xs
xsm
sm
md
lg

เยือน “ดาร์จีลิ่ง” ราชินีแห่งขุนเขา เคล้าบรรยากาศด้วยรถไฟหัวรถจักรไอน้ำ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

Facebook :Travel @ Manager
รถไฟหัวรถจักรไอน้ำชมดาร์จีลิ่ง
“ดาร์จีลิ่ง” เป็นเมืองที่อยู่ในรัฐเบงกอลตะวันตกของอินเดีย ตั้งอยู่ในเทือกเขาหิมาลัย ที่ระดับความสูง 6,700 ฟุต เมื่อครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่พักตากอากาศในช่วงฤดูร้อนของคนชนชั้นสูง เพราะดินแดนแห่งนี้มีอากาศที่เย็นสบาย เหมาะกับการมาพักผ่อนหย่อนใจ

ด้วยอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี ทำให้เมืองกลางหุบเขานี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวอินเดียและชาวต่างชาติ ที่เดินทางมาสัมผัสบรรยากาศกันอย่างไม่ขาดสาย
แหล่งปลูกชาที่มีชื่อเสียงระดับโลก
ความเป็นมาของเมืองดาร์จีลิ่งเริ่มต้นขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 19 เมื่อการปกครองของอาณานิคมภายใต้การปกครองของอังกฤษ ได้มีการมาตั้งโรงพยาบาลและสถานีทหารในภูมิภาค ต่อมาได้มีการสร้างสวนชาขึ้นและพัฒนาสายพันธุ์ของชา จนขึ้นในหลากหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นภูเขา มีการปลูกไล่ระดับตามแนวเขา มองดูเป็นพุ่มเขียวชอุ่มสบายตา นอกจากนี้ดาร์จีลิ่งยังได้รับสมญานามว่า “ราชินีแห่งขุนเขา” ที่ขึ้นชื่อเรื่องชา และยังเป็นแหล่งผลิตชาที่ดีแห่งหนึ่งของโลก
บรรยากาศเมืองดาร์จีลิ่ง
ชาดาร์จีลิ่งเป็นชาที่ปลูกในเขตดาร์จีลิ่งในรัฐเบงกอลตะวันตกอินเดียและเป็นที่รู้จักและส่งออกอย่างกว้างขวาง มันถูกแปรรูปเป็นชาดำ, เขียว, ขาวและอูหลง เมื่อชงอย่างเหมาะสมจะให้กลิ่นหอม
ระหว่างรอรถไฟหัวจักรไอน้ำ
เอกลักษณ์ของที่นี่นอกจากจะเป็นแหล่งปลูกชาระดับโลกแล้ว ยังมีรถไฟ Darjeeling Himalayan หรือ Toy Train เป็นรถไฟสายเก่าแก่ สร้างขึ้นระหว่างปีพ.ศ. 2422-2424 มีอายุกว่า 100 ปี โดยจะบริการตามกำหนดเวลาทุกวัน เป็นรถไฟท่องเที่ยวที่นำชมเมืองจากดาร์จีลิ่งไปยังสถานีกุม และสายรถไฟนี้ได้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์กรยูเนสโกด้วย เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2542
พนักงานเติมเชื้อเพลิงให้กับหัวรถจักร
เสน่ห์ของรถไฟสายนี้อยู่ตรงที่เป็นรถไฟหัวรถจักรไอน้ำ ซึ่งหาชมได้ยากในปัจจุบัน นักท่องเที่ยวนิยมนั่งชมบรรยากาศและวิถีชีวิตของดาร์จีลิ่ง โดยจะใช้เวลาเดินทางไปกลับประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ ถ้าใครไปท่องเที่ยวที่เมืองนี้แล้วจะต้องไม่พลาดมาใช้บริการ ก่อนรถไฟจะเคลื่อนขบวนพนักงานของรถไฟจะเติมถ่านหินเข้าไปในรังเพลิง เพื่อเผาให้เกิดไอน้ำในการขับเคลื่อน
สถานีรถไฟกูม
ตลอดเส้นทางของรางรถไฟจะวิ่งคู่ขนานตามแนวถนน บางช่วงรางรถไฟจะตัดผ่านถนนไปมา ชวนตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง ส่วนระหว่างทางนั้นเราจะเห็นร้านค้ามากมาย มีทั้งผัก ผลไม้ อาหารท้องถิ่น และร้านขายจำพวกผ้าต่างๆ อาทิ ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ หรือเสื้อผ้ากันหนาว
วัดกูม วัดเก่าแก่ที่สุดของดาร์จีลิ่ง
หลังจากที่มาถึงสถานีกูมแล้ว จากนั้นเราเดินไปชม “วัดกูม” เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดและมีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของดาร์จีลิ่ง ตั้งอยู่ห่างจากดาร์จีลิ่งประมาณ 8 กิโลเมตร วัดแห่งนี้สร้างในปีพ.ศ.2393 ภายในมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพบูชาของคนท้องถิ่น บริเวณด้านหน้าทางเข้าวัดจะมีผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่หลากหลายสีสันให้เลือกซื้อเป็นของฝากของที่ระลึกกันด้วย
ภายในวัดกูม
ขุนเขาของเมืองดาร์จีลิ่ง
ชมแสงแรกยามเช้าที่ Tiger Hill
หากใครชอบบรรยากาศยามเช้า สามารถมาชมแสงแรกของเช้าวันใหม่กันได้ที่ “Tiger Hill” อยู่ห่างจากเมืองดาร์จีลิ่งประมาณ 11 กิโลเมตร หรือใช้เวลาเดินทางราว 45 นาที โดยต้องใช้บริการรถยนต์ของคนในท้องถิ่น เพราะต้องออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืด หากไม่คุ้นเส้นทางอาจเกิดอันตรายได้ เนื่องจากเป็นเส้นทางขึ้นเขาและมีทางแคบ

เมื่อรถมาจอดส่งอยู่ที่บริเวณทางขึ้น จากนั้นเราก็เดินตามทางลาดชันอีกหน่อย ไม่นานนักก็ถึงจุดชมวิว ในทุกๆ วันจะมีนักท่องเที่ยวขึ้นมาชมพระอาทิตย์ขึ้นบริเวณ Tiger Hill หนาแน่นทุกวัน ฉะนั้นใครอยากได้ทำเลดีๆ ต้องรีบจับจองพื้นที่กันหน่อย ระหว่างที่เรารอพระอาทิตย์ขึ้นก็จะมีลมพัดพาความหนาวเย็นมาให้สัมผัสกันเป็นระยะๆ ถ้าใครจะมายัง Tiger Hill อย่าลืมเตรียมอุปกรณ์กันหนาวมาให้พร้อมด้วย เพราะอุณหภูมิอยู่ประมาณ 3-8 องศา ซึ่งขึ้นอยู่กับฤดูในช่วงนั้นด้วย บางครั้งก็ลดลงถึงติดลบกันเลย
มองเห็นทิวทัศน์ของเทือกเขาอันกว้างไกล
เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมกับเสียงร้องเรียกด้วยความดีใจ ทำให้ทุกคนต่างหันมองตามจนเป็นสายตาเดียวกัน แสงพระอาทิตย์ค่อยๆ โผล่ขึ้น สาดส่องแสงสีทองอร่ามทอดผ่านท้องฟ้า ช่างเพิ่มความสดใสงดงามให้กับเช้านี้เป็นอย่างยิ่ง แล้วเรายังสามารถมองเห็นทิวทัศน์อันกว้างไกลและสวยงามของเทือกเขา Everest และเทือกเขา Kangchenjunga ที่สูงเด่นสะดุดตาอีกด้วย
เสือโคร่งเบงกอล
อีกหนึ่งไฮไลท์เมื่อมาเยือนดินแดนรัฐเบงกอลตะวันตกของอินเดียแล้ว จะต้องไปชมเสือเบงกอลที่ “สวนสัตว์ Padmaja Naidu Himalayan” เป็นสวนสัตว์ขนาด 67.56 เอเคอร์ในเมืองดาร์จีลิ่ง สวนสัตว์แห่งนี้เปิดให้บริการเมื่อปีพ.ศ. 2501 และมีระดับความสูงเฉลี่ย 7,000 ฟุต ถือเป็นสวนสัตว์ที่สูงที่สุดในอินเดีย
สัตว์ที่มีให้ชมในสวนสัตว์
ภายในสวนสัตว์
ภายในสวนสัตว์มีสัตว์ให้ชมหลากหลายชนิด และหนึ่งในนั้นก็คือ “เสือเบงกอล” เป็นเสือโคร่งที่มีลักษณะลำตัวขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของบรรดาเสือโคร่งทั้งหมด โดยมีถิ่นที่อยู่ในแถบเอเชียโดยเฉพาะอินเดีย และยังมีสัตว์อื่นๆ ให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมอย่างเพลิดเพลินอีกมากมาย
สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ กอง บก.ข่าวท่องเที่ยว แฟกซ์ 0-2629-4467 อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือติดตามเพิ่มเติมได้ที่ Facebook :Travel @ Manager

Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...