xs
xsm
sm
md
lg

คำต่อคำ : ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน [22 มีนาคม 2562]

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



(เพลงพระราชนิพนธ์ "ชะตาชีวิต")

พิธีกร- สวัสดีค่ะ ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่รายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน วันนี้ขอกราบสวัสดีท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้วก็พี่ๆ ศิลปิน แขกรับเชิญของนัทในวันนี้ คุณจอห์น พี่โจ และพี่ก้อง วันนี้เราก็เปิดรายการกันด้วยบทเพลงพระราชนิพนธ์ เพลงชะตาชีวิต ซึ่งก็จะตรงกับเนื้อหาที่เราจะพูดคุยกันในวันนี้ ซึ่งเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีมากถึง 48 บทเพลงด้วยกัน เป็นเพลงที่พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์ทั้งเนื้อร้อง และทำนอง หรือว่าอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งแต่ละบทเพลงนี้ก็ล้วนเป็นเพลงที่ไพเราะ แล้วก็มีความหมาย แล้วก็ยังแฝงถึงการสอนในการดำเนินชีวิตของเราด้วย

ก่อนอื่นนะคะอยากจะถามท่านนายกฯ ถึงความสำคัญของบทเพลงพระราชนิพนธ์ มีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับศาสตร์ของพระราชา

ประยุทธ์- ในยุคแรกนั้น เพลงพระราชนิพนธ์เมื่อสำเร็จออกไปเป็นเพลงแล้ว ก็ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ครูเอื้อ สุนทรสนาน นำไปบรรเลงในวงดนตรีของกรมโฆษณาการ สมัยนั้น คือกรมประชาสัมพันธ์ในปัจจุบัน โดยพระองค์ก็ทรงดนตรีด้วย ร่วมในวง อ.ส. ที่เรียกว่าวง อ.ส. วันศุกร์ ทางสถานีวิทยุพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต คราวนี้ปรากฏว่าหลายบทเพลงกลายเป็นเพลงยอดนิยม ใช่ไหม ทั้งในหมู่ชาวไทยและชาวต่างประเทศ ซึ่งก็มีความสอดคล้องระหว่างบทเพลงพระราชนิพนธ์ กับศาสตร์พระราชาฯ ทุกเพลงมีความสอดคล้องกันหมด เปรียบเสมือนคำสอนของใคร ของพ่อกับลูก สะท้อนให้เห็นถึงความห่วงใยชาติบ้านเมือง ให้กำลังใจทุกคนในการทำดี ทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงสอนอะไรไว้บ้าง สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ ทรงสร้างบ้านแปงเมืองมาหลายร้อยปีแล้ว ถ้าจำได้ก็คือ 800 ปีโดยประมาณ ถือว่ายาวนานนะ ยาวนานมากกว่าหลายประเทศในโลกนี้ แล้วพระองค์ทรงปลูกฝังให้ชนรุ่นหลังนั้นได้ร่วมกันทำความดี ด้วยจากใจของตัวเอง ระเบิดจากข้างใน แล้วสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบันก็ได้ทรงให้รักษา สืบสาน ต่อยอด จิตอาสาทำความดีด้วยหัวใจ อันนี้จะสืบสานต่อเนื่องไปอีกนานเท่านาน

ถ้าตัวอย่างเพลงที่เราแบ่งหมวดหมู่ กลุ่มแรกก็คือเพลง เช่น เพลง "เราสู้" อันนี้เป็นท่วงทำนองที่ดุดันหน่อย ปลุกขวัญ ปลุกกำลังใจเจ้าหน้าที่ ข้าราชการ พลเรือน ตำรวจ ทหาร สมัยที่เรามีคอมมิวนิสต์ สมัยนั้นความแตกแยกเกิดขึ้นมากมาย ความคิดเห็นต่าง ไม่ตรงกัน อะไรต่างๆ ท่านก็ทรงพระราชนิพนธ์เพลงนี้ออกมา เพลงเราสู้

(เพลงพระราชนิพนธ์ "เราสู้")

ประยุทธ์- ในเรื่องของเพลง "ชะตาชีวิต" ก็เช่นเดียวกัน ที่มีการเปิด หรือมีการร้องร่วมกันไปแล้วตั้งแต่ต้นรายการนี่ ก็เป็นท่วงทำนองที่สะท้อนถึงปรัชญาชีวิต ให้ทุกคนนั้นมีความหวังอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่อนที่กล่าวว่า "สักวันบุญมาชะตาคงดี" แต่ท่านก็ทรงสอนเพิ่มเติมไปอีกว่า ชะตาอย่างเดียวไม่ได้ ต้องทำตัวเองไปด้วย เรียกว่าพัฒนาจากตัวเองไปเสียก่อน ระเบิดจากข้างในจิตใจตัวเอง จะได้เกิดความคิดต่างๆ ในการพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ แล้วถึงจะดีขึ้น ชะตาอย่างเดียวไม่ได้ ต้องทำไปด้วย

ระยะหลังๆ ก็ทรงมีพระราชกรณียกิจมากมาย ก็เลยทำให้พระองค์ไม่ทรงมีเวลาที่จะพระราชนิพนธ์เพลงเพิ่มเติมจาก 48 เพลงดังกล่าวนั้น เพลงสุดท้ายที่ได้ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ก็คือเพลง "เมนูไข่"

(เปิดเพลงพระราชนิพนธ์ "เมนูไข่")

ประยุทธ์- เป็นเพลงที่สนุกสนานใช่ไหมครับ ทุกคนเคยได้ยินมาแล้ว ซึ่งร้อง พระราชนิพนธ์ โดยเนื้อร้องทรงพระนิพนธ์โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานเป็นของขวัญวันพระราชสมภพครบ 72 พรรษา แด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนาฯ

พิธีกร- แล้วในจำนวนทั้ง 48 บทเพลงพระราชนิพนธ์นี้ นัทเชื่อว่าทุกๆ คนก็คงจะเคยได้ยินผ่านหูกัน แล้วก็มีเพลงที่ชื่นชอบในใจ ส่วนท่านนายกฯ มีเพลงที่แบบเป็นเพลงในใจเลย แล้วก็สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันหรือในการทำงานอย่างไรบ้างคะ

ประยุทธ์- ผมต้องใช้คำว่าชื่นชอบใช่ไหม แล้วนำมาใช้ในการดำเนินชีวิตด้วย ในทุกกิจการของตัวเอง ทุกคนมีหน้าที่แตกต่างกัน มีอาชีพ มีรายได้ที่ไม่เหมือนกัน การประกอบอาชีพ เพราะฉะนั้นส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องที่คนไทยค่อนข้างจะคุ้นเคย บทเพลงพระราชนิพนธ์ที่เกี่ยวกับความรักหรือ ก็มีเยอะนะ การให้กำลังใจ การปลูกฝังความรักชาติ แต่ทุกคนต้องร้องเป็น ร้องทุกปี ทราบไหมครับ คือเพลงอะไร เพลง "พรปีใหม่" ไง ที่สะท้อนถึงความผูกพันใกล้ชิดของสถาบัน กับประชาชน

(เพลงพระราชนิพนธ์ "พรปีใหม่")


ประยุทธ์- ที่ผมประทับใจอีกก็มีเพลงประจำมหาวิทยาลัยต่างๆ หน่วยทหารต่างๆ เยอะแยะไปหมดเลย เพลง "มหาจุฬาลงกรณ์" ก็ใช่ เพลง "ยูงทอง" เพลง "เกษตรศาสตร์" เพลง "มาร์ชราชนาวิกโยธิน" เพลง "เรา - เหล่าทหารราบที่ 21"

(เพลงพระราชนิพนธ์ "เรา-เหล่าทหารราบ 21")

ประยุทธ์- ผมเคยเป็นผู้บังคับบัญชาหน่วยนี้ ผมภูมิใจนะ เพลงนี้ทรงพระราชทานให้นะ หรือที่เราเรียกกันว่าเป็นเพลง "ทหารเสือนวมินทรมหาราชินี" เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ที่ผมชื่นชอบ แล้วถ้าเพลงที่เป็นแรงบันดาลใจหรือ เพลง "ความฝันอันสูงสุด" สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้มีพระราชเสาวนีย์ให้ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค ได้เขียนบทกลอนแสดงความนิยม ส่งเสริมคนดี ให้กำลังใจคนทุกคนทำงานเพื่ออุดมคติ เพื่อประชาชน ประเทศชาติ แล้วได้ทรงกราบบังคมทูลพระกรุณาขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานทำนองให้ คือทรงถวายบทกลอนขึ้นไป แต่งโดยท่านผู้หญิงมณีรัตน์ แล้วท่านก็ทรงพระราชทานทำนองมา อันนี้ผมก็ชอบนะ แต่ผมเชื่อว่าทุกคนทั้งในห้องนี้ และที่บ้านด้วย ก็ยึดมั่นในอุดมการณ์ ความรักชาติ ความเสียสละ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่อนที่ว่า "จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา"

(เพลงพระราชนิพนธ์ "ความฝันอันสูงสุด")

ประยุทธ์- เพราะฉะนั้นคนเราเกิดมา เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดา ความดี-ความชั่วเท่านั้นที่คงอยู่ให้คนเขาจดจำ ให้สรรเสริญ แล้วหลายคนก็บอกว่าอยากจะทำงานเพื่อให้ถูกใจ เพื่อให้เป็นประวัติศาสตร์ ไม่ใช่ ต้องให้คนเขาจำได้ในเรื่องของความดี เกียรติยศศักดิ์ศรีเป็นสิ่งที่คนอื่นเขามอบให้เรา เราสร้างเองไม่ได้หรอกครับ เราสร้างได้แต่เพียงทำความดีให้คนระลึกถึงเสมอ นั่นคือของผมนะ อีกหลายเพลงผมชอบทุกเพลงนั่นล่ะ ทั้ง 48 เพลงนั่นแหละ ถามคนอื่นบ้างได้ไหม

พิธีกร- ได้ค่ะ พี่โจก่อน

โจ นูโว- สมัยตอนผมยังเด็กๆ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านยังหนุ่มๆ อยู่ ผมก็ฟังเพลงพระราชนิพนธ์ผ่านๆ ไม่ได้รู้สึกอะไร แต่พอโตขึ้นมาก็มีหลายคณะเอามา Re-arrange ใหม่ ทำมิวสิควิดีโอ ก็รู้สึกขนลุก ในเพลง "ยิ้มสู้" เพราะเป็นเพลงที่ให้กำลังใจคนตาบอด และก็อีกเพลง "ความฝันอันสูงสุด" เป็นเพลงที่นักดนตรีด้วยกันจะรู้ว่าคอร์ดสุดยอด และท่วงทำนองมีฮึด มีลง มีขึ้น มีพีค นักดนตรีต้องชอบเพลงนี้มากครับ

พิธีกร- พี่ก้องล่ะคะ

ก้อง นูโว- ผมชอบชะตาชีวิตที่เล่นไปเมื่อกี้นี้ เพราะเป็นเพลงสไตล์ Blues ซึ่งผมเองเป็นคนชอบดนตรีแนว Blues อยู่แล้ว แล้วก็เป็นเพลงนี้ที่เป็น Blues ที่เมโลดี้สวยมาก ทรงพระราชนิพนธ์เมโลดี้สวยมาก แทบจะขยับปรับเปลี่ยนอะไรไม่ได้เลย เพราะลงตัวมาก เป็นเพลงที่ชื่นชอบ

พิธีกร- พี่จอห์นล่ะคะ

จอห์น นูโว- ผมชอบเมื่อสักครู่ท่านนายกฯ พูด เพลง "พรปีใหม่" เพราะว่าผมรู้สึกถึงความเป็นห่วงเป็นใยที่พระองค์ท่านทรงมีต่อประชาชนทั่วไป เพราะว่าเพลงของคนไทยก็ควรจะมีสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเพลง "พรปีใหม่" ที่สำคัญเป็นเพลงที่พระราชนิพนธ์จากพระองค์ท่านให้ชาวไทยได้มาร้องจนถึงทุกวันนี้

พิธีกร- พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถมากๆ ในขณะที่พระองค์ทรงปฏิบัติภารกิจต่างๆ มากมาย ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ท่าน ก็ยังพระปรีชาสามารถในการที่จะแต่งบทเพลงพระราชนิพนธ์ต่างๆ ถึง 48 บทเพลงด้วยกัน มีคนให้สมัญญานามว่าเป็น "อัครศิลปิน" ที่ชาวโลกยกย่อง อันนี้สำคัญมากๆ เลย เพราะทุกบทเพลงพระราชนิพนธ์แฝงไว้ด้วย คติสอนใจ แล้วก็ทำให้เรามีความรื่นรมย์ ผ่อนคลาย ให้แง่คิดและคำสอน ถ้าเกิดว่าใครนำไปปรับใช้และปรับทัศนคติของตัวเองในการดำเนินชีวิต ชีวิตต้องมีความสุขอย่างแท้จริงและยั่งยืนแน่นอน

ประยุทธ์- เราต้องระลึกอยู่เสมอนะว่าสถาบันพระมหากษัตริย์นั้นทุกยุคทุกสมัยมีความผูกพันใกล้ชิดกับพสกนิกรของท่าน นอกเหนือจากพระราชกรณียกิจแล้ว รัชกาลที่ 9 ได้ทรงสื่อสารผ่านบทกวี บทเพลง อย่างมากมาย อย่างเช่น 48 บทเพลงพระราชนิพนธ์ แล้วยังทรงเข้าใจว่าพสกนิกรของท่าน หรือคนไทยนี่ อารมณ์ศิลปินนะ ละเอียดอ่อน อ่อนไหว เพราะฉะนั้นคนไทยก็จะมีสมาธิ มีความร่วมมือร่วมใจเกิดขึ้นมา เพราะคนไทยชอบฟังเพลงทุกคน ใช่หรือเปล่า เพราะฉะนั้นแง่คิดของพวกเราในบทเพลงเหล่านี้ก็คือว่า สร้างกำลังใจ สร้างความหวัง แล้วก็ดำเนินการให้เป็นไปตามความหวัง ความฝันต่างๆ ให้เป็นความจริงให้ได้ ด้วยตัวเราเอง

(เพลงพระราชนิพนธ์ "ยิ้มสู้")

ประยุทธ์- ผมยกตัวอย่าง คุณเอกชัย วรรณแก้ว มนุษย์เพนกวิน จำได้ไหม เป็นผู้พิชิตยอดเขาคีรีมันจาโร ยอดเขาที่สูงที่สุด เพื่อขึ้นไปวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยความรัก ความศรัทธา โดยที่พระองค์ทรงทำงานหนักมากว่า 70 ปี เพราะฉะนั้นกำลังใจ ความศรัทธา ร่างกาย นั่นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เขาใช้กำลังใจ ความศรัทธา ทำสิ่งเหล่านี้ไปด้วยได้ ยกตัวอย่างง่ายๆ อีกอันก็คือว่า มีหลายอย่างที่คนไทยไปทำต่างประเทศ มีคนอื่นอีกที่ผมอาจจะกล่าวไม่หมด มีเอาธงไปปักบนยอดเขาโน้น เขานี้ สถานที่โน้น นี้ ที่ไปยากลำบาก เอาธงไทยไปปัก เราภูมิใจไหมล่ะ ปลื้มใจไหมล่ะ

จอห์น นูโว- ท่านนายกฯ อยากปักธงที่ไหนในใจไหมครับ

ประยุทธ์- ปักธงในประเทศไทยนี่ล่ะ

จอห์น นูโว- ปักธงในประเทศไทย

ประยุทธ์- ประเทศไทยเราต้องรวมความจงรักภักดีในสถาบันพระมหากษัตริย์ ปักธงในใจของพวกเราทุกคน ให้ทุกคนนั้นมุ่งมั่นในความรัก ความสามัคคี ผมไม่ขออะไรจากท่านเลย ผมขอแค่ความรักสามัคคีคืนมา จะต้องไม่มีความขัดแย้งอีกต่อไป เท่านั้นล่ะ ผมขอแค่นี้ ปักธงในใจของเรา ปักธงชาติเข้าไป อันหนึ่งที่ทุกคนต้องยอมรับหรือว่าต้องถวายความจงรักภักดีให้กับพระองค์ท่านมากๆ คือ กว่า 70 ปี ในการครองราชย์ ซึ่งพระองค์ก็เคยประสบอุบัติเหตุมา ความทุกข์ส่วนพระองค์ท่านก็มีนะ แต่ท่านก็ทรงนึกถึงประชาชนของท่านตลอด จนทำให้พระองค์ท่านมีแรงบันดาลใจมีกำลังใจของพระองค์ท่านในการที่จะทำให้แผ่นดินต่อไปให้พี่น้องประชาชน ทั้งเกษตร ทั้งรายได้น้อย พิทักษ์ทรัพยากร พิทักษ์สิ่งแวดล้อม มาเจอกับศึกสงครามที่เปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด วันนี้นอกจากจะมีภัยคุกคามในรูปแบบเก่า วันนี้ก็มีภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ด้วย ทางไซเบอร์บ้าง การก่อการร้าย อาชญากรข้ามชาติ เหล่านี้มีทุกพื้นที่ ประเทศไทยถือว่าน้อยที่สุดแล้ว เพราะฉะนั้นเราต้องเตรียมมาตรการที่จะรองรับสิ่งเหล่านี้ด้วย เพื่อให้ประเทศชาติปลอดภัยอย่างที่ท่านทรงคาดหวังไว้กับเรา ท่านพระราชทานสิ่งนี้เป็นมรดกให้เรานะ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ศาสตร์พระราชา บทเพลงพระราชนิพนธ์ เหล่านี้และอีกมากมาย ในการทรงงานของพระองค์ตลอด 70 ปีที่ผ่านมา และในช่วงที่ท่านทรงประชวรอยู่ ท่านก็ไม่ได้หยุดทรงงานนะ ท่านยังคงเรียกคนโน้นคนนี้มาเฝ้าฯ และพระราชทานคำแนะนำไป จนกระทั่งทุกอย่างเดินหน้าไปได้ จนถึงวันนี้ นั่นคือสิ่งที่พระองค์ท่านทรงพระราชทานไว้ให้ อีกอันที่ผมชอบและเกี่ยวโยงไปกับบทเพลงพระราชนิพนธ์ด้วยก็คือ บทกลอนที่คุณนภาลัย สุวรรณธาดา ได้แต่งไว้ จำได้ไหม และตรงกับสถานการณ์ในวันนี้เลยนะ ฟังนายกฯ พูด


"ทุกวันนี้ศึกไกลยังไม่ห่วง
แต่หวั่นทรวงศึกใกล้ ไล่ข่มเหง
ถ้าคนไทยหันมาฆ่ากันเอง
จะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง"

เป็นอย่างไรครับ อย่าลืมนะ บทเพลงพระราชนิพนธ์ บทกลอนดีๆ หลายรัชกาลพระราชทานไว้แล้ว

พิธีกร- อันนี้คือตั้งแต่ พ.ศ. 2510 ที่แต่งไว้ตั้งแต่ตอนนั้น

ประยุทธ์- เกิดทันไหม เคยได้ยินไหม

โจ นูโว- ผมเกิดปี 2510 แต่เคยได้ยินตอนหลัง "จะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง" อันนี้จำได้เลย

ประยุทธ์- "จะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง" ใช่ไหม เราอยู่คนเดียวไม่ได้ในโลกใบนี้ มีประเทศไทยอยู่ประเทศเดียวที่ไหนล่ะ และเราเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพในทุกอย่างเลยนะ อย่าทำให้ศักยภาพเหล่านี้หายไป

พิธีกร- อยากให้ภูมิใจในความเป็นไทยของเราด้วย

ประยุทธ์- เพลงความรัก คุณก้องว่าอย่างไร "อาทิตย์ดับแสง" หรือเปล่า ชอบไหม

ก้อง นูโว- ชอบครับ จริงๆ ชอบทุกเพลงเลยครับ เพลงพระราชนิพนธ์ถือว่าเป็นแรงบันดาลใจสำหรับผม เชื่อว่าสำหรับผมและนักดนตรีทุกๆ คน ท่านก็คือเหมือนกับนักแต่งเพลง และแต่งเพลงระดับเพลงอมตะแทบจะทุกเพลงเลย มันก็เป็นกำลังใจเป็นอะไรให้กับพวกเรา ซึ่งมีอาชีพนักดนตรีอยู่แล้ว เป็นแรงบันดาลใจ เห็นท่านเป็นตัวอย่าง

พิธีกร- พี่โจล่ะคะ มีอะไรอยากจะเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทเพลงพระราชนิพนธ์

โจ นูโว- พอเรามารู้ดนตรี รู้ภาษาดนตรี เล่นดนตรีเป็น เรายิ่งเห็นความอัจฉริยภาพ เพราะว่าคนที่จะแต่งเพลง ต่อให้เหนื่อยแค่ไหน ทำงานมาเกือบ 50 ปี ถ้าใจไม่รัก ใจไม่ชอบ ใจไม่สุนทรีย์ ทำไม่ได้ เพราะว่าการแต่งเพลงจะต้องเค้น จะต้องให้มันออกมา มันจะออกมาไม่สวยแน่นอน

พิธีกร- มันต้องออกมาจากหัวใจเนอะ

โจ นูโว- ใช่ครับ ต้องรักดนตรีมาก

พิธีกร- พี่จอห์นล่ะคะ

จอห์น นูโว- ผมรู้สึกว่าการที่เป็นศิลปินที่สามารถแต่งบทเพลง ประพันธ์ออกมาแล้วทำให้เป็นภูมิคุ้มกันทางด้านจิตใจได้เนี่ย เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มาก คุ้มครองจิตใจของคนทั้งประเทศ เพื่อให้อยู่ไม่วิตกกังวลภายใต้ความสุนทรีย์ ผมว่าในโลกนี้ตั้งแต่ผมรู้มาเนี่ย ไม่เคยมีกษัตริย์องค์ใดทำได้

(เพลงพระราชนิพนธ์ "แผ่นดินของเรา")

พิธีกร- ได้รับความรู้และสิ่งดีๆ มากมายด้วยกัน วันนี้ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และแขกศิลปินรับเชิญในวันนี้ และรายการของเราก็จะลากันไปด้วยการอัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ที่เราได้ร้องกันไปเมื่อตอนต้นรายการ เพลง "ชะตาชีวิต" ไปพร้อมๆ กัน

(เพลงพระราชนิพนธ์ "ชะตาชีวิต")