกำหนดให้ทำไม่เกิน 9 วัน หรือถ้ามีเหตุผลจำเป็นอาจจัดภายใน 4-6 วันก็ได้ โดยบรรดาพระคาร์ดินัลทุกองค์ต้องสวมชุดสีดำ ซึ่งปกติจะเป็นสีแดง และพระคาร์ดินัลที่เป็นหัวหน้าของคณะพระคาร์ดินัลมีแถบผ้าคาดสีแดง และหมวกยศสีแดง
จากนั้น กลุ่มพระคาร์ดินัลทั่วไปจะต้องนัดประชุมกันเพื่อเตรียมการณ์พิธีพระศพ และจะได้รับมอบหนังสือธรรมนูญ "ยูนีแวร์ซี ดอมีนีชี เกรยิส" ซึ่งโป๊ปองค์ล่าสุดจัดทำขึ้นมาเพื่อทำความเข้าใจร่วมกันในการเลือกตั้ง และหลังจากองค์โป๊ปสิ้นพระชนม์ได้ประมาณ 15-20 วันก็จะมีการคัดเลือกประมุขแห่งศาสนจักรพระองค์ใหม่จากพระคาร์ดินัล
การเลือกพระประมุของค์ใหม่
หลังจากพิธีพระศพของสมเด็จพระสันตะปาปาเสร็จสิ้นไป คณะพระคาร์ดินัลก็จะประชุมลับในห้องปิดผนึก ณ วัดน้อยของพระสันตะปาปา (โบสถ์ซิสตีน) เพื่อเลือกตั้งผู้ที่เหมาะสมจะดำรงตำแหน่งองค์พระประมุขแห่งคริสตจักรองค์ใหม่
ผู้มีสิทธิเลือกพระสันตะปาปา คือ บรรดา "พระคาร์ดินัล" ที่อายุไม่เกิน 80 ปี ณ วันที่พระสันตะปาปาสิ้นพระชนม์ ทั้งนี้ พระคาร์ดินัล คือผู้มีฐานันดรอันดับที่ 2 รองจากพระสันตะปาปา
ทั้งนี้ จำนวนพระคาร์ดินัลทั่วโลกตามข้อมูลของสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มีทั้งสิ้น 117 องค์ โดยในส่วนของประเทศไทยนั้นพระคาร์ดินัล ไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู เป็นองค์แรกและองค์เดียวในขณะนี้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นพระคาร์ดินัลเมื่อปี 1983 และในเอเชียประเทศที่มีพระคาร์ดินัล ได้แก่ ฟิลิปปินส์ อินเดีย อินโดนีเซีย เกาหลี ญี่ปุ่น ฮ่องกง ไต้หวัน เวียดนาม และไทย
ส่วนผู้ที่มีสิทธิได้รับเลือกนั้น ตามสังฆธรรมนูญการเลือกตั้งของพระศาสนจักร กำหนดว่า ทุกคนที่ได้รับศีลล้างบาปมีสิทธิที่จะได้รับเลือกเป็นพระสันตะปาปา นั่นหมายถึงผู้ที่เป็นพระคาร์ดินัล พระสังฆราช พระสงฆ์ และฆราวาสด้วย แต่ในทางปฏิบัติจะเลือกจากบรรดาพระคาร์ดินัลเท่านั้น ในกรณีที่บุคคลที่ได้รับเลือกเป็นพระสันตะปาปาเป็นเพียงพระสงฆ์ธรรมดาก็ต้องได้รับการอภิเษกเป็นพระสังฆราชก่อน
เลือกตั้งลับ ห้ามติดต่อโลกภายนอก
การประชุมลับของพระคาร์ดินัลเพื่อเลือกโป๊ปพระองค์ใหม่นี้จะเกิดขึ้น ณ วัดน้อยซิสติน ซึ่งเป็นห้องโถงที่มีชื่อเสียงแห่งนครรัฐวาติกัน ซึ่งกำแพงและผนังของห้องโถงแห่งนี้ตกแต่งด้วยจิตรกรรมเฟสโกผลงานของไมเคิล แองเจโล โดยพระคาร์ดินัลจะมาประชุมร่วมกันในช่วงวันที่ 15-20 วันหลังจากการสิ้นพระชนม์ขององค์พระประมุข
การประชุมลับเพื่อเลือกตั้งองค์โป๊ปที่ยาวนานที่สุด คือ ต้องใช้เวลากว่า 3 ปี (ตั้งแต่ปี 1268–1271) แต่โดยปกติแล้วจะใช้เวลาเลือกกันแค่เพียง 1 วันก็จะได้องค์พระประมุขแห่งนครรัฐวาติกันองค์ใหม่ อย่างเช่นองค์สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอล ที่ 2 ก็ใช้เวลาเลือกกันอยู่ไม่ถึง 3 วัน
ทันทีที่การประชุมลับเริ่มขึ้น สมเด็จพระคาร์ดินัลทั้งหมดจะไม่ปรากฎตัวนอกเขตวาติกันจนกว่าสมเด็จพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่จะได้รับเลือก โดยพระคาร์ดินัลทั้งหมดจะพักอยู่ ณ บ้านพักนักบุญมาร์ธา ภายในเขตนครรัฐวาติกัน
ในการเลือกตั้งองค์พระสันตะปาปาพระองค์ใหม่นั้น ผู้ได้รับเลือกจะต้องได้รับคะแนนเสียงอย่างน้อยให้เกิน 2 ใน 3 มา 1 คะแนน โดยพระคาร์ดินัลที่เข้าร่วมประชุมจะเขียนชื่อผู้ที่เห็นว่าเหมาะสมแก่ตำแหน่งประมุขแห่งคริสตจักรลงไปในบัตรเลือกตั้ง แล้วใส่เข้าไปในอ่างทองคำ
ควันขาวจากปล่องไฟสัญญาณแห่งโป๊ปพระองค์ใหม่
ถ้ายังไม่มีผู้ถูกเสนอชื่อได้ครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ บัตรเลือกตั้งทั้งหมดจะถูกเผาในเตา พร้อมด้วยสารเคมีพิเศษที่ทำให้เกิดควันสีดำผ่านปล่องควันของวัดน้อยซิสติน แต่ถ้ามีผู้ได้คะแนนถึงข้อกำหนดดังกล่าวบัตรเลือกตั้งของพระคาร์ดินัลก็จะถูกเผาเช่นกัน แต่จะใช้สารเคมีที่ก่อให้เกิดควันสีขาวผ่านปล่องสู่สายตาสาธารณชนที่เฝ้ามอง ณ บริเวณจัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ ซึ่งเมื่อมีควันสีขาวออกมาเมื่อใด นั่นหมายความว่า การเลือกตั้งพระสันตะปาปาองค์ใหม่สำเร็จแล้ว
เมื่อที่ประชุมลับได้เลือกโป๊ปพระองค์ใหม่ขึ้นมาแล้ว ว่าที่โป๊ปก็จะถูกถามว่าพร้อมจะรับตำแหน่งประมุขแห่งคริสตศาสนาหรือไม่ และต้องการจะใช้พระนามอะไรในการดำรงตำแหน่ง
จากนั้น พระดีคันรีคาร์ดินัลอาวุโสก็จะเดินออกสู่ใจกลางมุขแห่งโบสถ์เซนต์ปีเตอร์ และประกาศต่อสาธารณชนบริเวณจัตุรัสเป็นภาษาละติน ว่า "Annuntio vobis gaudium magnum. Habemus Papam" (ข้าขอประกาศต่อทุกคนถึงความน่ายินดีอันยิ่งใหญ่ว่า พวกเรามีพระสันตะปาปาแล้ว)
จากนั้น สมเด็จพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่ก็ปรากฏตัวสู่สาธารณะเป็นครั้งแรก ณ จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ และอีกไม่กี่วันถัดมาจึงมีการประกอบพิธีเฉลิมฉลององค์พระสันตะปาปาพระองค์ใหม่
สังฆธรรมนูญการเลือกตั้งแบบใหม่
อย่างไรก็ดี สมเด็จพระสันตะปาปา จอห์น ปอลที่ 2 ได้แก้ไขวิธีการเลือกพระสันตะปาปาใหม่โดยพระองค์ทรงประกาศใช้สังฆธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้งฉบับล่าสุดเมื่อปี 1996 เกี่ยวกับการเลือกตั้งของพระคาร์ดินัลไว้ว่า คณะพระคาร์ดินัลทั้งหมดจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ
1.พระคาร์ดินัลกลุ่มทั่วไป คือ พระคาร์ดินัลทุกพระองค์ มีพระคาร์ดินัลองค์หนึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าของบรรดาพระคาร์ดินัล รวมทั้งผู้อายุเกิน 80 ปีก็อยู่ในกลุ่มนี้ด้วย
2.พระคาร์ดินัลกลุ่มเฉพาะ พระคาร์ดินัลกลุ่มเฉพาะจะดูแลรับผิดชอบเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ทั่วไป ถ้าเป็นเรื่องสำคัญๆ ก็ต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมของพระคาร์ดินัลกลุ่มทั่วไป ซึ่งการพิจารณาตัดสินจำใช้วิธีลงคะแนนเท่านั้น
พระคาร์ดินัลคาแมร์เล็งโก จะเลือกพระคาร์ดินัลผู้ช่วยอีก 3 พระองค์เพื่อเป็นกรรมการดำเนินการเลือกตั้ง เรียกว่า พระคาร์ดินัลสังฆราช พระคาร์ดินัลสงฆ์ และพระคาร์ดินัลสังฆานุการ เมื่อสามารถเลือกตั้งสำเร็จแล้ว ต้องสรุปผลการเลือกตั้งมอบให้พระสันตะปาปาพระองค์ใหม่ต่อไป
ขั้นตอนการเลือกตั้ง
ทั้งนี้ ลำดับการเลือกตั้งแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน คือ 1. การเตรียม 2. การลงคะแนน 3. การนับคะแนน ซึ่งก่อนอื่นที่ประชุมจะเลือกผู้มาช่วยนับคะแนน 3 ชุดๆ ละ 3 คน โดยวิธีจับสลาก คือ
ชุดที่ 1 มี 3 คน ทำหน้าที่แจกบัตร และตรวจความเรียบร้อย จำนวนรายชื่อพระคาร์ดินัลที่มีสิทธิเลือกตั้ง
ชุดที่ 2 มี 3 คน ทำหน้าที่นำบัตรไปให้พระคาร์ดินัลที่อาพาธลงคะแนนถึงห้องพัก
ชุดที่ 3 มี 3 คน ทำหน้าที่พิธีลงคะแนน และนับคะแนน และสรุปผลการเลือกตั้ง
พระคาร์ดินัลที่มีสิทธิเลือกตั้งจะได้รับบัตรลงคะแนน ในใบเลือกตั้งตอ้งมีข้อความที่พิมพ์ไว้เป็นภาษาละติน และมีที่ว่างสำหรับเขียนชื่อไว้ เช่น "ข้าพเจ้าเลือก...........ให้เป็นพระสันตะปาปา" (Eligo...................in Summum Pontificem)
ชุดที่ 2 เป็นผู้นำบัตรลงคะแนนไปให้พระคาร์ดินัลที่อาพาธในห้องพัก และนำกลับมาเมื่อพระคาร์ดินัลได้เลือกเสร็จแล้วก็ถือบัตรไปยังพระพระแท่นที่มีคนนับคะแนนยืนเป็นพยานอยู่ และกล่าวว่า
"ข้าพเจ้าผู้มีพระคริสตเจ้า พระสวามีเจ้า องค์พยานของข้าพเจ้า พระองค์จะเป็นผู้พิพากษาข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอมอบคะแนนเสียงแก่ผู้ที่อยู่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้า ซึ่งข้าพเจ้าเชื่อว่าสมควรจะได้รับเลือก"
อ่านเสร็จแล้วถึงวางบัตรลงในภาชนะซึ่งมีฝาปิด (กาลิกส์) และกลับไปที่ของตน
ชุดที่ 3 นับคะแนน และตรวจสอบบัตรให้ถูกต้องเรียบร้อย ก่อนจะคละบัตรเขย่าให้คละกัน พระคาร์ดินัลองค์ที่ 3 จะทำหน้าที่ตรวจสอบจำนวนบัตรลงคะแนนให้ถูกต้อง เท่ากับจำนวนผู้มีสิทธิ เมื่อเรียบร้อยก็จะเริ่มเปิดดูและส่งผ่านให้ทีละคน คนที่หนึ่งเปิดดูรายชื่อและส่งผ่านไปยังคนที่สอง และคนที่สามเป็นผู้ประกาศชื่อ และบรรดาพระคาร์ดินัล ทั้งหมดที่อยู่ในที่ประชุมนั้นก็ลงคะแนนตามไปด้วย
เมื่อมีผู้ได้คะแนน 2 ใน 3 ก็เรียบร้อย ให้ดำเนินการขั้นต่อไปตามพิธีการ ซึ่งกำหนดไว้แล้ว แต่ถ้าเลือกแล้วยังไม่ได้ก็ต้องเลือกต่อไปในวันรุ่งขึ้น
ก่อนออกจากวัดน้อยซิสตีนที่เลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ต้องเผาบัตรเลือกตั้ง กระดาษบันทึกเล็กๆ น้อยๆ ทั้งหมดให้เรียบร้อย ไม่อนุญาตให้นำกระดาษดาษที่ใช้ลงคะแนนออกจากห้องประชุม แม้จะเป็นบันทึกเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม
ถ้าเลือกถึง 3 วันแล้วยังไม่ได้ก็พัก 1 วัน ถ้าหลังจากการเลือกตั้งต่อกันอีก 7 ครั้งแล้วยังไม่ได้ ก็ให้หยุดพักและเลือกต่ออีก 7 ครั้ง ทุก 7 ครั้งถ้าไม่ได้ต้องพักและให้สวดภาวนาและมีอภิปรายเล็กน้อยเพื่อให้เข้าใจ
เมื่อได้คะแนน 2 ใน 3 จากที่ประชุมแล้ว พระคาร์ดินัลคาร์เมอร์เล็งโก เป็นผู้สรุปผลการเลือกตั้ทั้งหมด ต่อหน้าพระคาร์ดินัลผู้ช่วยทั้ง 3 คน และส่งมอบให้พระสันตะปาปาพระองค์ใหม่ หลังจากนั้นก็เก็บรักษาไว้อย่างดี ผู้ที่จะเปิดได้มีแต่พระสันตะปาปาพระองค์ใหม่เท่านั้นและผู้ที่ทรงมอบหมายให้
การเลือกกระทำจนกว่าจะได้คะแนนเสียงตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว ถ้าวันใดยังเลือกไม่ได้ใบคะแนนเลือกตั้ง (ทั้งหมดและกระดาษเขียนต่างๆ) ก็จะนำมาเผาและผสมกับหญ้าน้ำมันดิน หรือสารเคมี ซึ่งทำให้เกิดเป็นควันสีดำออกไปทางปล่องเหนือหลังคาวัดน้อย เป็นสัญลักษณ์ให้รู้ว่ายังไม่ได้ ถ้าได้แล้วก็จะเผากระดาษเลือกตั้งอย่างเดียว ควันก็จะเป็นสีขาว เป็นสัญลักษณ์ว่าเรามีพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่แล้ว ประชาชนที่อยู่ภายนอกที่จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ก็จะรู้จากวันนี้
อย่างไรก็ดี โป๊ปจอห์น ปอลที่ 2 ได้ออกกฎว่าตั้งแต่วันเริ่มการเลือกตั้งจนถึงวันเลือกตั้งเสร็จ ไม่มีการอนุญาตให้พระคาร์ดินัลติดต่อสื่อสารกับบุคคลภายนอกบริเวณที่กำหนดไว้ ไม่ว่าจะโดยการเขียน โทรศัพท์ หรือเครื่องมือสื่อสารทุกชนิด รวมทั้งห้ามอ่านหนังสือพิมพ์ ดูโทรทัศน์และฟังวิทยุด้วย ผู้ที่ฝ่าฝืนในเรื่องนี้ถือว่ามีความผิดร้ายแรงถึงขั้นตัดขาดออกจากพระศาสนจักรเลย