xs
xsm
sm
md
lg

“Spirit Jim Thompson” เสน่ห์อาหารไทย สไตล์ร่วมสมัยหรูหรา

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

Facebook :Travel @ Manager
อาหารไทยหลากหลายชวนลิ้มลอง
“อาหารไทย” ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของไทยอันมีเสน่ห์ เรียกได้ว่าไม่ว่าคนชาติใดก็ตามหากได้ลองลิ้มอาหารไทย เป็นต้องติดอกติดใจในรสชาติที่ครบรสของอาหารไทยกันทุกราย นับว่าเป็นเรื่องน่าภาคภูมิใจที่อาหารไทยเป็นที่รู้จัก และมีชื่อเสียงโด่งดังไกลไปทั่วโลก
บรรยากาศโต๊ะนั่งสบายๆ ภายในร้าน Spirit Jim Thompson
มื้อนี้ “ตระเวนกิน” เลยขอเอาใจมิตรรักนักกินอาหารไทยทั้งหลาย ด้วยการชวนไปลิ้มรสอาหารไทยรสชาติยอดเยี่ยมกันที่ร้าน “Spirit Jim Thompson” เมื่อมาถึงร้านจะสัมผัสได้กับบรรยากาศร้านที่ร่มรื่น เป็นการนำเอาบ้านเก่าหลังงามมาดัดแปลงตกแต่งให้เป็นร้านอาหารสวยๆ แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ มีต้นไม้น้อยใหญ่และสวนสวยๆ อันเขียวขจี ดูรื่นรมย์สบายตาสบายใจเป็นยิ่งนัก
ภายในร้านตกแต่งสวยงามด้วยผ้าและผ้าไหมของจิม ทอมป์สัน
ภายในร้านมีโต๊ะให้เลือกนั่งในหลากหลายโซนตามใจชอบ มีทั้งโซนโต๊ะนั่งด้านนอกรับลมธรรมชาติ ชมวิวสวนสวยๆ มีมุมเคาน์เตอร์บาร์ที่บริการเครื่องดื่มหลากหลาย แล้วก็มีส่วนโต๊ะนั่งด้านในห้องแอร์ ที่จัดสรรโต๊ะนั่งได้อย่างลงตัว ชวนนั่งสบายๆ ท่ามกลางการตกแต่งอย่างงดงามสไตล์ไทยคอนเทมโพรารี ใช้ผ้าและผ้าไหมสวยๆ ของจิม ทอมป์สัน มาตกแต่งอย่างสวยหรู และมีห้องส่วนตัวให้บริการด้วย
โต๊ะนั่งด้านนอกรับลมธรรมชาติ
อาหารไทยของที่นี่มีความโดดเด่นน่าสนใจและน่ากินมาก เมนูอาหารหลากหลายถูกรังสรรค์ขึ้นมาโดยเชฟมนตรี วิโรจน์เวชภัณฑ์ ที่ได้คิดค้นเมนูอาหารไทยต่างๆ ขึ้นมาเป็นพิเศษ โดยนำเอาอาหารไทยแท้และอาหารในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มาสร้างสรรค์ให้เป็นเมนูใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ที่ว่า “Contemporary Thai Cuisine with Authentic Taste” เป็นการนำเอาคาแรคเตอร์ที่ชัดเจนของอาหารไทยแท้ดั้งเดิมมา Reconstruct (สร้างใหม่) แต่ยังคงไว้ซึ่งโครงสร้างของวัตถุดิบหลัก และเอกลักษณ์ของรสชาติอาหารไทยไว้เป็นอย่างดี นำเสนอให้รูปร่างหน้าตาของอาหารดูร่วมสมัย มีความแปลกใหม่ชวนลิ้มลอง และเน้นให้ความสำคัญเรื่องการคัดสรรวัตถุดิบเป็นอย่างมาก โดยคัดสรรแต่วัตถุดิบที่ดี มีคุณภาพ มีความสดใหม่ และใช้วัตถุดิบที่ดีเยี่ยมจากทางฟาร์มจิม ทอมป์สัน เพื่อนำมารังสรรค์เป็นเมนูเลิศรสที่ชวนกินมากมาย และที่สำคัญการปรุงอาหารของที่นี่จะไม่ใส่ผงชูรส เรียกว่าคำนึงถึงสุขภาพของนักกินด้วย
เมี่ยงคำน้ำตาลกรอบ
ในมื้อนี้เราขอแนะนำอาหารจานเด็ดของที่นี่ ที่ถ้ามาถึงร้านแนะนำว่าต้องสั่งมาลิ้มลองกันให้ได้ เมนูแรกมีชื่อว่า เมี่ยงคำน้ำตาลกรอบ (290 บาท++) หน้าตาอาหารสวยงามชวนลิ้มรส เป็นการสร้างรูปแบบใหม่ให้กับเมี่ยงคำ โดยการนำเอาน้ำตาลที่ปรุงรสทำเป็นน้ำเมี่ยงเคี่ยวจนน้ำตาลมีความเหนียว แล้วนำมาทำให้เป็นรูปกรงนกสีทอง 2 กรงประกบกัน ส่วนด้านในใส่เครื่องเมี่ยงคำครบเครื่อง มีทั้งหอมแดง ถั่วลิสง กุ้งแห้ง ขิง มะพร้าวคั่ว และรองมาด้วยใบชะพลู ส่งเข้าปากเคี้ยวกร้วมทั้งคำสัมผัสได้ถึงความหวานเข้มข้นของน้ำตาล ผสานรสชาติเข้ากับเครื่องเมี่ยงต่างๆ ถึงรสถึงเครื่อง เคี้ยวมันเพลินปากดีแท้
ยำพริก พริกยำ
เมนูถัดมาชวนลิ้มรส ยำพริก พริกยำ (400 บาท++) เป็นอาหารโบราณ ในจานมีพริกหนุ่มที่เอาไส้พริกออกแล้วนำไปย่างไฟอ่อน แล้วมีกุ้งไทเกอร์พอนทาด้วยซอสสูตรพิเศษของทางร้าน พร้อมกับมีกุ้งแห้ง ถั่ววิสงคั่ว มะพร้าวคั่ว ใส่มาด้วย และมีน้ำกะทิกับน้ำราดสูตรเด็ดมาให้ เวลากินให้ราดน้ำกะทิและน้ำปรุงรสคลุกเคล้ากับเครื่องต่างๆ ทั้งหมดให้เข้ากัน กินแล้วได้รสสัมผัสของกุ้งเนื้อแน่นสดหวาน เข้ากันดีกับพริกหนุ่มเคี้ยวนุ่มลิ้น และชุ่มน้ำราดรสกลมกล่อมปาก
แกงกระด้างต้มยำปลากะพง
ต่อด้วยเมนู แกงกระด้างต้มยำปลากะพง (380 บาท++) เป็นแกงทางภาคเหนือ โดยนำหัวและกระดูกปลากะพงตัวใหญ่มาต้มกับเครื่องต้มยำ ตะไคร้อ่อน ข่าอ่อน พริก ใบมะกรูดหั่นฝอย ใส่เนื้อปลากะพง ปรุงรสแล้วใส่แม่พิมพ์ทิ้งไว้ข้ามคืนจนกลายเป็นเจลลีต้มยำ ที่หน้าตาแปลกใหม่ชวนลิ้มลอง ชิมแล้วโดนใจปากกับแกงกระด้างรสจัดจ้านถึงเครื่องแกงจริงๆ
แกงคั่วน่องเป็ดกับลูกพีช
แล้วก็ไม่ควรพลาดเมนูนี้ แกงคั่วน่องเป็ดกับลูกพีช (680 บาท++) ทางร้านปรุงน้ำราดเครื่องพริกแกงคั่วตามสูตรเฉพาะ ซึ่งพริกแกงโขลกเอง ใช้น้ำกะทิคั้นสด ส่วนน่องเป็ดมีขั้นตอนการทำอย่างพิถีพิถัน โดยนำน่องเป็ดไปซูวีในน้ำมันพืชทำแบบแบบกงฟี เคียงมาด้วยลูกพีชกริลล์ทาด้วยน้ำมัน ชิมแกงคั่วน่องเป็ดแล้วถูกปากยิ่งนัก เป็ดหนังกรอบเนื้อนุ่มฉ่ำ ราดน้ำซอสแกงคั่วได้รสชาติเข้มข้นถึงเครื่องแกงเผ็ด กินคู่กับข้าวไรซ์เบอร์รี่ที่เสิร์ฟมาให้กินแบบอิ่มท้อง
แกงเขียนหวานซี่โครงแกะมะพร้าวอ่อนกับยอดมะพร้าวสด
จากนั้นมาลิ้มลอง แกงเขียนหวานซี่โครงแกะมะพร้าวอ่อนกับยอดมะพร้าวสด (1,300 บาท++) เป็นซี่โครงแกะนิวซีแลนด์นำมาหมักกับเครื่องแกงที่ทางร้านโขลกเอง กริลล์จนสุกได้ที่ราดด้วยซอสแกงเขียนหวานเข้มข้น แล่เนื้อแกะส่งเข้าปากเคี้ยวแล้วสัมผัสได้ถึงความนุ่มของเนื้อแกะชั้นดีไม่มีกลิ่นสาป ได้รสชาติเครื่องแกงเขียวหวานรสจัดจ้านถึงเครื่องพริกแกง มียอดมะพร้าวอ่อนบด และเนื้อมะพร้าวอ่อนให้กินเคียงกัน
ปทุมมารส
แล้วมาล้างปากกับเมนู ปทุมมารส (450 บาท++) เป็นเมนูของหวานที่ประกอบไปด้วยหลายอย่าง มีขนมสายบัว เป็นขนมไทยโบราณ ที่นำเอาสายบัวมาผสมแป้งกับน้ำตาลแล้วนึ่ง กินคู่กับมะพร้าวขูด ขนมสายบัวเนื้อนิ่มนุ่มหวานกำลังดี และมีทาร์ตสายบัวเชื่อม เป็นสายบัวเชื่อมกับเชอร์รี่เวนิการ์ ตัวทาร์ตเป็นอัลมอนด์บด ท็อปด้วยเมอแรงก์ กินทาร์ตกรุบกรอบอร่อยถูกปาก แล้วยังมีไอศกรีมรากบัวและสายบัวเชื่อม เป็นไอศกรีมโฮมเมดที่มีส่วนผสมของรากบัวเชื่อมกับกะทิและนม กินแล้วหวานเย็นสดชื่นดีจริง
เวอร์จิ้นมิกซ์เบอร์รี่โมจิโต้
ส่วนเครื่องดื่มที่ชวนสั่งมาดื่มให้ชื่นใจก็มี เวอร์จิ้นมิกซ์เบอร์รี่โมจิโต้ (250 บาท++) เครื่องดื่มสีแดงสวย มีส่วนผสมของราสเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่ มะนาว ใบมินต์ ไซรัปสตอรเบอร์รี่ พีช และโซดา ใส่สตรอเบอร์นี่สด ท็อปด้วยคาเวียร์รสชาติน้ำเชื่อมทับทิม เวลาดื่มชิมให้โดนคาเวียร์แตกในปาก จะได้สัมผัสถึงความซาบซ่า หวานหอมกลิ่นเบอร์รี่และพีช
รอยัลไทยม็อกเทล
อีกหนึ่งเครื่องดื่มที่ชวนดื่มคือ รอยัลไทยม็อกเทล (250 บาท++) แก้วนี้สีเหลืองสดใส มีส่วนผสมของน้ำส้ม ออเรนจ์บาซิลีฟไซรัป แตงกวาสด ใบโหระพา ผสมทุกอย่างให้เข้ากันแล้วกรองเอาแต่น้ำ ใส่น้ำแข็งตกแต่งด้วยชิ้นส้มแห้งและชินนามอน เวลาดื่มแนะนำว่าให้กัดชิ้นส้มแห้งแล้วดื่มน้ำตาม จะสัมผัสได้ถึงความสดชื่นหอมกลิ่นส้มและชินนามอนอบอวลอยู่ในปากชื่นใจยิ่งนัก และสำหรับเครื่องดื่ม มี Happy Hour เวลา 17.00 - 19.00 น. พบกับเครื่องดื่มที่ร่วมรายการลดราคา 50%
มุมโต๊ะนั่งชิลชมวิวสวน
เมนูที่ชวนกินของที่นี่ยังมีอีกมากมายที่น่าลองลิ้ม อาทิ พะแนงโบราณซี่โครงเนื้อออสเตรเลีย (900 บาท++) สลัดหลวงพระบาง (350 บาท++) เบือทอดกุ้งสดพริกแกงปักษ์ใต้ (320 บาท++) ปลาหิมะต้มขมิ้นกับเนื้อส้มแขก (490 บาท++) และอีกหลายหลากเมนูเลิศรส ซึ่งถ้าใครอยากจะลิ้มรสอาหารไทยสไตล์ร่วมสมัย ขอแนะนำให้มาอิ่มเอมกันอย่างเปรมปรีดิ์ที่ร้าน “Spirit Jim Thompson” แห่งนี้
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * 

“Spirit Jim Thompson” ตั้งอยู่ที่ 16 ซอยสมคิด ถนนพระราม 1 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. เปิดทุกวัน เวลา 12.00 - 15.00 น. (ออเดอร์อาหารสุดท้าย เวลา 14.30 น.) และ 18.00 - 23.00 น. (ออเดอร์อาหารสุดท้าย เวลา 22.15 น.) ถ้ามากินอาหารแนะนำว่าควรโทร. มาจองโต๊ะก่อน โทร. 0-2017-7268-9
สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ กอง บก.ข่าวท่องเที่ยว แฟกซ์ 0-2629-4467 อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือติดตามเพิ่มเติมได้ที่ Facebook :Travel @ Manager


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...