xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวเด่น'04: ก่อการร้ายระเบิดรถไฟกรุงมาดริด

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ตอนเช้าวันที่ 11 มีนาคม ขบวนรถไฟสายที่นำผู้คนจากย่านชานเมืองเข้าสู่กรุงมาดริดรวม 4 ขบวน ถูกเล่นงานด้วยระเบิดภายในเวลาใกล้เคียงกันขณะแล่นสู่สถานีรถไฟของเมืองหลวงสเปน ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 191 คน และบาดเจ็บกว่า 1,900 คน เหตุการณ์นี้นอกจากเป็นกรณีการก่อการร้ายครั้งร้ายแรงที่สุดในแดนกระทิงดุ ตลอดจนในรอบสิบกว่าปีที่ผ่านมาของยุโรปแล้ว ยังส่งผลสะเทือนทำให้รัฐบาลฝ่ายขวาของนายกรัฐมนตรี โฆเซ มาเรีย อัซนาร์ ซึ่งเคยมีคะแนนนิยมนำโด่งมาโดยตลอด ต้องตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ยับเยินต่อฝ่ายค้านในการเลือกตั้งสมาชิกสภาซึ่งมีขึ้น 3 วันหลังจากนั้น

จำนวนผู้เสียชีวิตคราวนี้ อาจมีไม่ถึง 10% ของผู้คนที่ต้องตายไปในเหตุการณ์วินาศกรรมสยองขวัญ 11 กันยายน 2001 ในสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ในราว 3,000 คน ทว่าไม่นานนักก็เป็นที่ชัดกระจ่างว่า กรณี 11-M (11 มีนาคม) ของมาดริด กับ 9/11 (11 กันยายน) ของอเมริกา มีความเกี่ยวพันกันอยู่

ตั้งแต่เรื่องตัวการสำคัญซึ่งอยู่เบื้องหลังเหตุสยดสยองทั้งสองรายนี้ มีความเชื่อมโยงกันอย่างไม่ต้องสงสัย โดยที่เครือข่ายอัลกออิดะห์ ของ อุซามะห์ บิน ลาดิน คือผู้บงการการโจมตีกระหน่ำใส่หัวใจของแดนลุงแซม ขณะที่กลุ่มซึ่งประกาศตัวเองเป็นชาวโมร็อกโกในเครือของอัลกออิดะห์ ก็เป็นผู้อ้างความรับผิดชอบในการบึ้มมาดริด

นอกจากนั้น ระเบิดรถไฟในเมืองหลวงแดนกระทิงดุ ยังเกิดขึ้น 911 วันพอดิบพอดีภายหลังเหตุวินาศกรรมร้ายแรงในอเมริกา ทั้งนี้ยังไม่ต้องพูดถึงการที่ผู้ก่อการร้ายเลือกเป้าโจมตีรถไฟ 4 ขบวน ทำนองเดียวกับที่กรณี 11 กันยายน 2001 มีการจี้เครื่องบินโดยสารรวม 4 ลำ

ทว่า เมื่อเหตุระเบิดในเมืองหลวงคราวนี้ เกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งเพียง 3 วัน ทั้งอัซนาร์ และพรรคป็อปปูลาร์ ปาร์ตี้ ของเขา ต่างไม่ปรารถนาที่จะพิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่ว่า มันอาจเป็นฝีมือของเครือข่ายอัลกออิดะห์ ซึ่งน่าจะลงมือด้วยความไม่พอใจที่อัซนาร์สนับสนุนการรุกรานและยึดครองอิรักของสหรัฐฯอย่างแข็งขัน

พวกเขาพยายามยืนกรานสุดฤทธิ์ ว่าเป็นการกระทำของกลุ่มเอต้า ขบวนการติดอาวุธที่มุ่งแบ่งแยกแคว้นบาสก์ออกมาเป็นรัฐเอกราช ซึ่งเคยก่อวินาศกรรมในสเปนอยู่เป็นประจำ

แต่เมื่อหลักฐานต่างๆ ผุดทะลักขึ้นมาอย่างกระจะยากโต้แย้งว่า มันเป็นฝีมือของพวกอิสลามิกแนวทางรุนแรง ที่ต้องการแก้แค้นอัซนาร์ในกรณีบุกอิรัก พรรคป็อปปูลาร์ ปาร์ตี้ ก็สูญเสียเครดิตความน่าเชื่อถือ ผู้ออกเสียงชาวสเปนหันไปเทคะแนนให้แก่ฝ่ายค้านที่เป็นพรรคสังคมนิยม ทำให้ โฆเซ หลุยส์ รอดริเกซ ซาปาเตโร หัวหน้าพรรคได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแดนกระทิงดุคนใหม่แบบพลิกล็อกถล่มทลาย

การระเบิดขบวนรถไฟที่กรุงมาดริด ไม่ได้เป็นเหตุการณ์ก่อการร้ายระดับร้ายแรงเพียงกรณีเดียวที่เกิดขึ้นในโลกรอบปี 2004 ที่ผ่านมา

กรณีที่รุนแรงใกล้เคียงกันและอาจจะชวนให้สะเทือนใจมากกว่าด้วยซ้ำ ได้แก่ เหตุการณ์กลุ่มก่อการร้ายที่ต้องการให้รัฐเชชเนียแยกตัวเป็นเอกราชจากรัสเซีย บุกเข้ายึดโรงเรียนหมายเลข 1 ในเมืองเบสลัน รัฐนอร์ทออสเซเตีย เมื่อวันที่ 1 กันยายน อันเป็นวันเปิดเทอม กวาดต้อนจับเด็กนักเรียน ครู และผู้ปกครองจำนวนกว่า 1,200 คนเอาไว้เป็นตัวประกัน

หลังจากการจับตัวประกันดำเนินไปจนถึงวันที่ 3 กันยายน กลุ่มผู้ก่อการร้ายซึ่งน่าจะส่งมาโดย ชามิล บาซาเยฟ หัวหน้าขบวนการแบ่งแยกดินแดนเชชเนียผู้มีพฤติการณ์ในลักษณ์ขุนศึก ก็ปะทะกับทหารตำรวจรัสเซียซึ่งปิดล้อมรายรอบโรงเรียนแห่งนั้น เกิดการต่อสู้และการหนีตายกันอย่างสับสนอลหม่าน เมื่อเหตุการณ์สงบลง ปรากฏว่ามีผู้เสียชีวิตไปไม่น้อยกว่า 330 คน เกือบครึ่งหนึ่งเป็นเด็กนักเรียน อีกหลายร้อยคนได้รับบาดเจ็บ แล้วยังมีอีกหลายสิบคนสูญหายไปในท่ามกลางความวุ่นวายและความไม่เอาไหนของระบบราชการหมีขาว