xs
sm
md
lg

คำต่อคำ : ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน [10 สิงหาคม 2561]

เผยแพร่:   โดย: MGR Online



สวัสดีครับ แม่พ่อพี่น้องชาวไทยที่รักทุกท่าน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงดำรงฐานะเป็นทั้งสมเด็จพระอัครมเหสีที่ทรงติดตามพ่อหลวง โดยทรงร่วมทุกข์ร่วมสุขและทรงสนับสนุนพระราชกรณียกิจนานัปการอย่างมิได้ทรงย่อท้อ อีกทั้งทรงเป็นพระราชมารดาผู้ประเสริฐ โดยทรงอบรมสั่งสอนพระราชโอรส พระราชธิดาให้ได้ตระหนักในหน้าที่อันพึงทรงบำเพ็ญตนต่อบ้านเมือง และอาณาประชาราษฎร์ สำหรับในฐานะที่ทรงเป็นแม่ของแผ่นดินนั้น พระองค์ทรงพากเพียร และมีพระวิริยะอุตสาหะ ประกอบพระราชกรณียกิจทั้งปวง เพื่อให้ประชาชนหาเลี้ยงชีพได้โดยชอบเป็นปกติสุข บ้านเมืองมีความมั่นคงไม่แตกแยกเป็นสำคัญ ซึ่งหลักการทรงงานของพระองค์ที่ทรงยึดถือก็คือ ศาสตร์พระราชาของในหลวง รัชกาลที่ 9 อาทิ ทรงให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาในชนบท ชุมชนที่เป็นพื้นฐานของประเทศ อีกทั้งเป็นแหล่งผลิตแหล่งอาหาร และเกษตรกรรมของคนทั้งประเทศ ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านจิตใจอันจะนำไปสู่ความสุข สันติ และการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง อีกทั้งทรงให้ความสำคัญกับการให้โอกาสแก่ราษฎรที่จะแนะนำการพัฒนา และมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา ภายใต้พระบรมโพธิสมภาร เป็นต้น ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชปณิธานอันแน่วแน่ ที่จะทรงสืบสาน รักษา ต่อยอดหลักการทรงงาน และศาสตร์พระราชาดังกล่าว เพื่อจะสร้างประโยชน์สุขให้กับปวงชนชาวไทยทุกคน จวบจนทุกวันนี้และตลอดไป

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 รัฐบาลขอเชิญประชาชนร่วมกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติ และแสดงความจงรักภักดี ด้วยการประทับธงชาติไทยคู่กับธงพระนามาภิไธย ส.ก. พระฉายาลักษณ์ และตั้งเครื่องราชสักการะตามหน่วยงาน อาคาร บ้านเรือน พร้อมจัดสถานที่ลงนามถวายพระพรตลอดเดือนสิงหาคม โดยในวันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคมนี้
เวลา 19.00 น. ขอเชิญปวงชนชาวไทยร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะ จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล และร่วมร้องเพลงสดุดีพระแม่เจ้าอย่างพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกท่านร่วมกันสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย โดยทรงส่งเสริมอาชีพและช่วยเหลือราษฎรให้มีอาชีพเสริม เพิ่มพูนรายได้อย่างกว้างขวาง ภายใต้โครงการส่งเสริมศิลปาชีพ และมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ทำให้เกิดการเผยแพร่มรดกทางภูมิปัญญาไปสู่นักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างประเทศ เปรียบประดุจทรงเป็นพระประทีปส่องสว่างนำทางพสกนิกรไทยทั้งชาติ ซึ่งมีส่วนสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของแต่ละภูมิภาค รัฐบาลจึงได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยได้ขับเคลื่อนโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ซึ่งก็เป็นไปตามแนวทางของศิลปาชีพเดิมของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงเริ่มต้นไว้ โดยจะจัดงาน "ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP ก้าวไกลด้วยพระบารมี" ขึ้น ระหว่างวันที่ 11 - 19 สิงหาคมนี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

สำหรับวันแม่แห่งชาติประจำปี 2561 นี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานคำขวัญ ความว่า "เมื่อเรารวมกำลังกันทั้งชาติ ย่อมสามารถช่วยไทยไขปัญหา ผนึกแรงหลอมรวมร่วมปัญญา จักนำพาชาติตนรอดพ้นภัย" ผมเห็นว่าเป็นสัจธรรมที่เราได้พิสูจน์ให้ทั้งโลกได้เห็นพลังแห่งความสามัคคีของคนในชาติ จากความสำเร็จในการกู้ภัยทีมเยาวชนหมูป่า ที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ที่ผ่านมา ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ และความรู้รักสามัคคีนี้ จะเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ ให้เราได้เสมอในหลายๆเรื่องด้วยกัน อาทิ โครงการจิตอาสา "เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ" ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จะช่วยปลูกฝัง จิตสาธารณะให้กับประชาชน และเยาวชนไทย ในการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ด้วยกิจกรรมต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และแก้ไขปัญหาให้แก่สังคม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำท่วมในเขตชุมชนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ปัญหาการจราจร และอื่นๆ เป็นต้น ในวันนี้ผมได้เห็นกิจกรรมต่อยอดมากมาย ในลักษณะของพลังประชารัฐที่น่าชื่นชม ยกตัวอย่าง เช่น ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 6 จาก 100 ประเทศ ที่กำลังประสบปัญหาเรื่องการจัดการขยะ เป็นเรื่องร้ายแรงนะครับ โดยในแต่ละปีจะมีขยะรูปแบบต่าง ๆ เกิดขึ้น และ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นกล่องโฟม จากการบรรจุอาหารวันละ 138 ล้านใบ กระดาษชำระเกือบ 4 ล้านตันต่อปี ถุงพลาสติก 5,300 ตันต่อปี ขยะจากขวดพลาสติกมากกว่า 3,800 ล้านใบต่อปี หรือแม้แต่หลอดพลาสติก 500 ล้านหลอดต่อวัน ไม่นับรวมขยะอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งที่ย่อยสลายได้ และย่อยสลายไม่ได้ ขยะพิษอะไรต่างๆ อีกมากมาย อันเกิดจากน้ำมือของเราเอง ทั้งชาวชุมชน นักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างประเทศ

ดังนั้น เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการลดภาระสิ่งแวดล้อมในแหล่งท่องเที่ยว โดยการช่วยกันลดใช้ขยะพลาสติก ได้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อจะส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีไทย ไปพร้อมๆ กับการสร้างกระแสใส่ใจสิ่งแวดล้อม ภายใต้โครงการ "เที่ยวไทยเท่ ไม่สร้างขยะ ลดโลกเลอะ" ที่มุ่งเน้นการรณรงค์ปลูกจิตสำนึก และกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวร่วมกันรับผิดชอบต่อทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม ลดการสร้างภาระขยะในแหล่งท่องเที่ยว หรือเรียกได้ว่าเป็นการท่องเที่ยวแบบรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเราสามารถทำง่ายๆ ตามคำแนะนำ เช่น ลดการสร้างขยะ หรือพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง ด้วยการใช้ถุงผ้าขวดน้ำ ปิ่นโต กล่องข้าวส่วนตัวแบบพกพา หลอดดูดน้ำจากวัสดุธรรมชาติ หรือที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ และ การใช้ผ้าเช็ดหน้า เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีโครงการความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติก และขยะอย่างยั่งยืน หลายกระทรวงที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วย กระทรวงการท่องเที่ยวฯ กระทรวงมหาดไทย และทุกพื้นที่ วันนี้ผมก็ได้สั่งย้ำไปแล้วว่าในสถานที่ราชการทั้งหมด จำเป็นต้องขจัดขยะเหล่านี้ให้ได้มากที่สุดมีการประเมินด้วย การใช้ขยะถุงพลาสติกต่างๆ ในสถานที่ราชการ ทุกสถานที่ราชการ วันนี้ภาครัฐก็มุ่งเน้นการให้ความรู้กับชุมชน เราต้องรู้ว่าจะเกิดภัยอะไรบ้าง ถ้ารู้เราจะได้ไม่ทำ เราต้องปรับพฤติกรรมใหม่ อาจจะลดความสะดวกสบายลงไปบ้าง

อีกเรื่องสำคัญคือ การจัดการขยะอินทรีย์ ที่จะต้องช่วยให้การคัดแยกขยะมีประสิทธิภาพ กรุณาแยกขยะให้หน่อย ถึงแม้ว่าบางครั้งจะมีการเก็บ เพราะว่าเรายังมีปัญหาเรื่องของการเก็บขยะ แยกกันอีกต่างหาก เพราะเป็นหน้าที่ของหลายหน่วยงานด้วยกัน แล้วงบประมาณในเรื่องนี้ก็ไม่มากนัก เราต้องช่วยกันลดตรงนี้ ขยะจะต้องถูกแยกอย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่ชั้นต้น อย่าไปโทษการเก็บโทษอะไรต่อไป เราแยกไว้เถิดครับ เดี๋ยวเขาจะได้หาวิธีการที่จะจัดการขยะเหล่านี้ให้ได้โดยเร็ว ตัวขยะที่คัดแยกได้มีคุณภาพมากขึ้นใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น รวมความไปถึงในเรื่องของการให้การสนับสนุนผู้ประกอบการรีไซเคิลให้ได้มาตรฐานอีกด้วย

ทั้งนี้ ผมเห็นว่าความเคลื่อนไหวในการรักษ์โลกด้วยการควบคุมขยะนั้นเป็นสิ่งที่ดี สอดคล้องกับกระแสโลก และปัญหาของเราภายในประเทศ ชเรื่องขยะทราบมาว่ามีกลุ่ม Trash Hero ผมอยากตั้งชื่อให้ว่า ผู้พิทักษ์โลกให้ปลอดขยะ ที่เน้นการปลูกฝังกลุ่มเยาวชน ให้มีจิตสำนึก ร่วมแก้ปัญหาขยะในชุมชน ชายหาด และพื้นที่สาธารณะ สถานประกอบการ ร้านค้าอะไรก็แล้วแต่ด้วยทั้งหมด โดยมีองค์กรกลางรับบริจาคถุงมือ ถุงขยะ อาหาร เครื่องดื่มเล็กๆ น้อยๆ จากผู้ประกอบการในพื้นที่ ฝากถึงผู้ประกอบการด้วยซึ่งเป็นส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นเมื่อให้บริการไป ประชาชนเอาไปใช้ด้วยความสะดวกง่ายดายไปสร้างภาระต่อไป ทำยังไงจะสร้างการมีส่วนร่วมได้ ระหว่างทั้งผู้ประกอบการ รวมความไปถึงผู้รับบริการด้วยต้องหากลไกวิธีการช่วยกัน ขยะเราจะได้หมดสิ้นไป หรือน้อยลง สามารถบริหารจัดการได้

สำหรับเยาวชนจิตอาสาที่ได้สละเวลาและแรงกาย มาร่วมกิจกรรมกำจัดขยะ และรักษาสิ่งแวดล้อม กิจกรรมนี้เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยของเรา ผมอยากให้เราถูกยกระดับดีขึ้นในเรืองการบริหารจัดการขยะในสายตาของต่างประเทศด้วย วันนี้ของเรามีสมาชิกเข้าร่วมกิจกรรมแล้วกว่า 1 แสนคน สามารถกำจัดขยะได้ เกือบ 6 แสนกิโลกรัม ถ้าเราคำนวณถึงคนทั้งประเทศนี่ 50-60 ล้านคน มันจะลดได้เท่าไร เพราะฉะนั้นปัญหาขยะที่เป็นตัวเลขข้างต้นมา จะลดลงทันที ขอให้เริ่มตั้งแต่บัดนี้ ขอชื่นชมเป็นกำลังใจให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ อย่าให้ต้องบังคับใช้กฎหมาย หรือโทษกันไปโทษกันมา วันนี้ต้องฟังกัน แล้วหารือกันสังคมช่วยกันได้เพื่อสังคม และเพื่อส่วนรวมของเราเอง ผมเชื่อว่ากิจกรรมแบบนี้จะเป็นหนึ่งในหลายๆ กิจกรรมที่จะเพาะพันธุ์ต้นกล้าแห่งความดีงามในเรื่องอื่นๆ อีกด้วย ให้กับบ้านเมือง และสังคมโลกต่อไป ในส่วนของรัฐบาล การแก้ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องขยะพลาสติกนั้น อยากให้พี่น้องประชาชนช่วยกันพิจารณาดูให้ดีว่า การบังคับใช้กฎหมายแต่เพียงอย่างเดียว จะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนหรือไม่ ผมเชื่อว่าทุกคนรู้คำตอบดีว่า การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนนั้น เราต้องอาศัยความร่วมมือกันทั้งประชาชน เอกชน ผู้ประกอบการ อย่างที่ผมกล่าวไปแล้วข้างต้น รวมทั้งช่วยกันสอดส่องพฤติการณ์ที่ผิดกฎหมาย เช่น การลักลอบนำขยะเป็นพิษ ซากอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาในประเทศ ต้องแก้ไขให้ได้ให้เร็วที่สุด การทิ้งขยะจากรถบนท้องถนน ก็โยนลงมาจากรถตัวเองไปข้างทางก็ถือว่าไม่รับผิดชอบอะไรเลย

การนำขยะไปกองสุมกัน หรือทิ้งนอกพื้นที่ที่เตรียมไว้ บางทีภาชนะไม่พอก็ทิ้งอีเหละเขละขละ ก็ต้องไปแก้กัน เจ้าหน้าที่ต้องเตรียมภาชนะให้เพียงพอ มีการเก็บตามห้วงระยะเวลา เราไม่สามารถจะแยกเก็บวันนี้ เก็บพวกนี้ วันที่สองเก็บอีกพวกอีกกลุ่มหนึ่ง อีกประเภทหนึ่งมันทำไม่ได้ในขณะนี้ ถ้าเราแยกไว้ก่อน เขาจะได้ไปหาทางว่าเขาจะทำอย่างไร ไม่ใช่ว่าไม่ทำอะไรเลย แล้วให้เขามารับผิดชอบเก็บอย่างเดียว ผมว่ามันก็ยาก ทั้งสองส่วน การทิ้งนอกพื้นที่ที่เตรียมไว้สำคัญที่สุด

หลักการสำคัญคือ ขยะเกิดที่ไหน ต้องกำจัดที่นั่น ฉะนั้นในการสร้างโรงขยะในแต่ละพื้นที่ ต้องกระจายไปกว่า 300 แห่งในคลัสเตอร์ต่างๆ ทั่วประเทศ เรามีเท่าไหร่ 77 จังหวัด บวกกรุงเทพมหานครด้วย ฉะนั้นเราต้องแบ่งคลัสเตอร์ของเราทั้งหมด 77 จังหวัดได้ 300 กว่าแห่ง ที่จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการขยะ มีโรงขยะ เพื่อจะลดการขนย้ายขยะ ในพื้นที่ที่มีระยะทางไกล ไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน ของภาคเอกชน เพราะถ้าจะต้องสิ้นเปลืองทั้งการลงทุน สิ้นเปลืองทั้งการขนย้าย ระหว่างการขนย้ายก็ เรี่ย ราด ไปตลอดทาง วันนี้ก็ยังมีอยู่

ซึ่งเรื่องนี้แต่ละท้องถิ่นต้องเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะเป็นผู้รับผิดชอบตามกฎหมาย การจะจัดตั้งอะไรขึ้นมา ก็ต้องขออนุมัติขึ้นมาให้ถูกต้อง ไม่ใช่รัฐบาลมุ่งหวังจะทำเรื่องนี้เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับใครได้ประโยชน์ เพราะว่ามีกฎหมายอยู่แล้ว วันนี้ต้องบูรณาการกฎหมายของทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวงให้ได้ ทำงานร่วมกัน การลงทุน หรือการดำเนินการใดๆ ก็ต้องทำให้ถูกต้อง โปร่งใส มีประสิทธิภาพ ตรวจสอบได้ ตามที่ผมได้เคยกล่าวมาแล้ว เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

พี่น้องประชาชนครับ การบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลนี้ เน้นการบูณาการ ทั้งในเรื่องแผนงาน โครงการ งบประมาณ เครื่องมือ ระบบต่างๆ เพื่อความเป็นเอกภาพ สำหรับเตรียมการรับมือ และแก้ไขปัญหา ทั้งน้ำท่วม และน้ำแล้ง เราต้องพิจารณาไปด้วยกัน พร้อมๆ กัน

ทั้งนี้ เราไม่อาจพร่องน้ำ หรือ ผลักดันมวลน้ำลงทะเลจนหมด หรือมากเกินไป โดยไม่คิดถึงวันข้างหน้า หากฝนขาดช่วง ฝนตกนอกเขื่อน เราก็อาจจะเกิดปัญหาภัยแล้ง แทนอุทกภัย เราต้องคำนวณการเก็บกักน้ำ ให้สอดคล้องกับความต้องการใช้น้ำทุกมิติ โดยเฉพาะภาคการผลิตที่หล่อเลี้ยงระบบเศรษฐกิจ และน้ำกินน้ำใช้ น้ำบริโภคในชีวิตประจำวันของพวกเราทุกคนอีกด้วย ประกอบกับการพยากรณ์ลมฟ้าอากาศเราต้องติดตามตลอด เพื่อจะบริหารจัดการได้เหมาะสม

3 ปีที่ผ่านมา เราถือว่าบริหารได้ดีจากเคยท่วมมาก เคยท่วมมากก็เหลือเป็นท่วมน้อย จากท่วมนานเป็นท่วมไม่นาน คือเราต้องไม่ให้เกิดความเดือดร้อนมากที่สุด เราได้พยายามทำให้เต็มที่ ทำอย่างไรพี่น้องประชาชนจะเดือดร้อนน้อยที่สุด

ปัจจุบันสถานการณ์น้ำ ภาคเหนือ และภาคกลาง ที่เชื่อมโยงกันไม่มีปัญหาด้วยหลากหลายมาตรการ เช่น การกำหนดให้พื้นที่ 12 ทุ่ง พื้นที่ภาคกลาง สำหรับรองรับน้ำ เป็นแก้มลิง ที่สามารถส่งเสริมให้ทำประมงเป็นอาชีพเสริม ทดแทนการทำนาได้ นะครับ ในช่วงที่มีอุทกภัย หรือน้ำมาก

สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็เริ่มคลี่คลาย ด้วยระดับน้ำในแม่น้ำโขงเริ่มลดลง แต่เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร ก็ยังมีวิกฤตอยู่ ต้องเร่งระบายออกในปริมาณที่เหมาะสม ถ้าระบายมากเกินไป ก็ไหลท่วม ประชาชนก็เดือดร้อนมาก ต้องมีเวลาในการเตรียมตัว การอพยพ การเคลื่อนย้าย คน สัตว์ พืช ต่างๆ เหล่านี้ มีมาตรการทุกมาตรการ ที่จะต้องเป็นแผนเผชิญเหตุ ในการเข้าสู่ขั้นตอน การป้องกัน การฟื้นฟู การเยียวยาต่อไป เพื่อจะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน และชาวเกษตรกรให้ได้

ส่วนภาคตะวันตกนั้น การบริหารจัดการน้ำและสถานการณ์น้ำ เขื่อนแก่งกระจาน เขื่อนวชิราลงกรณ์ ปัจจุบันยังคงอยู่ในสถานการณ์น่าเป็นห่วงระดับน้ำสูง เราคงต้องเฝ้าติดตาม แล้วก็เตรียมปฏิบัติการตามแผนเผชิญเหตุ ซึ่งมีประชาชนเกี่ยวข้องในทางปฏิบัติด้วย เราต้องมีการเร่งระบายน้ำลงทะเล ให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำฝนด้วย และใช้ข้อมูลทางสถิติที่ผ่านๆ มาเป็นพื้นฐานในการพร่องน้ำ

ในช่วงที่ผ่านมานั้น ระดับน้ำในเขื่อนแก่งกระจานสูงขึ้นเราก็ได้มีการพร่องน้ำล่วงหน้าแล้ว ถึง 42% โดยที่ไม่มีใครเดือดร้อน แต่เมื่อปริมาณฝนตกมาเมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา ฝนตกมาถึง กว่า 100 มิลลิเมตร ลงมาวันเดียว เพิ่มปริมาณน้ำจนน้ำเต็มเขื่อน นั่นคือสถานการณ์ของธรรมชาติของเรา

ซึ่งเราหยุดธรรมชาติไม่ได้ แต่ต้องมีการบริหารจัดการที่เหมาะสมอาจจะต้องมีการท่วมบ้าง เพราะการระบายน้ำก็ต้องมากขึ้น ถ้าปริมาณน้ำเติมเข้ามาอีก อันนี้คือสิ่งที่ทุกคนต้องเข้าใจในข้อเท็จจริง ไม่อย่างนั้นถ้าทุกคนบอกเดือดร้อนหมด แล้วก็ทำอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น ยังไงก็มีปัญหา เราทำอย่างไรจะลดความเดือดร้อนให้มากที่สุด

แล้วทำอย่างไรจะฟื้นฟูให้ได้มากที่สุด ก็ต้องดูแลทั้งเกษตรกร ทั้งทำไร่ทำนา ชาวประมง เรื่องบ้านช่องอะไรต่างๆ ก็ต้องดูหมด รัฐบาลก็มีมาตรการอย่างนี้อยู่แล้ว เรามีประสบการณ์มามากมาย จากน้ำท่วมปี 54 วันนี้เราก็ต้องบริหารจัดการน้ำให้ได้ อย่างที่ผมได้กล่าวไปแล้วเรื่องหลักการในการ มีการบริหารที่เป็นเอกภาพ เป็นองค์รวม แล้วให้หน่วยงานต่างๆ เข้ามาทำงานร่วมกัน

วันนี้เราก็ได้เสริมคันกั้นน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำ เพื่อป้องกันน้ำล้นตลิ่ง แต่ก็ขึ้นกับปริมาณน้ำที่จะต้องลงมาอีก เราก็ต้องเตรียมความพร้อมตรงนี้ไว้ด้วย และมีการขุดลอกท้ายน้ำแม่น้ำเพชรบุรี รวมทั้งเร่งขุดคลองระบายน้ำ D9 เพื่อให้น้ำระบายได้เร็วขึ้น

วันนี้ก็สามารถระบายน้ำไปได้ระดับหนึ่ง ก็ยังมี 1 หรือ 2 เส้น ถ้าทำได้ เราก็จะสามารถพร่องน้ำได้มากกว่านี้ โดยที่ไม่ผ่านบ้านเรือนประชาชนมากนัก แล้วน้ำก็ไม่สูงจนเกินไป ที่จะเอ่อล้นท่วมอะไรต่างๆ อย่างเช่นวันนี้ ก็ขอความร่วมมือจากภาคประชาชนที่เป็นเจ้าของที่ดินด้วยในเรื่องของการสร้างเขื่อน สร้างแก้มลิง หรือทางระบายน้ำ เพื่อระบายน้ำลงสู่ทะเลอีกด้วย

ทุกภาคจำเป็นต้องสร้างเพิ่ม เพื่อจะระบายน้ำ หรือพร่องน้ำจากภาคตะวันตก ตะวันออก ไปให้ได้โดยเร็ว ไม่ว่าจะลงทะเล หรือเป็นเส้นทางอื่นๆ ที่ไม่ให้ไหลเข้าท่วมตัวเมือง เข้าพื้นที่เศรษฐกิจ โรงพยาบาล การสัญจรไปมา ถนนหนทาง ต้องมีทางเบี่ยงทั้งหมด วันนี้เราทำได้ระดับหนึ่งจากการบริหารจัดการน้ำ จาก 4 ปี ของเรา

บางอันยังทำได้ไม่สมบูรณ์ บางอันยังทำไม่ได้ เพราะยังไม่ผ่านการพิจารณา หรือการทำประชาพิจารณ์ บางทีก็ติดอยู่ไม่กี่ราย ติดอยู่ระยะทางไม่เท่าไร ขณะเดียวกัน อีกเกือบ 50 กิโล ทำไปแล้วขาดอยู่ 3- 4 กิโลต้นๆ อะไรทำนองนี้ ถ้าทำต่อไม่ได้ ก็ไปไม่ได้

ปัจจุบันเราได้ตั้งศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤตในเรื่องน้ำพื่อบูรณาการข้อมูล การคาดการณ์สถานการณ์น้ำ สำหรับจัดทำเป็นแผนปฏิบัติการตามช่วงเวลา เพื่อจะรองรับทุกระดับของความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงแจ้งเตือนพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบให้ชัดเจน

อาทิ การเตรียมการช่วยเหลือ การเคลื่อนย้ายประชาชน บางทีท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต้องมีการตัดสินใจเองด้วยนะครับ ก่อนที่น้ำจะมา แล้วก็กว่าที่หน่วยงานจกภายนอก หรือหน่วยงานระดับบนจะลงมาช่วยได้ทัน ก็เสียหายไปก่อนแล้ว เพราะฉะนั้นเราต้องดูให้ละเอียด ทุกคนก็ต้องช่วยดูแลประชาชน และไปกับรัฐบาลด้วย แล้วเร่งระบายน้ำ เราก็มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำในจุดเสี่ยง การติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ เราก็มีจำนวนมากพอสมควร

วันนี้ก็ทยอยใช้ดำเนินการไปแล้ว ที่เพชรบุรี เราก็เตรียมพร้อมที่เหลือไว้ ในพื้นที่อื่นๆ อีกด้วย ในครั้งที่แล้วนี่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเราก็เอาไปใช้ด้วย การระบายน้ำสู่แม่น้ำโขง ทั้งนี้ ก็เพื่อจะเร่งระบายน้ำในจุดที่มีการระบายน้ำได้ช้า น้ำที่ออกทะเล วันนี้ก็ต้องไปดูระดับน้ำในทะเลด้วย มีน้ำขึ้น น้ำลง วันหนึ่ง 2 ช่วง

เพราะฉะนั้นก็ต้องไปดูด้วย ไม่ใช่ว่ารอจนกระทั่งน้ำขึ้น แล้วระบายตอนนั้นก็ไม่ได้ ช่วงไหนที่น้ำทะเลไม่หนุน อาจจะมีการระบายมากหน่อย อาจมีผลกระทบมากสักนิดหนึ่ง เหล่านี้ต้องทำความเข้าใจให้ได้ การเตรียมพร้อมยานพาหนะขนย้ายเครื่องจักรกล รถขุดตัก ประจำในพื้นที่ ให้พร้อมที่จะขุดเปิดทางน้ำได้ทันที ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้ไปกระทบต่อเขตเมืองมากนัก การหน่วงน้ำเหนือเขื่อน การเร่งระบายน้ำหน้าเขื่อน ท้ายน้ำ

แล้วเราจะต้องดูจังหวะการขึ้นลงของน้ำทะเลตามที่ผมกล่าวไปแล้ว เพื่อจะตัดเข้าระบบชลประทานฝั่งซ้าย ฝั่งขวา การผันเข้าคลองระบาย D9 ที่ผมพูดถึง ที่เพชรบุรีเรื่องการเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือผมพูดไปแล้ว แผนเผชิญเหตุต่างๆ แล้วถ้าหากว่าในช่วงต่อไปนี้ วันที่ 10 ไปแล้ว ถึงวันที่ 15 มีฝนเติมเข้ามาอีก มีมรสุมลูกใหม่เข้ามา

วันนี้รอบบ้านเราโดนหมด ทุกประเทศเลย เราก็ช่วยเหลือไปทุกประเทศ เราก็เดือดร้อนไปด้วยเช่นเดียวกัน แต่ให้นึกเสมอว่า เรายังเบากว่าเขา เราก็เป็นแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง ที่เรียกว่าสุวรรณภูมิ บรรพบุรุษของเราได้เลือกพื้นที่ของเราได้เหมาะสม ในการทำการเกษตร แต่อย่างไรก็ตามเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำอยู่บ้าง เป็นพื้นที่เป็นพื้นราบเยอะ

เมื่อฝนตกมากมาก ก็อยู่ที่เราจะบริหารจัดการน้ำอย่างไรให้เกิดประโยชน์ และให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด มีสมมติฐานที่ตั้งไว้ การเคลื่อนย้ายเตรียมการไว้ล่วงหน้า ขอเตือนในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยงอยู่เดิม จากภัยธรรมชาติ ฝนตกหนัก แผ่นดินถล่ม ถ้าหลีกเลี่ยงได้ต้องอพยพออกไปก่อน ไม่ต้องรอใครสั่ง ต้องรู้ตัวเองอยู่แล้ว ถ้าใกล้เขาดูซิว่าน้ำเยอะแค่ไหน ถ้าตก ไม่ย้าย อยู่ใกล้เขาโอกาสมีพร้อมได้รับบาดเจ็บ และสูญเสีย เราต้องป้องกันตัวเองได้ก่อน และรัฐบาลจะบริหารจัดการตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางให้ได้ ทั้งก่อนเกิด ระหว่าง หลังสถานการณ์อุทกภัยต่างๆ การแจ้งเตือนภัยของรัฐบาล การสื่อสารกับพี่น้องประชาชนต้องเป็นไปอย่างต่อเนื่องในเรื่องนี้ ขอให้ดูแลเรื่องน้ำใช้อุปโภคบริโภค น้ำท่วมทำให้ระบบประปาเสียหายใช้ไม่ได้ ไฟฟ้าใช้ไม่ได้ บางครั้งต้องเตรียมการเหมือนกัน ตะเกียงน้ำมันอะไรเหล่านี้ แต่ต้องระวังเรื่องอัคคีภัยด้วย ขอให้มีการเตรียมพร้อมของประชาชนไปด้วย การติดต่อสื่อสาร เช่น โทรศัพท์ใช้ไม่ได้จะทำอย่างไร หอการข่าวใช้ไม่ได้จะทำอย่างไร ท่านต้องเตรียมการของท่านนะ การเตรียมออกข่าวแจ้งทางวิทยุ ต้องเตรียมการให้พร้อมว่าจะใช้อย่างไร การเตรียมการอพยพคน ใครจะเฝ้าบ้าน ใครจะอยู่พื้นที่พักพิง ต้องแยกแยะเหล่านี้ให้ออก เราจึงจะสามารถแก้ปัญหาได้ ขอให้ฟังที่รัฐกำหนดอย่างใกล้ชิดด้วย

ช่วงที่ผ่านมา ก่อนผมลงพื้นที่เพชรบุรีนั้น ทราบว่ามีการรายงานข่าวเกินความเป็นจริง อาจตั้งใจไม่ตั้งใจ เข้าใจผิดหรือไม่เข้าใจ เช่นการระบายน้ำผ่านสปิลเวย์ ทำให้เกิดความตื่นตระหนก และมโนภาพที่น่ากลัว หลายคณะทัวร์ยกเลิกที่พักและเดินทางมาท่องเที่ยวชะอำ หัวหิน จนเกิดผลกระทบเศรษฐกิจในพื้นที่ ประชาชนไม่มีความสุข ทั้งที่ความเป็นจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น มีกิจกรรม สถานที่่ท่องเที่ยวอื่นๆ อีกมากมายในพื้นที่ ถ้าบอกทั้งจังหวัดก็เดือดร้อนทั้งจังหวัด แต่เป็นบางพื้นที่เท่านั้นเอง ต้องชี้แจงให้เข้าใจ ตรงไหนมันท่วม ตรงไหนมันเสี่ยง ไม่มีฝน หรือปกติอยู่ เพื่อที่นักท่องเที่ยวจะได้ไปและเพิ่มอาชีพได้ ทำลายเศรฐกิจเขาไม่ได้นะ ชาวเพชรบุรีฝากมา และถึงจังหวัดอื่นๆ ด้วย เราต้องพึ่งพาการท่องเที่ยวชุมชน ในประเทศ ต่างประเทศอยู่ ขอให้เกิดความมั่นใจในการบริหารจัดการของภาครัฐด้วย หน้านี้หน้าฝนช่วงโลว์ซีซั่นอยู่แล้ว ท่านอย่าทำให้ลงไปกว่าเดิมเลย ขอร้องสื่อทุกสื่อให้แก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องด้วย ผมไม่ได้ตำหนินะ เพียงแต่แนะนำให้ทราบ

พี่น้องประชาชนที่รักวันนี้ผมอีกหลายประเด็นที่อยากทำความเข้าใจ เรื่อง พ.ร.บ.ข้าว เหมือนกัน ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้ร่างขึ้นมา อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาในประเด็น เราจะมีคนดูแลการประกอบการข้าวอย่างไร ทั้งเกษตรกร ผู้ค้าข้าว มันเป็นห่วงโซ่เดียวกัน ต้องดูแลทั้งหมด ไม่ว่าในเรื่องการผลิต แปรรูป ในการตลาด ต้องดูแลเรื่องกลไกที่มีวันนี้เพียงพอหรือยัง กลไกการดูแลมีเป็นระบบอยู่แล้ว ผมอยากให้ทราบเท่านั้น ว่าเรามีกรมการข้าว ยุทธศาสตร์ข้าวของประเทศ มีการศึกษาวิจัยพันธุ์ข้าว การถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมถึงการจัดการผลผลิตทุกๆ ปี โดยเฉพาะการผลิตนั้น มีการขึ้นทะเบียน การปลูกข้าวทุกจังหวัด กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรฯ ทุกอย่างมีข้อมูลทั้งหมด เขาเรียกบิ๊กดาต้า เพื่อจะบริหารร่วมกันในเรื่องการผลิตข้าวครบวงจร โดยมีคณะกรรมการทั้งภาครัฐ กระทรวงพาณิชย์ ภาคเอกชน ตัวแทนจากสมาคมเกษตรกร สมาคมโรงสี มาร่วมวางแผนการผลิต จนถึงการตลาด กำหนดอุปสงค์ อุปทาน ช่วงเวลาการผลิต บางครั้งอาจต้องมีการผลิตจากเหนือมาใต้ ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง เพื่อให้สอดคล้องกับการบริหารจัดการน้ำ ไม่อย่างนั้น ออกมามากเวลาเดียวกันทั้งหมด นั่นคือปัญหา

วันนี้ราคาสูงอยู่แล้ว ถ้าเราปลูกพร้อมกันทั้งหมด จะขายไม่ออกนะ ราคาลดลง ผมเป็นห่วง วันนี้ก็มีการผลิตข้าวมากขึ้น ขอให้ระวังด้วย และวันหน้าเราจะเอาเงินที่ไหนมา ท่านต้องไปดู สิ่งไหนมันดี เกษตรกรรม ประมง ไม่ว่าจะปลูกข้าว ปลูกยาง ปลูกผลไม้ ทุกอย่างมันดี ค่อนข้างดี เพราะปริมาณของเรายังไม่มากนัก แต่ถ้ามากขึ้น การแข่งขันมันทำได้ยาก การส่งออกต่างประเทศมีปัญหาหมด

วันนี้ เรื่องข้าวเราบริหารโดยคณะกรรมการนโยบาย บริหารจัดการข้าวที่เรียกว่า กบข. ซึ่งมีรัฐมนตรีเป็นประธาน วันนี้ มีการปรับปรุงอยู่มากมาย ไม่ใช่เป็นแบบเดิม มีความเข้มงวดในทุกมิติ ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง การบริหาร การผลิตไปจนถึงการเพิ่มมูลค่า สร้างนวัตกรรมเรื่องข้าวออกมาในประเทศ และต่างประเทศ คำนวนออกมาทั้งหมด ให้เป็นแผนออกมาจะปลูกข้าวอย่างไร

วันนี้ เรามีกรอบนโยบายต่างๆ มีมาตรการ ทั้งระบบ มีการบูรณาการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตร กระทรวงพาณิชย์ มีตัวแทนสมาคมผู้ส่งออกข้าวด้วย นักวิชาการเข้าหารือ กบข.ด้วย ในการกำหนดแผนงาน โครงการ มาตรการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกร ทำให้เกษตรกร โรงสี ผู้ค้า ผู้ส่งออกข้าว เพิ่มปัจจัยการผลิต ลดการลงทุน การสนับสนุนพันธุ์ข้าว ทั้งในส่วนของรัฐ ของพัฒนาพันธุ์ข้าว ของประชาชนด้วย เพื่อให้การบริหารจัดการทั้งระบบมีประสิทธิภาพ

เพราะฉะนั้น การพิจารณาต้องหารือกันต่อไป ซับซ้อน หรือไม่ซับซ้อน ดีกว่าหรือไม่อย่างไร และขอรับความคิดเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย มีปัญหาหรือเปล่า ครบถ้วนหรือยัง จะทำอย่างไร อันนี้จะมีหรือไม่มี เป็นเรื่องการพิจารณาด้วยหลักการและเหตุผลที่ครบถ้วนตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง สิ่งที่ผมเน้นย้ำอย่างเดียวคือ ดูแลต้นทางให้มากที่สุด ผู้ปลูกข้าว และดูแลในเรื่องตลาดการผลิต ดีมานด์ ซัพพลาย ทำอย่างไรให้มีรายได้สูงขึ้น

เรื่องการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ วันนี้น่ายินดี ธนาคารโลกประกาศการจัดลำดับความสามารถด้านโลจิสติกส์ ปี 2561 เราพัฒนาอยู่ลำดับที่ 32 จาก 160 ประเทศทั่วโลก ดีขึ้น 13 อันดับ อันนี้ ขณะที่เราวางแผนไปแล้ว บางอันกำลังทำ บางอันยังอยู่ระหว่างเตรียมการ เขายังให้เราขึ้นมาถึงขนาดนี้ เรียกว่าเขาเห็นการพัฒนาดีขึ้นถึง 13 ลำดับ ถือเป็นอันดับ 2 อาเซียนเลยนะ และอันดับ 7 ของเอเชีย ต้องไปดูอีกว่าประเทศเราใหญ่แค่ไหน ประเทศอันดับ 1 เขามีพื้นที่แค่ไหน เรามีแค่ไหน เราได้อย่างนี้ไม่ใช่ง่ายๆ เป็นผลของการบริหารอย่างมียุทธศาสตร์ของรัฐบาล และทุกๆ ฝ่าย ที่ร่วมมือกัน

2 ปี ที่ผ่านมา ได้ขับเคลื่อนแผนงานจัดสรรงบประมาณการลงทุนขั้นพื้นฐาน การขนส่งของประเทศจนสามารถมองเห็นเป็นรูปธรรมได้ มองเห็นอนาคตเกิดอะไรกับประเทศของเรา รถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง หรือแม้กระทั่งเส้นทางที่ไม่เคยมีรถไฟวิ่ง ต้องมีแผนงานทั้งหมด ท่าเรือ ขยายสนามบิน เพิ่มเติมอะไรต่างๆ เป็นสิ่งที่ได้รับพิจารณาไปด้วย แสดงว่าแผนที่เราทำวันนี้ อาจทำให้อนาคตได้รับการตอบรับที่ดี ขอให้ทุกคนเข้าใจ ขณะเดียวกัน ไม่ได้คิดจะทำ มีเงินหาเงินมา ต้องดูกฎหมายด้วยนะ กฎระเบียบให้สอดคล้องกับปัจจัยเศรษฐกิจในปัจจุบันโลก สำคัญคือประชาชนต้องเห็นด้วย ให้ความร่วมมือ เพราะการทำเส้นทางเหล่านี้เป็นที่เอกชนทั้งสิ้น เราไม่ละเลยความสมดุลความเจริญด้านวัตถุและจิตใจไปด้วย รักษาความสมดุลทางธรรมชาติไปด้วย

วันนี้ ขอให้อย่าเป็นกังวล รัฐบาลกังวลอยู่แล้ว เรื่องการลงทุนต่างๆ ที่มีตัวเลขอาจดูมากมาย แต่เรามีกฎหมายควบคุมไม่ให้เกิดหนี้สาธารณะเกินกว่าร้อยละ 60 แน่นอน ตามที่ พ.ร.บ.การเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 กำหนดไว้ การลงทุนต่างๆ จำเป็นต้องมีเงินลงทุน ทั้งจากการคลัง ภาครัฐ จีดีพี เอกชน หรือลงทุนเอง มันต้องมีทั้ง 3 แบบร่วมกัน รัฐบาลลงทุนคนเดียวไม่ไหว ไม่ได้ ทั้งของเก่าของใหม่ วันนี้เราต้องทำให้ชัดเจนขึ้น ต้องกำหนดหลักเกณฑ์ การใช้ประโยชน์ของที่ดิน เพื่อประกอบกิจการอย่างอื่น ที่เป็นประโยชน์ ทั้งต่อรัฐ ต่อประชาชน และผู้ลงทุนด้วย ถ้าเราไม่จัดการแบบนี้ วันหน้าผลประโยชน์ระยะยาวจะไม่เกิดขึ้น ยิ่งจะลดลงเรื่อยๆ ประชาชนไม่ได้รับการบริการที่เพียงพอ ให้ทุกฝ่ายช่วยคิดด้วยนะ เราไม่ได้มุ่งหวังให้เกิดประโยชน์เฉพาะนายทุนอย่างที่มีการกล่าวอ้างกันวันนี้ มีการประมูล การจัดซื้อจัดจ้างหลายลักษณะ ขออย่าไปบิดเบือนกันเลย ไม่อย่างนั้นมันเกิดขึ้นไม่ได้ สิ่งใหม่ๆ กำลังคิด กำลังเกิด แต่หลายคนก็ไม่ไว้ใจ ไอ้เรื่องการไม่ไว้ใจ การทุจริต ผิดกฎหมาย คอร์รัปชัน ว่ากันอีกเรื่องหนึ่ง ก็ต้องรับผิดชอบกันไปตามลำดับความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงานที่มีอยู่ รวมทั้งการลงทุนในพื้นที่อีอีซี พื้นที่อื่นๆ ด้วย ในโลกแห่งความเป็นจริงนั้น ในระบบของโลกใบนี้ การค้าเสรี เราหลีกเลี่ยงการลงทุนจากนักลงทุนไม่ได้หรอก รัฐบาลก็ไม่ควรจะต้องแบกรับภาระมากมายเช่นเดิมอีกต่อไป เราต้องรับภาระเรื่องรัฐสวัสดิการอีกมากมาย ซึ่งเราทำมาแล้วในหลายๆ เรื่อง ทำยังไงมันจะดีขึ้น ถ้าเราไม่ลงทุนเพิ่ม มันก็ไม่มีรายได้มาเติมอีก แล้วเรารายได้จากที่ไหน

เพราะฉะนั้นเรื่องใดก็ตามที่ใช้เงินไปแล้วไม่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่ม ไม่ทันต่อความต้องการของประชาชน วันนี้เราต้องทำใหม่ทั้งหมด ที่เรานำมาใช้นั้นเป็นหลักการที่ต่างประเทศนำมาใช้แล้วทั้งสิ้น เพื่อจะลดภาระของรัฐบาล แล้วก็มีผลประโยชน์ตอบแทนที่คุ้มค่า และช่วยแก้ปัญหาในระยะแรก ซึ่งมันไม่มีผลกำไรหรอกครับ เส้นทางใหม่ๆ เหล่านี้ ก็ต้องทำยังไงให้ผู้ที่เขาประกอบการได้มีเงินทุนที่จะมาหมุนเวียนในการชำระหนี้ของเขาไปด้วย ต้องคิดแบบนี้ ถ้าเราไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกันเลยมันก็เกิดไม่ได้ทั้งหมด ไม่เกิดแรงจูงใจในการลงทุน และข้อสำคัญ ทุกอย่างยังเป็นของรัฐเมื่อถึงระยะเวลาที่กำหนดไว้ มันก็กลับมาเป็นของรัฐทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นใครลงทุนก็ตาม รัฐต้องได้ประโยชน์ ประชาชนได้รับการบริการ สามารถดูแลประชาชนให้เข้าถึงในเรื่องของรัฐสวัสดิการ ต่อไปในวันหน้าด้วย สังคมผู้สูงวัยอีกด้วย

เรื่องการแก้ไขปัญหาจราจรในกรุงเทพมหานคร เราก็ต้องแก้ปัญหาทั้งระบบ รถไฟฟ้า รถเมล์ ในส่วนนอก กทม. รถไฟ รถไฟฟ้า ที่อาจจะต้องมีเพิ่มขึ้น ถนนหนทาง ท่าอากาศยาน ท่าเรือ จะเชื่อมโยงกันได้อย่างไร ครอบคลุมการขนส่ง ทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ เราต้องสร้างเครือข่าย บูรณาการร่วมกัน สอดประสานกัน ต้องใช้เวลาในการก่อสร้าง ใช้งบประมาณ หางบประมาณมาสร้าง รวมทั้งสร้างจุดเชื่อมด้วย ปัญหาอุปสรรคของประชาชนผู้สัญจร และในเรื่องของการลงทุน ไม่ง่ายนัก ทุกรัฐบาลต้องทำ ทำให้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการก่อสร้าง วันนี้เราต้องมาเร่งก่อสร้างในยุคนี้ โดยเฉพาะในเขตเมือง และ กทม. อาจจะเป็นเหตุให้รถติดในหลายช่องทาง ก็พยายามแก้ปัญหาให้อยู่เต็มที่ เราต้องเร่งสร้างความเชื่อมโยง ในลักษณะที่เรียกว่าไร้รอยต่อ ไม่ใช่ทำตรงนี้ไปตรงโน้น แล้วจบแค่นั้น แล้วไปติดข้างล่าง ไม่ได้ ผมได้สั่งการไปแล้ว ให้มันเกิดการต่อเนื่อง การข้ามไม่ต้องลงข้างล่าง คนที่เขาไม่ต้องการลง จะต้องบังคับให้ลงแล้วไปขึ้นใหม่ ก็เสียเงินเสียทอง 2-3 ต่อ ต้องคิดแบบนี้ ขอให้ทุกคนอดทนเพื่อความสะดวกสบายในวันข้างหน้า

วันนี้ กทม. ก็กำลังหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนในกรุงเทพมหานคร ในการสัญจรประจำวันของพี่น้องประชาชนอยู่ เรื่องที่จอดรถต่างๆ รถใต้ดิน ผมก็พูดมาหลายทีแล้วก็ยังไม่เกิดขึ้นเท่าไร เกิดขึ้นน้อยมาก ในส่วนของการก่อสร้าง สถานประกอบการธุรกิจ ศูนย์การค้า ต้องคำนึงถึงที่จอดรถด้วย ท่านต้องมีที่จอดรถยนต์ให้พอ ไม่งั้นพอจอดล้นมาข้างล่าง คนที่สัญจรไปมาก็ติดไปหมด มันต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน

อีกเรื่องที่สำคัญก็คือเรื่องปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปตำรวจ ระบบราชการ หรือการปฏิรูปตามยุทธศาสตร์ชาติ 6 ข้อ เราก็ต้องมีการวางแผน การจัดทำแผนแม่บท แผนแม่บทในการปฏิรูป ทุกอย่างต้องมีแผนหมด และทยอยดำเนินการเป็นเรื่องๆ บางเรื่อง 1 ปี 2 ปี 3 ปี 5 ปี 10 ปี 15 ปี 20 ปี วาดภาพอนาคตให้เกิดขึ้น โครงสร้างต่างๆ จะเป็นอย่างไร ถนนหนทางจะเป็นอย่างไร เศรษฐกิจการลงทุนจะเป็นอย่างไร ชุมชนเมือง ชนบทจะเกิดขึ้นได้อย่างไร เหล่านี้ต้องมองอนาคตยาวไกลแล้วเราค่อยๆ เดินตามนี้ออกไป นั่นล่ะเค้าเรียกว่าแผนแม่บท การปฏิรูปก็อยู่ในแผนแม่บทนี่ล่ะ ทั้งหมดนั้นต้องมีเป้าหมายอันเดียวกันที่เราต้องการ แล้วไปสู่การบริหารจัดการที่มีการบูรณาการของงบประมาณของหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่อันนี้ทำ ติดของอันนี้ ติดของอันโน้น ก็ติดไปหมด วันนี้รัฐบาลเต็มที่ที่จะแก้ไขปลดล็อกสิ่งต่างๆ เหล่านี้ กฎหมายเดิมมีอยู่มากที่ต้องแก้ไข หลายกระทรวงก็ไม่ได้รับการแก้ไขเหมือนเดิม เราก็ต้องมาแก้วันนี้

สิ่งที่ทำวันนี้เรื่องกฎหมายไม่ได้ทำเพื่อรักษาอำนาจรัฐบาล ทำเพื่อรักษาอำนาจประชาชนในการเลือกตั้ง รัฐบาลเข้ามา เลือกตั้ง ส.ส.เข้ามาเป็นรัฐบาล อะไรที่ผมทำได้ก็ให้ทำ เว้นแต่ว่าถ้าเราไม่ต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลง ไม่มีการปรับปรุงตนเอง ไม่อยากจะเหน็ดเหนื่อย ก็แล้วแต่ ผมไม่อยากให้มีการบิดเบือนจนเราเริ่มต้นอะไรก็ไม่ได้ สร้างความขัดแย้งในภาครัฐ ประชาชนโดยไม่จำเป็น เราจะเดินก้าวที่สอง ก้าวที่สาม ก้าวที่สี่ เราต้องเดินก้าวหนึ่งเสมอ ไม่อย่างนั้นหกล้ม

ในเรื่องการเป็นประชาธิปไตยซึ่งเป็นเป้าหมายของเรานั้น การเลือกตั้งก็เป็นกระบวนการหนึ่งซึ่งมีความสำคัญ แม้จะไม่ใช่คำตอบทั้งหมดอย่างที่ประชาชนให้ความคิดเห็นมากับการตอบแบบสอบถามที่ผมออกไป 10 ข้อ แต่ทั้งนี้ เพื่อให้การเลือกตั้งที่จะมาถึงเป็นไปด้วยความโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม เราก็จำเป็นต้องสร้างภูมิคุ้มกัน สร้างการมีส่วนร่วมให้กับประชาชนทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะพรรคการเมือง นักการเมือง ที่มีความคิดเห็น ที่เห็นว่าประเทศไทยควรต้องเปลี่ยนแปลงแล้ว

วันนี้ก็เห็นหลายคน หลายฝ่ายย้ายกันไปย้ายกันมา ก็เป็นเรื่องของท่าน แต่ถ้าทุกคนคิดว่าไอ้การย้ายมานี่จะทำให้เกิดความร่วมมือกันมากขึ้นในการทำงาน ซึ่งผมคิดว่าในวันหน้ารัฐบาลใหม่ที่เข้ามาก็คงต้องทำตามกติกา กฎระเบียบ กฎหมายมากมาย เราคงทำอย่างเดิมไม่ได้อีกต่อไป ในกรณีที่ทำให้เกิดความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจจากประชาชน เราทำไม่ได้อีกแล้ว เพราะฉะนั้นเราต้องปลูกฝังคุณธรรม ให้ความรู้ ความเข้าใจ ให้ลึกซึ้งและถ่องแท้อย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่ทำได้วันนี้ ทุกคนต้องเตรียมการ รักษาสิทธิ์ของตนเอง การออกมาใช้สิทธิ์ แล้วก็ต้องมีความรู้ว่าใช้อย่างไร จะเกิดผลอย่างไร ช่วยกันรักษากฎหมาย ไม่ยอมให้ใครละเมิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ไม่เพิกเฉยต่อพฤติกรรมการซื้อสิทธิ์ขายเสียง การมาเลือกตั้ง ตั้งแต่กาบัตรแล้วจะเป็นอย่างไร ไม่กาใครเลย จะเกิดอะไรขึ้น หรือคนต่างจังหวัดเลือกตั้งมา คนในกรุงเทพฯ ไม่เลือก ไม่ออกไปเลือกตั้ง ไม่ชอบการเมือง มันก็เป็นแบบเดิมทั้งหมด ทุกคนต้องร่วมมือกัน เดินหน้าประเทศของเราไปให้ได้ ไม่ว่าจะใครก็ตาม

วันนี้เราก็ดูในเรื่องของผู้ที่จะต้องมาร่วมมือกันในวันข้างหน้า ผมเองก็ต้องร่วมมือด้วยการไปเลือกตั้ง ไปเลือกตั้งในคูหาเหมือนท่านเหมือนกัน ผมก็ต้องการรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลเข้ามาบริหารประเทศอย่างมียุทธศาสตร์ อย่างที่เราต้องการ

สุดท้ายนี้ แม้ว่าผมจะพยายามสื่อสารกับพี่น้องประชาชนในทุกครั้งที่มีโอกาส ทั้งในรายการนี้ทุกคืนวันศุกร์ หรือการให้สัมภาษณ์สื่อฯ ในประเด็นต่างๆ ที่มีความจำเป็นจะต้องทำให้เกิดความชัดเจนและถูกต้อง แต่ปรากฏว่าก็มีข้อมูลข่าวสารบางส่วนที่อาจจะผิดเพี้ยน บิดเบือน ฟังไม่จบ หรือไม่มีข้อมูลพื้นฐาน เกิดขึ้นเป็นระยะๆ ผมก็ขอเน้นย้ำ ช่องทางสื่อสาร ที่จะเป็นคำตอบสุดท้าย ที่เชื่อถือได้ กรณีที่ท่านยังสงสัยอยู่ เรามีช่องทางของรัฐบาลและ คสช. ขอให้ไว้เนื้อเชื่อใจ อาทิ "ข่าวจริงประเทศไทย" โดยกรมประชาสัมพันธ์ เฟซบุ๊ก "สายตรงไทยนิยม" โดยสำนักนายกรัฐมนตรี และ "ไทยคู่ฟ้า" โดยสำนักโฆษกฯ รวมทั้ง GNEWS โดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (สพร.) เป็นต้น ซึ่งข้อเท็จจริงเหล่านี้ที่ปรากฏนั้นจะเกิดจากการบูรณาการกันอย่างเป็นระบบ ถามมาตอบไป ด้วยข้อมูล ด้วยหลักการ ด้วยเหตุผล ด้วยกฎหมาย ท่านต้องเข้าใจคำว่ากฎหมายด้วย แล้วยังมีรายการ "เดินหน้าประเทศไทย" โดย คสช. และความร่วมมือจากสถานีวิทยุโทรทัศน์ทุกช่อง อย่าเพิ่งเบื่อนะครับ เพราะเรากำลังเปลี่ยนแปลงประเทศของเรา เรากำลังสร้างประวัติศาสตร์ของเรา เพราะฉะนั้นวันนี้ผมก็ให้มีการปรับเนื้อหาให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน รูปแบบที่น่าสนใจยิ่งขึ้น

ในวันเสาร์นี้ เน้นเรื่องการปฏิรูปประเทศ จะมีดารา นักร้อง ผู้มีชื่อเสียง มาร่วมดำเนินรายการ ก็คงจะน่าดูกว่าที่ผมมาพูดนะ และเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันสร้างไทยไปด้วยกัน ขอขอบคุณทุกท่านที่ได้มาร่วมกันสร้างสรรค์สังคม ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ และประชาชน วันพรุ่งนี้ ก็จะเป็นณเดชน์ คูกิมิยะ ที่จะพาพี่น้องประชาชนไขปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งมีความก้าวหน้าพอสมควร ซึ่งเป็นทุกข์ของพี่น้องประชาชนจำนวนมาก

ขอบคุณนะครับ ขอให้ทุกคนรักษาสุขภาพ ทุกครอบครัวมีความสุข ปลอดภัยนะครับ สวัสดีครับ