xs
xsm
sm
md
lg

พาณิชย์เผยมูลค่าส่งออกเดือน ก.พ.กลับมาขายตัวเป็นบวก 5.91%

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยตัวเลขส่งออกเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ว่า มีมูลค่า 21,553 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กลับมาขยายตัวเป็นบวกร้อยละ 5.91 จากเดือนมกราคม ที่ติดลบร้อยละ 5.6 เนื่องจากปัญหาสงครามการค้าจีนและสหรัฐฯ เริ่มจะหาข้อยุติร่วมกัน คาดว่าจะมีความชัดเจนเดือนเมษายน-พฤษภาคมนี้ ทำให้ทิศทางการส่งออกทั่วโลกปรับตัวดีขึ้น รวมทั้งผู้นำเข้ามีความมั่นใจนำเข้าสินค้าจากไทย โดยเฉพาะกลุ่มอาหาร หลังจากรัฐบาลยกระดับการคุ้มครองแรงงานจนสามารถปลดใบเหลืองทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุมของไทย หรือ ไอยูยู

ทั้งนี้ ส่งผลให้การส่งออกไปตลาดหลักขยายตัวถึงร้อยละ 23 จากตลาดสหรัฐอเมริกาเป็นหลักที่ขยายตัวถึงร้อยละ 94 แม้จะเป็นการส่งออกสินค้าในกลุ่มที่ไม่ใช่สินค้าส่งออกสำคัญ คือ อาวุธ แต่หากหักออกการส่งออกไป สหรัฐฯ ยังขยายตัวเป็นบวก โดยเฉพาะสินค้าที่สหรัฐฯ ขึ้นภาษีกับจีน ทั้งโซลาร์เซลล์ เครื่องซักผ้า เหล็ก และอะลูมิเนียม ล้วนขยายตัวทุกรายการ เช่นเดียวกับการส่งออกไปตลาดจีน ที่ติดลบลดลงเหลือเพียงร้อยละ 1.5 เท่านั้น จากเดือนมกราคม ที่ติดลบถึงร้อยละ 16 เนื่องจากไทยสามารถกระจายกลุ่มสินค้าส่งออกไปได้มากขึ้น ทำให้มีสินค้าใหม่ส่งออกมากขึ้น เช่น ผลไม้สดแช่เย็นและแช่แข็ง ส่งออกเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 128 และไก่สด เพิ่มส่งออกไปได้ครั้งแรก 33 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือว่าสูงกว่าการส่งออกรถยนต์และอุปกรณ์ที่ส่งออกได้ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ 2 เดือนแรก มีมูลค่าการส่งออกรวม 40,547 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ยังขยายตัวร้อยละ 0.16

ขณะที่การนำเข้าเดือนกุมภาพันธ์ มีมูลค่า 17,519 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ติดลบร้อยละ 10 ตามการนำเข้าทองคำลดลง ทำให้เกินดุลการค้า 4,034 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยทิศทางการส่งออกปีนี้ แม้ภาพรวมจะยังทรงตัว แต่เชื่อว่าปัจจัยการฟื้นตัวตามเศรษฐกิจของภูมิภาค รวมทั้งไทยยังปรับตัวได้ดี ทั้งการกระจายกลุ่มสินค้าและกระจายไปยังตลาดใหม่ แต่ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งค่า ซึ่งเชื่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมาตรการเข้าไปดูแลลดความเสี่ยงของผู้ส่งออก และช่วงหลังการเลือกตั้งจะยังคงไม่มีรัฐบาลอีกระยะหนึ่ง ผู้ส่งออกจะต้องหามาตรการป้องกันความเสี่ยง เพื่อพยุงการส่งออกก่อนที่จะมีรัฐบาลใหม่ขับเคลื่อนนโยบาย

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีรัฐบาลใหม่เข้ามา ควรเร่งเจรจาการค้าในกรอบต่างๆ ให้เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการเจรจาการค้ามีความสำคัญในการแข่งขันของผู้ส่งออกจากแต้มต่อด้านภาษีหลังการเจรจา FTA ขณะที่คู่ค้าพร้อมที่จะเจรจากับประเทศไทยเพียงแต่รอความชัดเจนของรัฐบาลใหม่ โดยเฉพาะนโยบายการยกระดับอุตสาหกรรมสำคัญ 15 อุตสาหกรรม เนื่องจากสินค้าได้รับการยกระดับเป็นสินค้าที่ตรงตามความต้องการของผู้ซื้อมากขึ้นดีต่อการส่งออกในภาพรวมอีกด้วย