xs
sm
md
lg

พสกนิกรเดินทางมาถวายพวงมาลัย- กราบสักการะพระบรมฉายาลักษณ์อย่างเนืองแน่น

เผยแพร่:

วันนี้ (13 ต.ค.) เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชครบ 1 ปี ที่ซุ้มพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่หน้ากำแพงพระบรมมหาราชวัง ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างประตูวิเศษไชยศรี และประตูนพรัตน์ ตั้งแต่เช้าตรู่ที่ผ่านมามีพสกนิกรเดินทางมาถวายพวงมาลัย-ดอกไม้สด และกราบสักการะที่เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์อย่างเนืองแน่น จนท้ายแถวยาวถึงถนนมหาราชแยกท่าช้าง และถนนหน้าศาลหลักเมือง ถึงแม้จะมีสายฝนโปรยปรายมาอย่างหนักตั้งแต่ช่วงเช้า แต่พสกนิกรมิได้ย่อท้อต่างพกร่ม และเสื้อกันฝนติดตัวมาด้วย โดยมีประชาชนจิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจ ทำหน้าที่เชิญพานพวงมาลัยของพสกนิกรที่เต็มทั้ง 9 พานมามอบให้แก่เจ้าหน้าที่กรุงเทพฯ

ดร.ปิยวดี โขวิฑูรกิจ อายุ 47 ปี ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่สายงาน บริหารความเสี่ยง & บริหารและพัฒนาทุนมนุษย์ บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน) กล่าวด้วยน้ำตาว่า วันนี้บริษัทหยุดทำการเนื่องจากเป็นวันครบรอบ 1 ปี แห่งการสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงมีความตั้งใจมากราบพระองค์ท่านอีกสักครั้ง หลังจากเคยเข้ากราบภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จำนวน 2 ครั้งแล้ว ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตลอด 70 ปี ทรงทำอะไรให้ประเทศไทยมาเยอะมาก ในทุกๆ ด้านตอนที่พระองค์ท่านเสด็จขึ้นครองราชย์ สภาพบ้านเมืองอย่างที่เราทราบอยู่ในภาวะที่เผชิญปัญหารอบด้าน แต่มีพระองค์เป็นผู้นำในการพัฒนา การศึกษา การสาธารณสุข และคุณภาพชีวิต ช่วงของสงครามโลกจริงๆ ประเทศไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ต่างชาติให้ความสนใจ และพระองค์ท่านนำความเจริญมาสู่ประเทศ ทำให้เรารอดปากเหยี่ยวปากกามาจนเรามีวันนี้ พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างให้ตัวเองทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทน และคิดถึงผู้อื่นยืนหยัดในอุดมการณ์ที่ถูกต้อง

นายชัยฤกษ์ จิตต์แก้ว อายุ 53 ปี ผู้จัดการสินไหมทดแทน ประกันลูกค้าส่วนบุคคลสินไหมทดแทน บริษัท นิวแฮมพ์เซอร์ อินชัวรันส์ เผยด้วยน้ำตาแห่งความตื่นตันว่า เมื่อผมเดินมามองทางด้านซ้ายเป็นพระบรมมหาราชวัง สถานที่ที่พระองค์เสด็จเถลิงถวัลย์ครองสิริราชสมบัติขึ้นเป็นกษัตริย์ ด้านขวามือเป็นพระเมรุมาศ สถานที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพ เห็นได้ถึงสัจธรรมว่าชีวิตคนเราก็มีเท่านี้ แต่สิ่งที่พระองค์ท่านทิ้งไว้มันยิ่งใหญ่มาก ประเทศเราถ้าไปศึกษาประวัติศาสตร์ ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ตั้งแต่ก่อนผมเกิด เรารอดมาได้เพราะมีคนอย่างพระองค์ และเราพัฒนามาได้เพราะมีคนอย่างพระองค์ หลังสงครามโลกครั้งนั้น ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของไทยตกต่ำที่สุด ต่ำยิ่งกว่าลาว ต่ำกว่ากัมพูชา คนไทยคือคนจนที่สุดในอาเซียน และเราก็ก้าวข้ามปัญหาทุกอย่าง แม้กระทั่งชนเผ่าต่างๆ เป็นแผ่นดินที่ไม่มีแผ่นดินไหนที่คนต่างถิ่นจะอยู่สุขเท่าที่นี่เลย เราโชคดีเราควรจะเก็บความโชคดีที่เห็นบุคคลคนหนึ่งทำกับโลกนี้ได้ ซึ่งบทเรียนทุกอย่างในชีวิตได้จากพระองค์ท่านหมด

ก่อนหน้านี้เคยมากราบพระบรมศพแล้ว 3 ครั้ง แต่เนื่องจากวันนี้เป็นครบรอบวันสวรรคต 1 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 อีกทั้งยังเป็นวันพระ นางสาวสุรีพร สถิตยานุรักษ์ อายุ 42 ปี อาชีพพนักงานบริษัท และ นางสาวอัญชลี วงศ์ใหญ่ พยาบาลวิชาชีพ วัย 42 ปี จึงพากันเดินทางมาทำบุญที่วัดราชบพิตร แล้วเข้ากราบพระสังฆราช จากนั้นจึงเดินทางมาถวายดอกไม้เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ด้วยตั้งใจว่าจะมาเป็นครั้งสุดท้าย เพราะคิดว่าในวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ คงไม่ได้เข้ามาร่วมในพระราชพิธี

โดย นางสาวอัญชลี เปิดเผยว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นต้นแบบในเรื่องความอดทนและความเสียสละ บางครั้งเวลาที่ตัวเองเหนื่อยหรือท้อกับงานของตัวเอง ก็จะมองที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เพราะพระองค์ท่านทรงต้องทำทุกอย่างจิปาถะ มากกว่าเรา แต่เราก็ไม่เคยเห็นว่าพระองค์จะทรงหยุดทำงาน

เช่นเดียวกับ นางสาวสุรีพร กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เราแทบไม่เคยรู้เลยว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงทำอะไรบ้าง แต่พอวันนี้ไม่มีพระองค์ท่านแล้ว ยิ่งได้เห็นว่าพระองค์ท่านทำอะไรบ้าง ซึ่งจริงๆ แล้วพระองค์ทรงทำงานตลอดทั้งพระชนม์ชีพ เพียงแค่เราไม่เคยสนใจไม่เคยรู้ ถึงเพิ่งจะเริ่มคิดว่าจะต้องเจริญรอยตามพระองค์ท่านให้ได้ เพื่อช่วยรักษาสิ่งที่พระองค์ท่านทำไว้ให้คนไทยรุ่นต่อๆในทุกๆ เรื่อง แม้แต่เรื่องทำความดี เรื่องความอดทน เรื่องการมองโลกในแง่ดี เรื่องเมตตาธรรม ที่ช่วยให้ประเทศเราน่าอยู่และสงบมากยิ่งขึ้น