xs
xsm
sm
md
lg

ปภ.เผยยังมี 10 จังหวัดได้รับผลกระทบพายุโพดุล ประสานหน่วยงานเร่งช่วยเหลือ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากอิทธิพลพายุโซนร้อนโพดุล ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2562 จนถึงปัจจุบัน ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินสไลด์ในพื้นที่ 26 จังหวัด ได้แก่ อำนาจเจริญ กระบี่ ปราจีนบุรี แพร่ นครพนม เชียงใหม่ ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี ระนอง เพชรบูรณ์ มหาสารคาม ขอนแก่น หนองบัวลำภู ยโสธร กาฬสินธุ์ น่าน ตราด มุกดาหาร อุตรดิตถ์ ชัยภูมิ สุรินทร์ พิษณุโลก พิจิตร แม่ฮ่องสอน ชุมพร และอุดรธานี รวม 82 อำเภอ 228 ตำบล 784 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 39,857 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 4 ราย ที่อุบลราชธานี พิจิตร พิษณุโลก อำนาจเจริญ ผู้บาดเจ็บ 1 คน ที่ชัยภูมิ สูญหาย 2 ราย ที่อำนาจเจริญ และพิจิตร

ขณะที่ยังคงมีสถานการณ์น้ำในพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ จ.พิษณุโลก น้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเนินมะปราง อำเภอวังทอง อำเภอนครไทย และอำเภอชาติตระการ รวม 16 ตำบล 92 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,007 ครัวเรือน ถนนเสียหาย 20 สาย สะพานเสียหาย 1 แห่ง จ.พิจิตร น้ำไหลหลากข้าท่วมในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสามง่าม อำเภอทับคล้อ อำเภอวังทรายพูน อำเภอสากเหล็ก อำเภอบางมูลนาก และอำเภอตะพานหิน รวม 13 ตำบล 77 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 5,100 ครัวเรือน จ.อำนาจเจริญ น้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอหัวตะพาน และอำเภอเมืองอำนาจเจริญ รวม 2 ตำบล 2 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 65 ครัวเรือน จ.ชัยภูมิ น้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแก้งคร้อ และอำเภอเมืองชัยภูมิ รวม 2 ตำบล 3 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 5 ครัวเรือน จ.มุกดาหาร เกิดน้ำหลาก และวาตภัยในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองมุกดาหาร อำเภอดงหลวง อำเภอหนองสูง อำเภอนิคมคำสร้อย อำเภอดอนตาล อำเภอหว้านใหญ่ และอำเภอคำชะอี รวม 32 ตำบล 33 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 300 ครัวเรือน จ.ยโสธร น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอป่าติ้ว อำเภอคำเขื่อนแก้ว อำเภอเมืองยโสธร อำเภอทรายมูล อำเภอไทยเจริญ อำเภอเลิงนกทา และอำเภอกุดชุม รวม 43 ตำบล 275 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 8,061 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 5,080 ไร่ จ.ขอนแก่น น้ำจากลำห้วยจิไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบ้านไผ่ และอำเภอแวงใหญ่ รวม 5 ตำบล 6 หมู่บ้าน อพยพประชาชนในอำเภอบ้านไผ่ 3 จุด 220 คน ประชาชนได้รับผลกระทบ 19,124 ครัวเรือน

จ.อุบลราชธานี น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 11 อำเภอ ได้แก่ อำเภอน้ำขุ่น อำเภอน้ำยืน อำเภอเมืองอุบลราชธานี อำเภอกุดข้าวปุ้น อำเภอเขื่องใน อำเภอเขมราฐ อำเภอพิบูลมังสาหาร อำเภอตระการพืชผล อำเภอโขงเจียม อำเภอม่วงสิบสอง และอำเภอดอนมดแดง รวม 30 ตำบล 111 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,223 ครัวเรือน จ.ร้อยเอ็ด น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเสลภูมิ อำเภอโพธิ์ชัย อำเภอเมยวดี และอำเภอเมืองร้อยเอ็ด รวม 12 ตำบล 38 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,476 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 4,110 ไร่ ถนนเสียหาย 5 สาย สะพานเสียหาย 1 แห่ง พนังกั้นน้ำ 3 แห่ง น่าน เกิดน้ำท่วมขังในอำเภอทุ่งช้าง และถนนสายทุ่งช้าง- เฉลิมพระเกียรติ ปัจจุบันรถไม่สามารถสัญจรผ่านได้

นายชยพล กล่าวอีกว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยร่วมกับจังหวัด หน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเจ้าหน้าที่ พร้อมระดมวัสดุอุปกรณ์ ยานพาหนะ และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยและคลี่คลายสถานการณ์ภัย โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกเครื่องส่งสูบน้ำระยะไกลเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง รวมถึงดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ประภัย โดยแจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม และถุงยังชีพ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น อีกทั้งจัดเจ้าหน้าที่พร้อมรถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยให้บริการขนย้ายสิ่งของและอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ประชาชน และสำรวจความเสียหายครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยด้วยเงิน ทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินต่อไป พร้อมเร่งฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ