xs
xsm
sm
md
lg

ขนส่งฯ แจงประเด็นดรามา กม.คาร์ซีต ชี้อยู่ในกำกับของตำรวจ เตรียมถกหาทางออก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กรมการขนส่งทางบกออกมาชี้แจงกฎหมายการบังคับใช้คาร์ซีตสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 6 ขวบ ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก อยู่ในการกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผย เตรียมนำข้อกังวลถกหาทางออก

จากกรณีทำคลอด พ.ร.บ.จราจรทางบก ฉบับที่ 13 พ.ศ. 2565 กำหนดให้ผู้โดยสารที่เป็นเด็กอายุไม่เกิน 6 ขวบต้องนั่งในที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก หรือที่นั่งพิเศษสำหรับเด็กเพื่อป้องกันอันตราย (คาร์ซีต) หากฝ่าฝืนปรับ 2,000 บาท แม้เป็นมาตรฐานความปลอดภัยที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ แต่ในเมืองไทยต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องใหม่ และเกิดคำถามว่ามีความจำเป็นเพียงใด เป็นการเพิ่มภาระให้ประชาชนหรือไม่ โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจซบเซาเช่นนี้ รวมไปถึงกรณีที่ครอบครัวมีลูกหลายคน หรือคนที่ไม่พร้อมจะทำอย่างไร?

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 15 พ.ค. เพจ "กรมการขนส่งทางบก PR.DLT.News" ออกมาชี้แจง กม.บังคับใช้ "คาร์ซีต" โดยได้ระบุข้อความว่า

"การบังคับใช้คาร์ซีตสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 6 ขวบ ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก อยู่ในการกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการขนส่งทางบก ย้ำ!! กำกับดูแลเฉพาะ พ.ร.บ.รถยนต์ และ พ.ร.บ.การขนส่งทางบก ในส่วนการกำหนดให้รถต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัยเท่านั้น พร้อมนำข้อห่วงใยของประชาชนร่วมหารือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อหาทางออกให้แก่ประชาชนต่อไป

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ตามที่สำนักข่าวไทยโพสต์ได้มีการสัมภาษณ์ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวถึงกรณีการบังคับใช้คาร์ซีทฝตในเด็กอายุไม่เกิน 6 ขวบ หากฝ่าฝืนจะมีค่าปรับ 2,000 บาท ซึ่งกฎหมายจะมีผลบังคับใช้วันที่ 5 ก.ย.นี้ ว่าเรื่องดังกล่าวประชาชนเดือดร้อนมาก เนื่องจากราคาคาร์ซีตค่อนข้างสูง ประกอบกับช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี เห็นว่ากฎหมายนี้มีข้อจำกัดหลายเรื่อง จึงมองว่าจะมีปัญหา ขอให้ รมว.คมนาคม (นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ) ได้ทบทวนปรับปรุงผ่อนปรนกฎหมาย นั้น กรณีดังกล่าวกรมการขนส่งทางบกขอเรียนว่า การบังคับใช้คาร์ซีตดังกล่าวอยู่ในการกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 โดยเนื้อหาเกี่ยวกับคาร์ซีตจะอยู่ในมาตรา 123 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดให้ผู้โดยสารทุกคนบนรถจะต้องคาดเข็มขัดนิรภัยตลอดเวลาในขณะโดยสารรถยนต์ และสำหรับเด็กที่มีอายุไม่เกิน 6 ขวบจะกำหนดให้นั่งในที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก หรือที่นั่งพิเศษสำหรับเด็ก หรือมีวิธีการป้องกันอันตรายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งไม่ได้บังคับเด็ดขาดว่าจะต้องใช้เพียงที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก หรือคาร์ซีต เท่านั้น ในการป้องกันอันตรายสำหรับเด็ก นอกจากติดตั้งคาร์ซีตแล้วยังสามารถใช้วิธีการอื่นๆ เช่น จัดหาที่นั่งสำหรับเด็กให้เด็กสามารถใช้เข็มขัดนิรภัยที่ติดตั้งในรถยนต์ได้ หรืออาจใช้วิธีการป้องกันอื่นๆ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติประกาศกำหนด เพื่อให้เด็กมีความปลอดภัยในการโดยสาร ซึ่งการออกประกาศดังกล่าวสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะต้องมีการประชุมหารือกับนักวิชาการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกรมการขนส่งทางบกจะนำปัญหาและข้อห่วงใยของประชาชนเกี่ยวกับภาระค่าใช้จ่ายเข้าร่วมหารือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อพิจารณากรณีการบังคับใช้กฎหมายให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ไม่สร้างภาระให้ประชาชนที่ยังไม่มีความพร้อมในการจัดหาคาร์ซีต แต่ยังคงหลักการให้คาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ทั้งนี้ การแก้ไข พ.ร.บ.จราจรทางบกดังกล่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความปรารถนาดี ห่วงใยความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยมีเจตนารมณ์ที่จะลดความรุนแรงจากการเกิดอุบัติเหตุและยกระดับความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนให้สอดคล้องตามมาตรฐานสากล

อธิบดีกรมการขนส่งทางบกกล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนกรมการขนส่งทางบกมีภารกิจในการกำกับดูแลเกี่ยวกับความมั่นคงแข็งแรงปลอดภัยของตัวรถ อุปกรณ์และส่วนควบของรถที่จดทะเบียนตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 และ พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ได้กำหนดให้รถยนต์ทุกชนิดต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัยแบบรัดหน้าตักและรั้งพาดไหล่ (Three-point belt) หรือแบบรัดหน้าตัก (Lap belt) สำหรับคนขับรถและผู้โดยสารทุกที่นั่ง ซึ่งสอดคล้องกับการบังคับใช้ พ.ร.บ. จราจรทางบกดังกล่าว โดยยกเว้นรถบางประเภทไม่ต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัย เช่น รถสองแถว และรถโดยสารประจำทางในเขตเมือง ซึ่งรถที่ไม่ต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัยก็ได้ยกเว้นการคาดเข็มขัดนิรภัยสำหรับที่นั่งที่ไม่มีเข็มขัดนิรภัยด้วย ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกได้ตระหนักถึงความสำคัญของการคาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง เพื่อลดการบาดเจ็บ และการสูญเสียชีวิตเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือมีเหตุฉุกเฉิน จึงขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันรณรงค์และสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนร่วมกัน"
กำลังโหลดความคิดเห็น