ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - รัฐบาลออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินใน 26 ตำบล 4 อำเภอของ จ.สงขลา ให้กรมชลประทานเดินหน้า “โครงการบริหารจัดการน้ำคาบสมุทรสทิงพระ” แก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง ซ้ำซาก ตามแผนยุทธศาสตร์บริหารจัดการน้ำของรัฐบาล คสช. เผยภาคใต้มีแผนงานกว่า 7,195 โครงการ ใช้งบประมาณลงทุน 29,699 ล้านบาท พบหลายพื้นที่ยังมีปัญหาการจ่ายเงินชดเชยชาวบ้านที่ถูกเวนคืนที่ดิน
วันนี้ (1 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล คสช.เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อีกครั้งภายหลังจากที่มีการเผยแพร่เอกสารพระราชกฤษฎีกา กําหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่ ต.คลองแดน, ต.ท่าบอน, ต.ตะเครียะ, ต.บ้านใหม่, ต.ปากแตระ, ต.ระโนด, ต.พังยาง, ต.ระวะ, ต.วัดสน, ต.บ่อตรุ อ.ระโนด, ต.โรง, ต.เชิงแส, ต.กระแสสินธุ์ อ.กระแสสินธุ์, ต.ชุมพล, ต.ดีหลวง, ต.คลองรี, ต.สนามชัย, ต.กระดังงา, ต.คูขุด, ต.จะทิ้งพระ, ต.บ่อดาน, ต.ท่าหิน, ต.บ่อแดง, ต.วัดจันทร์ อ.สทิงพระ และ ต.บางเขียด, ต.ม่วงงาม อ.สิงหนคร จ.สงขลา พ.ศ.2561, หน้า 52 เล่ม 135 ตอนที่ 53 ก ราชกิจจานุเบกษา 27 กรกฎาคม 2561
โดยเนื้อหาตอนหนึ่งในพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ระบุว่า การเวนคืนที่ดินในพื้นที่ 26 ตำบล 4 อำเภอของ จ.สงขลา ดังกล่าว เพื่อประโยชน์แก่การชลประทาน ในการก่อสร้างระบบส่งน้ําและระบบระบายน้ํา พร้อมอาคารประกอบตามโครงการบริหารจัดการน้ําคาบสมุทรสทิงพระ จังหวัดสงขลา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าข้อมูลจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ระบุว่าโครงการบริหารจัดการน้ำ คาบสมุทรสทิงพระ จ.สงขลา เป็นหนึ่งในแผนงานโครงการตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ โดยในปี 2557-2561 มีแผนงานจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ภาคใต้ทั้งกลุ่มจังหวัดฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน กว่า 7,195 โครงการ ใช้งบประมาณลงทุน 29,699 ล้านบาท สามารถกักเก็บน้ำได้ 182.87 ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่ได้รับประโยชน์มากกว่า 1.5 ล้านไร่ และมีประชาชนได้รับประโยชน์ถึง 437,164 ครัวเรือน
สำหรับในปี 2562 มีแผนงานที่จะดำเนินการอีก 1,009 โครงการ ใช้งบประมาณลงทุน 9,682 ล้านบาท สามารถกักเก็บน้ำได้ 14.65 ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่ได้รับประโยชน์มากกว่า 263,000 ไร่ และมีประชาชนได้รับประโยชน์จำนวน 136,794 ครัวเรือน ส่วนแผนระยะยาวตั้งแต่ปี 2563-2565 จะดำเนินการอีก 646โครงการ ใช้งบประมาณลงทุน 54,532 ล้านบาท สามารถกักเก็บน้ำได้ 177.64 ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่ได้รับประโยชน์มากกว่า 1.16 ล้านไร่ และมีประชาชนได้รับประโยชน์ จำนวน 361,467 ครัวเรือน
ทั้งนี้ มีแผนงานพัฒนาแหล่งน้ำสำคัญๆ เช่น ในพื้นที่จ.ระนอง จะมีการปรับปรุงคลองน้ำจืด อ.กระบุรี โดยการสร้างพนังกั้นน้ำ ป้องกันการกัดเซาะตลิ่ง และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายนํ้าคลองน้ำจืด บรรเทาอุทกภัย บริเวณ อ.กระบุรี รวมทั้งได้เร่งรัดให้หน่วยงานเร่งทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 2 แห่งคือ โครงการอ่างเก็บน้ำคลองน้ำจืด อ.กระบุรี มีความจุ 15 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ส่วนอีกโครงการคือโครงการอ่างเก็บน้ำทุ่งตาพล อ.ละอุ่น มีความจุ 10 ล้าน ลบ.ม.
ส่วนในพื้นที่ จ.ชุมพร มีโครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยเมืองชุมพร (คลองผันนํ้าคลองชุมพร) เพื่อบรรเทาอุทกภัยในเมืองชุมพรและพื้นที่ใกล้เคียงกว่า 37,500 ไร่ เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2558 กำหนดแล้วเสร็จในปี 2564
ส่วนที่ จ.พังงา แผนงานที่สำคัญคือโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองลํารู่ใหญ่ อ.ท้ายเหมือง เป็นอ่างฯขนาดกลางความจุ 14.4 ล้าน ลบ.ม. ในพื้นที่1,200 ไร่ ให้เป็นแหล่งน้ำดิบเพื่อการอุปโภคบริโภคและการท่องเที่ยวใน อ.ท้ายเหมือง, อ.ตะกั่วป่า, อ. ตะกั่วทุ่ง และ โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ลําไตรมาศ อ.ทับปุด ความจุ 5.6 ล้าน ลบ.ม.
ส่วนโครงการบริหารจัดการน้ำ คาบสมุทรสทิงพระ เพื่อบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ จ.สงขลา โครงการนี้เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2558 กำหนดแล้วเสร็จในปี 2564 คาดว่าเมื่อโครงการแล้วเสร็จจะลดพื้นที่น้ำท่วมได้ 21,530 ไร่ หรือประมาณ 1,485 ครัวเรือน และเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนสำหรับให้เกษตรกรใช้เพาะปลูกในช่วงฤดูแล้งได้ 12,000 ไร่
สำหรับรูปแบบของโครงการจะมีการก่อสร้างคันป้องกันน้ำท่วม พร้อมอาคารประกอบ เพื่อกันน้ำจากทะเลสาบสงขลาไหลเข้าสู่พื้นที่คาบสมุทรสทิงพระในฤดูน้ำหลาก และกันน้ำเค็มเข้าพื้นที่เกษตรกรรมในช่วงฤดูแล้ง โดยการก่อสร้างคันกั้นน้ำริมทะเลสาบสงขลาต่อจากคันกั้นน้ำกระแสสินธุ์ ด้วยการยกระดับถนนสายแยก ทล.4083-บ้านควนชะลิก พร้อมอาคารประกอบ และก่อสร้างคันดันน้ำจากบ้านเกาะใหญ่ ถึงบ้านท่าคุระ
ปรับปรุงประสิทธิภาพคลองระบายน้ำในพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ ได้แก่ คลองศาลาหลวง คลองโคกทอง-หัวคลอง คลองโรง-พังยาง และเพิ่มช่องทางระบายน้ำหลากในพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ เพื่อผันน้ำจากทะเลสาบสงขลา ผ่านคลองหนัง ออกสู่อ่าวไทย เพื่อป้องกันน้ำเอ่อท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำรอบทะเลสาบสงขลาในช่วงฤดูฝน
พร้อมทั้งก่อสร้างท่อระบายน้ำกั้นน้ำจากทะเลสาบสงขลา ที่ ต.ป่าขาด อ.สิงหนคร เพื่อปิดปากคลอง 4 สาย ที่ระบายลงทะเลสาบสงขลา ป้องกันน้ำจากทะเลสาบสงขลาไหลเข้าท่วมพื้นที่
การแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำ โดยขุดลอกขยายคลองพลเอกอาทิตย์ฯ พร้อมอาคารประกอบ เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักในคลอง และบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งก่อสร้างอาคารกั้นน้ำเค็มเข้าคลองสทิงหม้อ เพื่อบริหารจัดการแบ่งโซนน้ำจืด-น้ำเค็ม ระหว่างพื้นที่ ต.รำแดง และพื้นที่ ต.ทำนบ อ.สิงหนคร
การปรับปรุงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาระโนด-กระแสสินธุ์ เนื่องจากเป็นโครงการเก่าแก่ ก่อสร้างตั้งแต่ ปี 2512 คลองส่งน้ำเกิดการชำรุดจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งน้ำ
อย่างไรก็ตามโครงการบริหารจัดการน้ำคาบสมุทรสทิงพระ ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนในพื้นที่ว่าการแยกน้ำเค็มออกจากน้ำจืดแม้จะเป็นไปเพื่อตอบสนองความต้องการของเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลที่ต้องใช้น้ำเค็ม ขณะที่ชาวนาชาวสวนต้องการน้ำจืด แต่ที่ผ่านมาพบว่าโครงการชลประทานแยกน้ำจืด-น้ำเค็ม ที่ดำเนินการในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาและลุ่มน้ำปากพนัง ส่งผลกระทบทำให้ระบบนิเวศน์เปลี่ยนแปลง พันธุ์สัตว์น้ำลดจำนวนลง
ขณะเดียวกันโครงการขนาดใหญ่ที่มีหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้องและใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมากในการก่อสร้างเช่นนี้ อาจเอื้อให้เกิดการทุจริตคอรัปชั่นในภาครัฐจนนำมาสู่ความล้มเหลวของโครงการดังเช่นที่เคยเกิดกับหลายโครงการก่อนหน้านี้ก็เป็นได้


