xs
xsm
sm
md
lg

นายกฯคาดมีเลือกตั้งก่อนพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยถึงพระราชพิธีสำคัญของประเทศ ว่า ช่วงนี้เป็นช่วงเปลี่ยนรัชกาล สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับครองราชย์ จึงต้องมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยพระราชพิธีดังกล่าวมี 2 ช่วง

คือช่วงแรก เป็นการดำเนินการของรัฐบาลในการเตรียมงานเพื่อเข้าสู่ช่วงพระราชพิธีฯ ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม รัฐบาลไม่สามารถกำหนดเองได้ ดังนั้นในช่วงนี้จะต้องดูเรื่องของการเดินหน้าประเทศ การเลือกตั้ง ซึ่งต้องทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย โดยในช่วงที่ 2 รัฐบาลต้องเตรียมน้ำ เตรียมดินในทุกจังหวัด และต้องใช้เวลาพอสมควร เนื่องจากมีพิธีมากกว่า 10 อย่าง ซึ่งในการเตรียมการเรื่องดังกล่าวจะต้องเตรียมความพร้อมทุกจังหวัดทั้งหมดคือความสงบเรียบร่มเย็นของประเทศ ที่เรียกว่าเป็นจารีตประเพณี ดังนั้นขอให้รอห้วงเวลาที่ทรงโปรดเกล้าฯ ลงมา และจะต้องดูพิจารณาหากเป็นช่วงเดียวกับที่มีการเลือกตั้ง คิดว่าคงไม่นาน และหากเป็นช่วงเวลาที่ตรงกับการเลือกตั้งก็ต้องดูว่าจะทำอย่างไร หากเวลาเป็นช่วงเดียวกันจะทำให้บ้านเมืองสงบอย่างไร จะช่วยกันได้หรือไม่ ซึ่งส่วนตัวคาดว่าจะมีการเลือกตั้งก่อนพระราชพิธีสำคัญ

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ปฏิเสธเข้าร่วมพูดคุยในวันที่ 7 ธ.ค.นี้. ว่า ใครจะไม่มาก็แล้วแต่ แต่ส่วนตัวคิดว่าการจะทำงานเพื่อชาติและประชาชนต้องเอากติกาต่างๆมา ไม่ใช่สู้กับกติกา เหมือนนักมวยจะขึ้นชกก็ต้องฟังกติกา ซึ่งกติกาวันนี้มีความแตกต่างจากแต่ก่อนอยู่บ้าง เหมือนกติกามวย กติกากอล์ฟหรือกติกาอื่นๆ ที่เปลี่ยนไปหมด เพราะหลายอย่างไม่เคยทำได้ก็ทำได้ หรือหลายอย่างเคยทำไม่ได้ก็ทำได้ แต่ไม่เคยมีใครต่อสู้กันเรื่องนี้ ดังนั้นจึงควรเตรียมตัวเองให้พร้อมเข้ามาสู่การเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนตัดสินจะดีกว่า อย่ามีปัญหากันตอนนี้ เพราะทำให้เสียเวลาและประเทศชาติก็เดินหน้าลำบาก

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความชัดเจนกรณีที่พรรคพลังประชารัฐ ประกาศพร้อมส่งเทียบเชิญลงบัญชีผู้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรค ว่า เป็นความชัดเจนของพรรคแล้ว เหตุใดส่วนตัวต้องชัดเจนด้วย ซึ่งทุกพรรคบอกจะเสนอชื่อของตนเอง แต่ไม่เห็นใครมาเทียบเชิญ และส่วนตัวยังไม่ตัดสินใจ ส่วนเหตุผลที่หลายพรรคถึงสนใจเสนอชื่อตนเองเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ส่วนตัวไม่ทราบ เพราะไม่อาจพิจารณาตัวเองได้ว่าเก่งหรือไม่เก่ง หรืออาจเห็นว่าบ้านเมืองสงบเรียบร้อยดี คงหวังแค่นั้นหรือไม่ก็อาจหวังอย่างอื่นด้วย

ส่วนกรณีที่ในฐานะพรรคพลังประชารัฐเคยเป็นทีมงานที่ร่วมงานกันมาก่อนจะมีผลต่อการพิจารณาหรือไม่หากมาทาบทาม นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณา ซึ่งพรรคใดก็ตามที่ทำงานสอดคล้องกับที่ทำอยู่วันนี้ หากส่วนตัวตัดสินใจเข้าไปสู่การเมืองก็ต้องสนับสนุนพรรคเหล่านี้ เพราะทำงานให้ตนเองทำต่อ ส่วนในใจของตนเองนั้น มีธงคือการสนับสนุนพรรคการเมืองที่เดินหน้าประเทศอย่างมียุทธศาสตร์ ดังนั้นพรรคอื่นหากมียุทธศาสตร์ที่อาจดีกว่าพลังประชารัฐก็ให้เสนอมา และส่วนตัวจะให้ความชัดเจนทางการเมืองของตนเองได้หลังจากมีการปลดล็อกไปแล้ว เพราะเมื่อมีการปลดล็อกทุกคนก็จะพูดได้เต็มปากเต็มคำ

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังด้วยกล่าวว่า ส่วนตัวจะไม่มีการทำโพลสำรวจความเห็นประชาชน เพราะเชื่อว่าประชาชนเป็นคนแสดงออกมาอยู่แล้วและประชาชนจะยอมรับหรือไม่ยอมรับใครก็ว่ากันมา วันนี้กระแสโพลก็ออกมาอยู่แล้วจะเลือกพรรคไหน หรือเลือกคนคุ้นเคย เลือกตัวบุคคลไม่เลือกพรรคหรืออะไรก็แล้วแต่

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อยากฝากให้ทุกคนช่วยกันสร้างความเข้าใจในระดับพื้นที่ว่าขณะนี้รัฐบาลกำลังเดินหน้าสร้างกลไกการขับเคลื่อนเศรษฐกิจทุกอย่าง โดยเฉพาะด้านการเกษตรที่วันนี้ไม่ว่ารัฐบาลไหนต้องบอกจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นอย่างจะทำให้ราคายางพาราดีขึ้น แต่ขณะนี้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงหมดแล้ว จึงต้องยอมรับ ดังนั้นไม่อยากให้ไปบิดเบือนว่าสมัยก่อนราคาเท่านี้ สมัยนี้รัฐบาลนี้ทำได้เท่านี้ ประชาชนเลยเกิดความคาดหวังว่าวันข้างหน้าจะดีขึ้น วันนี้รัฐบาลพยายามนำทุกมาตรการมาใช้ ไม่ใช่ดูแลโดยเอาเงินไปให้อย่างเดียวอย่างที่ผ่านมา จนทุกคนเคยชิน อย่าไปจับต้องว่ามาตรการที่ช่วยเหลือไม่มีเหมือนเดิม เราไปแก้บิดเบือนทางการตลาดไม่ได้ วันนี้ขอให้ฟังรัฐบาลนี้บ้างกำลังแก้ปัญหา ทุกประเทศที่ค้ายางปาล์มมีปัญหาหมด ไม่มีทางเป็นไปได้ที่ราคาจะสูงขึ้นโด่งไปมากๆ อย่างที่ผ่านมา ดังนั้นวันนี้เราต้องมองโลกว่าไปถึงไหนแล้ว

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หากมาหาเสียงกันแบบเดิมๆ ก็จะได้คนแบบเดิม ไม่ว่าจะเป็นการเกษตรที่ราคาตกต่ำ หาเสียงกันแบบนี้ตลอด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตกลงกลายเป็นกระทรวงการเมืองหรืออย่างไร ถ้าใครพูดได้ดีประชาชนมีความหวังก็ได้รับการเลือกตั้งเข้ามา แต่สุดท้ายก็แก้ไม่ได้เสียที จึงต้องดูว่าวันนี้กำลังแก้อะไรกันอยู่ ขณะเดียวกันมีบางคนบอกว่ารัฐบาลนี้อยู่มา 4 ปีเศรษฐกิจราคาพืชผลเกษตรตกต่ำอยากถามว่าแล้วจะให้ทำอย่างไร ลองไปถามคนที่พูดว่าจะทำให้ราคาสูงขึ้นได้อย่างไร หลายอย่างที่เป็นมาตรการก่อนหน้ารัฐบาลเข้ามาอยากให้พูดออกมาว่า ทำอะไรอย่างอื่นบ้าง นอกจากบอกจะทำให้ราคาดีแล้วทำไม่ได้หรือไม่ ตรงนี้เป็นนโยบายของพรรคที่ควรจะพูดออกมา มากกว่าโจมตีรัฐบาลนี้

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่เสนอให้ใช้คำสั่ง คสช.ตามมาตรา 44 ยกเลิกประกาศสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สินหนี้สินของสภามหาวิทยาลัย และคณะกรรมการมหาวิทยาลัย ว่า ไม่จำเป็นต้องใช้ เพราะ ป.ป.ช. กำลังทบทวนอยู่ และตอนนี้ก็มีการขยายเวลาการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวออกไปแล้วแต่เชื่อว่า ทุกคนมีเหตุผลส่วนตัว อย่างตอนที่ตนเองดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกก็ได้แจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินให้ ป.ป.ช. เก็บไว้แต่ไม่ได้แสดงต่อสาธารณะ แต่พอมาเป็นนายกรัฐมนตรีก็ต้องเปิดเผยทุกรายการและคนก็มาบอกว่าร่ำรวยเท่านั้นเท่านี้