พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ฉก.นย.จันทบุรี) ดำเนินมาตรการควบคุมพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง โดยเมื่อวานนี้ (4 มิ.ย.) สามารถจับกุมชาวกัมพูชาที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายได้รวม 12 ราย จาก 2 เหตุการณ์ในพื้นที่อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี
เหตุการณ์แรก เมื่อเวลา 03.00 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบและจับกุมชาวกัมพูชาจำนวน 10 ราย เป็นชาย 5 ราย หญิง 5 ราย บริเวณพื้นที่บ้านแหลม ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การว่ามาจากจังหวัดบันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา และลักลอบเดินทางเข้าประเทศไทยเพื่อไปทำงานรับจ้างก่อสร้างในจังหวัดปทุมธานี โดยเสียค่าใช้จ่ายให้ผู้นำพารายละ 3,000 บาท
จากนั้นเวลา 15.30 น. ในพื้นที่เดียวกัน จับกุมชาวกัมพูชาอีก 2 ราย เป็นชาย 1 ราย หญิง 1 ราย โดยตรวจพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ในครอบครอง และผลการตรวจสอบพบการเสพยาเสพติดในร่างกาย ผู้ต้องหาให้การว่ามาจากจังหวัดพระตะบอง ประเทศกัมพูชา มีความประสงค์เดินทางเข้ามาทำงานรับจ้างในสวนผลไม้พื้นที่จังหวัดจันทบุรี
ทั้งนี้ หลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายและนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแปลง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เหตุการณ์แรก เมื่อเวลา 03.00 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบและจับกุมชาวกัมพูชาจำนวน 10 ราย เป็นชาย 5 ราย หญิง 5 ราย บริเวณพื้นที่บ้านแหลม ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การว่ามาจากจังหวัดบันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา และลักลอบเดินทางเข้าประเทศไทยเพื่อไปทำงานรับจ้างก่อสร้างในจังหวัดปทุมธานี โดยเสียค่าใช้จ่ายให้ผู้นำพารายละ 3,000 บาท
จากนั้นเวลา 15.30 น. ในพื้นที่เดียวกัน จับกุมชาวกัมพูชาอีก 2 ราย เป็นชาย 1 ราย หญิง 1 ราย โดยตรวจพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ในครอบครอง และผลการตรวจสอบพบการเสพยาเสพติดในร่างกาย ผู้ต้องหาให้การว่ามาจากจังหวัดพระตะบอง ประเทศกัมพูชา มีความประสงค์เดินทางเข้ามาทำงานรับจ้างในสวนผลไม้พื้นที่จังหวัดจันทบุรี
ทั้งนี้ หลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายและนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแปลง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


