นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย กล่าวว่า การที่มาเลเซียระงับการนำเข้ากุ้งไทย 5 สายพันธุ์ และล่าสุดเลื่อนการหารือกับฝ่ายไทยออกไปโดยยังไม่กำหนดวันใหม่ ทำให้สมาคมฯ เห็นว่าปัญหาดังกล่าวไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการเจรจาระหว่างหน่วยงานระดับกรม แต่จำเป็นต้องอาศัยกลไกระดับรัฐบาลเข้ามาช่วยผลักดันการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง
นายเอกพจน์ กล่าวว่า ในส่วนของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้แสดงจุดยืนชัดเจนว่าพร้อมยกระดับประเด็นดังกล่าวเข้าสู่การหารือในเวทีองค์การการค้าโลก (WTO) และอาเซียน ควบคู่กับการเร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการ โดยตั้งเป้าดูดซับผลผลิตกุ้งที่ได้รับผลกระทบผ่านมาตรการเชื่อมโยงตลาด การหาตลาดทดแทน และการส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ เพื่อลดผลกระทบในช่วงที่ยังอยู่ระหว่างการเจรจา
ขณะที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ส่งสัญญาณพร้อมใช้กลไกระดับรัฐมนตรีในการเจรจากับฝ่ายมาเลเซีย หากการหารือในระดับกรมประมงยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ โดยพร้อมประสานตรงไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและความมั่นคงทางอาหารของมาเลเซีย และพร้อมเดินทางไปหารือด้วยตนเอง เพื่อเร่งคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดที่ทั้งสองฝ่ายต้องได้รับประโยชน์ร่วมกัน
นอกจากนี้ นายเอกพจน์ ยังเห็นด้วยกับแนวทางที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำลังทบทวนมาตรการตรวจสอบปลากะพงนำเข้าจากมาเลเซีย โดยเฉพาะการลดขั้นตอนและระยะเวลาการตรวจสอบ รวมถึงการเพิ่มทางเลือกในการรับรองห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ เพื่อให้การตรวจสอบมีความรวดเร็วและเป็นที่ยอมรับของทั้งสองฝ่ายมากขึ้น ขณะเดียวกันยังต้องคงมาตรฐานความปลอดภัยอาหารและการคุ้มครองผู้บริโภคของทั้งไทยและมาเลเซียไว้เช่นเดิม
นายเอกพจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า วันที่ 9 มิถุนายนนี้ สมาคมกุ้งไทยพร้อมผู้แทนภาคการผลิต ผู้เพาะเลี้ยง ผู้ผลิตลูกกุ้ง และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม จะเข้าหารือกับนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเสนอแนวทางแก้ปัญหาเร่งด่วน โดยระหว่างการเจรจากับมาเลเซีย จะขอให้ทั้งสองฝ่ายผ่อนปรนหรือขยายระยะเวลาการบังคับใช้มาตรการที่ต่างฝ่ายต่างนำมาใช้ในการตรวจสอบสินค้าสัตว์น้ำนำเข้าระหว่างกัน
ในส่วนของไทยเห็นว่า กรมประมงควรปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบและการออกใบรับรองความปลอดภัยอาหารสำหรับปลากะพงนำเข้าจากมาเลเซียให้มีความเหมาะสมมากขึ้น และไม่ถูกมองว่า เป็นมาตรการกีดกันทางการค้า ตลอดจนมีมาตรการรองรับผลผลิตกุ้งที่ได้รับผลกระทบ เพื่อป้องกันไม่ให้ราคาหน้าฟาร์มปรับตัวลดลงจนกระทบต่อเกษตรกรรายย่อย ขณะเดียวกันขอให้มาเลเซียผ่อนปรนหรือขยายระยะเวลาการบังคับใช้มาตรการระงับนำเข้ากุ้ง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการและเกษตรกรของทั้งสองประเทศในช่วงที่ยังอยู่ระหว่างการเจรจา
นายเอกพจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า วันนี้เริ่มเห็นว่า รัฐบาลยกระดับการแก้ปัญหาแล้ว ทั้งในมิติการเจรจาระหว่างประเทศและการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบภายในประเทศ ซึ่งเป็นทิศทางที่สมาคมฯ เห็นว่าถูกต้อง เพราะปัญหานี้กระทบทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรม และยิ่งแก้ได้เร็วเท่าไร ความเสียหายก็จะยิ่งลดลงเท่านั้น


