xs
xsm
sm
md
lg

หนึ่งปีมีครั้ง “สวรรค์กลางไพร” ไฮไลท์สถานที่ชมดอกไม้ป่าหน้าฝน

เผยแพร่:   โดย: ปิ่น บุตรี

งดงามกลางผินป่า ทุ่งดอกกระเจียว อช.ไทรทอง
วสันตฤดู

ฝนโปรยสาย ดินชุ่มน้ำ ป่าไพรชุ่มฉ่ำ

หลังฝนมาเยือน มวลหมู่ดอกไม้ป่าหลายชนิดต่างพากันผลิดอกออกใบอวดโฉมความงามเริงร่าท้าสายฝน เกิดเป็น “ทุ่งดอกไม้ป่า” อันงดงามแต่งแต้มสีสันประดับผืนป่าไพร ชวนให้ใครที่ได้มาเที่ยวชมต่างเกิดความประทับใจไปตาม ๆ กัน จนต้องกลับมาเยือนอีกครั้งหรือหลาย ๆ ครั้ง

และนี่ก็คือไฮไลท์สถานที่ชมดอกไม้ป่าหน้าฝนที่ขึ้นชื่อของเมืองไทย ซึ่งหนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียว หากใครพลาดคงต้องรออีกทีปีหน้า

กระเจียว

กระเจียว เป็นพืชล้มลุกสกุลเดียวกับขมิ้น อยู่ในวงขิง, ข่า, ขมิ้น ขยายพันธุ์ด้วยการแตกหน่อ ในช่วงฤดูหนาวและฤดูร้อน กระเจียวจะจำศีลหลับใหลอยู่ใต้ดิน แต่พอถึงหน้าฝนพวกมันก็จะพากันออกดอกผลิบานเริงร่าท้าทายสายฝนที่โปรยสายลงมา ทำให้ดอกกระเจียวได้ชื่อว่าเป็น “ราชินีแห่งป่าฝน” เพราะเป็นหนึ่งในดอกไม้งามที่มาพร้อมกับหน้าฝนโดยแท้จริง
ดอกกระเจียว ราชินีแห่งป่าฝน
ดอกกระเจียว มีกลีบดอกซ้อนกันหลายชั้น และมีหลากสีสัน ทั้ง ชมพู ขาว เขียว แดง ส้ม ดอกอ่อนของกระเจียวบางชนิดสามารถกินได้

กระเจียว ยามเมื่อมันออกดอกเดี่ยว ๆ ก็มีความสวยงามอยู่ในตัวของมันเอง จากสีสันและรูปทรงของดอกที่มีกลีบงามบานเป็นเชิงชั้น ส่วนเมื่อมันพร้อมใจกันเบ่งบานเต็มท้องทุ่ง มนต์เสน่ห์ของมันก็ยิ่งเพิ่มทวีขึ้น เกิดเป็น“ทุ่งดอกกระเจียว”แสนสวยที่ช่วยแต่งแต้มสีสันความงามให้กับฤดูฝนได้เป็นอย่างดี

สำหรับจุดชมทุ่งดอกกระเจียวชื่อดังของไทยนั้นมีอยู่ 2 แห่งด้วยกัน คือ ”ทุ่งดอกกระเจียวป่าหินงาม” อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อ.เทพสถิต และ “ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง” อุทยานแห่งชาติไทรทอง อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ
ทุ่งดอกกระเจียว อช. ป่าหินงาม
เริ่มกันที่ ทุ่งดอกกระเจียวป่าหินงาม จะออกดอกบานในราวเดือนมิ.ย.-ส.ค. (บวก-ลบ 2 สัปดาห์ขึ้นอยู่กับสภาพฝนฟ้าอากาศ หรือบางปีฝนมาช้าอาจจะเลื่อนมาบานในช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย.)

ดอกกระเจียวที่นี่จะมีสีชมพูอมม่วงอ่อน ยามที่มันออกดอกเบ่งบานสะพรั่งเต็มท้องทุ่ง สีชมพูอมม่วงของมันจะตัดกับสีเขียวสดของทุ่งหญ้าเพ็ก โดยมีต้นไม้ ก้อนหินใหญ่น้อย และผืนป่าเต็งรังเบื้องหลังเป็นองค์ประกอบสำคัญ ดูสวยงามน่าประทับใจไม่น้อย
บรรยากาศแห่งการหยิบหมอก หยอกดอกกระเจียว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเช้าตรู่(ของวันอากาศเป็นใจ) ยามเมื่อมีสายหมอกขาวลอยอ้อยอิ่งเข้ามาปกคลุม ดูงดงามประหนึ่งภาพฝัน อันทำให้เกิดเป็นสโลแกน “หยิบหมอก หยอกดอกกระเจียว” ซึ่งสะท้อนถึงความงดงามอันเป็นเอกลักษณ์ของทุ่งดอกกระเจียวป่าหินงามแห่งนี้

ส่วนทุ่งดอกกระเจียวไทรทองจะออกดอกบานช้ากว่าที่ป่าหินงามประมาณ 2 สัปดาห์ แต่ว่าดอกจะมีสีสันสดกว่า และมีประมาณ 5 แปลงให้เดินชมกันท่ามกลางบรรยากาศผืนป่าอันสวยงาม ของทุ่งดอกกระเจียวสีม่วงอมชมพูเข้มที่พากันออกดอกชูช่อเด่นหราตัดกับท้องทุ่งหญ้าสีเขียว ดูงดงามน่าประทับใจ
ทุ่งดอกกระเจียว อช.ไทรทอง แปลง 1
นอกจากนี้ที่อุทยานฯไทรทองยังมีดอกกระเจียวสีขาว(ดอกจะเล็กกว่ากระเจียวสีม่วงอมชมพู)ขึ้นแซมอยู่เป็นจำนวนมากตามดงหญ้า ถือเป็นหนึ่งในจุดชมดอกกระเจียวขาวที่น่าสนใจมาก

อย่างไรก็ดีในการชมทุ่งดอกกระเจียวทั้ง 2 แห่งนั้น ต้องเดินไปตามเส้นทางที่กำหนด ห้ามลงไปเดินเหยียบย่ำดอกกระเจียวเสียหาย ห้ามลงไปถ่ายรูปเซลฟี่ใกล้ๆดอกไม้ในแปลงทุ่งดอกกระเจียว และก็ห้ามเด็ด ดึง หัก ทำลายดอกกระเจียวเด็ดขาด หากใครไม่เชื่อฟัง ฝ่าฝืนก็จะถูกปรับ (เป็นอุทาหรณ์) ตามที่อุทยานฯกำหนด
ดอกกระเจียวขาว อช.ไทรทอง
เปราะภู

เปราะภูเป็นพืชชนิดหนึ่งในตระกูลขิง ข่า มีเหง้าอยู่ใต้ดิน พอได้รับน้ำฝนเหง้าก็จะแตกตัวแทงยอดขึ้นมาตามพื้นดินและซอกหิน พร้อมออกดอกเบ่งบาน มีทั้งสีขาว ชมพู เหลือง นับเป็นอีกหนึ่งดอกไม้ป่าที่จะออกดอกเบ่งบานในช่วงฤดูฝน

สำหรับสถานที่ชมดอกเปราะภูอันโดดเด่นนั้นอยู่ที่ “อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า” อ.นครไทย จ.พิษณุโลก
ทุ่งดอกเปราะภูขาว ภูหินร่องกล้า
ดอกเปราะภู ภูหินฯ เป็นดอกเปราะภูสีขาว ส่วนใหญ่จะออกดอกในช่วงระหว่างปลายเดือน มิ.ย.- ราวๆกลางเดือน ส.ค. โดยมีช่วงที่ดอกเปราะภูทยอยออกดอกประมาณ 1 เดือน และออกดอกบานเต็มที่เป็นจำนวนมาก ประมาณ 2 สัปดาห์

สำหรับจุดชมดอกเปราะภูขาวที่ภูหินร่องกล้า หลักๆจะอยู่ในเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ “ลานหินปุ่ม-ผาชูธง-ซันแครก”(เป็นเส้นทางวงรอบ ระยะทางประมาณ 2,460 เมตร) โดยเฉพาะบริเวณช่วงก่อนถึงลานหินปุ่ม จะมีดอกเปราะภูขาวราวสำลีเบ่งบานตามพื้นดินและซอกหินอยู่เป็นจำนวนมาก
ดอกเปราะภูขาว
เทียนปีกผีเสื้อ

เทียนปีกผีเสื้อ เป็นพืชเฉพาะถิ่น ขึ้นตามหินปูนที่โล่ง ในระดับความสูงจนถึง 1,000 เมตร เป็นต้นไม้ที่ออกดอกเบ่งบานในช่วงหน้าฝน มีดอกสีชมพูอมม่วงสดใส รูปร่างดอกดูคล้ายปีกผีเสื้อสมชื่อ
ดอกเทียนปีกผีเสื้อ
สำหรับจุดชมทุ่งดอกเทียนปีกผีเสื้ออันสวยงามของเมืองไทยนั้นอยู่ที่ “ดอยหัวหมด” อ.อุ้มผาง จ.ตาก

ทุ่งดอกเทียนปีกผีเสื้อดอยหัวหมด จะออกดอกบานเป็นทุ่งขนาดใหญ่ในช่วงราวเดือน ก.ค.-ก.ย. โดยจะออกดอกบานสะพรั่งเป็นทุ่ง ๆ ไปทั่วในหลายจุดหลายพื้นที่ของดอย ช่วงแต่งแต้มสีสันของ อ.อุ้มผาง แผ่นดินดอยลอยฟ้ายามหน้าฝนให้น่าเที่ยวชมและชวนค้นหามากขึ้น
ทุ่งดอกเทียนปีกผีเสื้อ ดอยหัวหมด
หงอนนาค

หงอนนาค เป็นพืชล้มลุกที่มีดอกออกทั้งปี มีทั้งดอกสีชมพูอมม่วง สีม่วงน้ำเงิน และสีขาว ดอกหงอนนาคเป็นดอกไม้ที่หุบยามเช้า แต่จะบานในเมื่อมีแสงแดด และส่วนล่างของดอกมักจะมีน้ำค้างเกาะติดอยู่เป็นหยดใสสวยงาม จนได้ชื่อว่า “น้ำค้างกลางเที่ยง” ขณะที่ชื่ออื่นก็มี หญ้าหงอนเงือก หงอนเหงือก
ดอกหงอนนาค เจ้าของฉายาน้ำค้างกลางเที่ยง
สำหรับจุดชมทุ่งดอกหงอนนาคชื่อดังของเมืองไทยนั้นก็คือ “ทุ่งดอกหงอนนาคภูสอยดาว” ที่อยู่บริเวณลานสนบนภูสอยดาว อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์

ลานสนบนภูสอยดาวมีสภาพทั่วไปเป็นที่ราบสลับกับเนินสูงๆต่ำๆ ตามพื้นดินที่ปกคลุมไปด้วยทุ่งหญ้าจะมีดอกไม้ป่าหลากหลายชนิดออกดอกหมุนเวียนอวดโฉมความงามกันอยู่ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็น เอนอ้า สร้อยสุวรรณา ชมพูนุช ชมพูเชียงดาว เหลืองพิศมร ฯลฯ
ทุ่งดอกหงอนนาค ภูสอยดาว
ที่สำคัญคือบนนี้เป็นแหล่ง“ทุ่งดอกหงอนนาค”อันสวยงาม และมีขนาดใหญ่จนได้ชื่อว่า“ภูสอยดาวเป็นดินแดนแห่งทุ่งดอกหงอนนาคที่ใหญ่ที่สุดและสวยงามที่สุดในเมืองไทย”

ดอกหงอนนาคบนภูสอยดาวหลัก ๆ แล้วจะเป็นดอกสีชมพูอมม่วง แต่ก็มีดอกหงอนนาคสีขาวขึ้นแซมบ้างอยู่นิดหน่อย แต่ต้องสอดส่ายสายตาหาให้ดี

ดอกหงอนนาค ภูสอยดาวจะออกดอกเบ่งบานเต็มที่ในช่วงกลางฤดูฝน ราวเดือน ส.ค.-ก.ย. ซึ่งจะพร้อมใจกันออกดอกเบ่งบานดารดาษไปทั่วบริเวณ ย้อมลานสนให้เป็นสีชมพูอมม่วงดูสวยงาม ตัดกับสีเขียวของทุ่งหญ้าและบรรดาต้นสนที่ขึ้นปกคลุม แลดูสวยงามปานเนรมิต
นักท่องเที่ยวเพลิดเพลินเริงร่าที่ทุ่งดอกหงอนนาค ภูสอยดาว
และนั่นก็คือ 5 จุดชมดอกไม้ป่าแสนงามยามหน้าฝน กับมนต์เสน่ห์ความงามที่เกิดจากธรรมชาติสรรสร้าง เป็นดังสวรรค์น้อย ๆ กลางผืนป่า ซึ่งแต่ละแห่งต่างก็มีเสน่ห์ความงามอันน่ายลแตกต่างกันออกไป

ที่สำคัญคือความงดงามของทุ่งดอกไม้ป่าเหล่านี้ มันสามารถช่วยชโลมจิตใจให้เกิดความรู้สึก“ดอกไม้งามเบ่งบานในใจเรา” ได้เป็นอย่างดี
....................................................................................................

สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ กอง บก.ข่าวท่องเที่ยว แฟกซ์ 0-2629-4467 อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือติดตามเพิ่มเติมได้ที่ Facebook :Travel @ Manager



Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...