xs
xsm
sm
md
lg

“อุทยานธรณีโลกสตูล” เน้นชุมชนมีส่วนร่วม-อนุรักษ์ เพื่อความยั่งยืน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

Facebook :Travel @ Manager
ถ้ำเลสเตโกดอน
ที่สุดแห่งความภาคภูมิใจของคนไทยทั่วประเทศ หลังจากเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา องค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศให้ “อุทยานธรณีสตูล”(Satun Geopark) พื้นที่แหล่งธรณีวิทยาของจังหวัดสตูล เป็น “อุทยานธรณีโลก”(Satun UNESCO Global Geopark) ทำให้สตูลมีชื่อเสียงโด่งดังและดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ต่างเดินทางมาชมคุณค่าแห่งความงดงามกันอย่างไม่ขาดสาย
ปราสาทหินพันยอด
“อุทยานธรณีสตูล” ตั้งอยู่ที่ภาคใต้ของไทย คลอบคลุม 4 อำเภอของจังหวัดสตูล คือ ทุ่งหว้า มะนัง ละงู และอำเภอเมือง ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาหินปูน มีเกาะน้อยใหญ่และมีชายหาดที่สวยงาม นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางสัมผัสกับธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์ และผืนดินแห่งนี้เองได้ลงบันทึกหลักฐานของโลกใต้ทะเลเมื่อ 500 ปีก่อน ที่อุดมไปด้วยสิ่งมีชีวิตยุคเก่าเป็นแหล่งสร้างออกซิเจนให้กับโลกในช่วงเวลานั้น ต่อมามีการยกตัวของเปลือกโลกก่อให้เกิดเป็นเมือกเขาและถ้ำ ซึ่งได้กลายมาเป็นบ้านหลังแรกของมนุษย์โบราณ

ด้วยความโดดเด่นทางธรณีวิทยา ภูมิประเทศและธรรมชาติของอุทยานธรณีสตูล ก่อให้เกิดกิจกรรมการท่องเที่ยวทางธรรมชาติหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวแนวผจญภัย เช่น ล่องแก่ง เที่ยวถ้ำ น้ำตก ชายหาด เป็นต้น และหลังจากที่อุทยานธรณีสตูลได้ประกาศขึ้นเป็นอุทยานธรณีโลกแล้ว ทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะด้านคุณค่าของแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งจะดึงดูดนักท่องเที่ยวนำรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น ประชากรในพื้นที่มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เกิดจิตสำนึกในการอนุรักษ์หวงแหนและปกป้องทรัพยากรให้มีคุณค่าอย่างยั่งยืน
ดร.ทศพร นุชอนงค์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี
ดร.ทศพร นุชอนงค์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กล่าวว่า กรมทรัพยากรธรณีเริ่มส่งเสริมการพัฒนาอุทยานธรณีสตูลตั้งแต่ปี 2553 โดยทางจังหวัดจัดตั้งเป็นอุทยานธรณีจังหวัดเมื่อปี 2557 และได้รับประกาศเป็นอุทยานธรณีระดับประเทศ ในปี 2559 และล่าสุดนี้ประกาศให้พื้นที่แหล่งธรณีวิทยาของจังหวัดสตูล เป็นอุทยานธรณีโลก และเมื่อได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานธรณีโลกและทางยูเนสโกจะทำการตรวจประเมินซ้ำทุกๆ 4 ปี โดยแต่ละครั้งก็จะมีความเข้มข้นในการตรวจประเมินสูงขึ้นเรื่อยๆตามลำดับ ดังนั้นหากอุทยานธรณีโลกแห่งใดมีการบริหารจัดการที่บกพร่องก็สามารถที่จะสามารถถูกถอดถอนจากการเป็นสมาชิกได้และต้องเว้นระยะเวลาอีก 2 ปีจึงจะสามารถสมัครใหม่ได้ ซึ่งเคยมีอุทยานธรณีบางประเทศเคยถูกถอนออกจากสมาชิกไปแล้ว
นายณรงค์ฤทธิ์ ทุ่งปรือ ผู้อำนวยการอุทยานธรณีสตูล และนายกองค์การบริการส่วนตำบลทุ่งหว้า
ด้านนายณรงค์ฤทธิ์ ทุ่งปรือ ผู้อำนวยการอุทยานธรณีสตูล และนายกองค์การบริการส่วนตำบลทุ่งหว้า กล่าวว่า สิ่งที่เราได้รับมาที่ผ่านมาถือว่าเราทำงานมา 8 ปี แล้วเราก็ลงให้ความรู้แก่ชุมชน พัฒนาชุมชน นำงานวิจัยที่ทำร่วมกับกรมทรัพยากรธรณี มีการส่งเสริมอาชีพไกด์ท้องถิ่น เพื่อให้ชุมชนมีรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงธรณี ซึ่งการลงพื้นที่ในครั้งนี้ทำให้เห็นว่าชุมชนได้อนุรักษ์และมีรายได้จากทรัพยากรจากที่เรามีอยู่ สำหรับการรักษาให้อย่างยั่งยืน โดยการสร้างผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกของชุมชน (OTOP) เพื่อเป็นการสร้างเรื่องราวให้กับผลิตภัณฑ์

“ผมมองว่าแนวคิดของยูเนสโกในเรื่องของอุทยานธรณีโลก เป็นการที่ให้ชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์โดยชุมชนเอง และที่สำคัญแนวคิดนี้จะสร้างให้ชุมชนเกิดการความหวงแหน และอนุรักษ์ทรัพยากรอย่างยั่งยืน”
นายยูหนา หลงสมัน ประธานเครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดสตูล
นายยูหนา หลงสมัน ประธานเครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดสตูล กล่าวว่า ทุกภาคส่วนรวมมีการเตรียมความพร้อมกันมานาน โดยเฉพาะความพร้อมของชุมชน ที่มีความรักความหวงแหนของทรัพยากรธรรมชาติ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นต้นทุนชีวิตของคนในชุมชน ความภูมิใจของการท่องเที่ยวในชุมชนก็คือ มีทรัพยากรทางด้านประชาชนเพิ่ม เราสามารถสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีความพร้อมและมาเป็นตัวแทนในการสื่อความหมายถ่ายทอด และอธิบายความเป็นพื้นที่แห่งดึกดำบรรพ์ของสตูลให้คนรุ่นต่อไปได้ กลุ่มคนเหล่านี้เองก็จะมีความหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติเหมือนกับที่เราหวงแหน และเขาก็จะปกปักรักษาดูแลเพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ยั่งยืนสืบต่อไปด้วยหัวใจของคนเหล่านั้นเอง
โรงเรียนทุ่งหว้าวรวิทย์ แหล่งความรู้สู่ชุมชน
อีกหนึ่งสถานที่ที่ก่อให้เกิดแหล่งความรู้สู่ชุมชนก็คือ “โรงเรียนทุ่งหว้าวรวิทย์” ซึ่งเป็นโรงเรียนที่กรมทรัพยากรธรณีได้ร่วมกับโรงเรียนทุ่งหว้าวรวิทย์ (โรงเรียนอุทยานธรณี) จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ธรณีวิทยาขึ้น เมื่อปี 2554 โดยมีการปรับปรุงพื้นที่อาคารและจัดแสดงนิทรรศการเพื่อนำเสนอข้อมูลเรื่องราวเกี่ยวกับหิน แร่ และฟอสซิล ที่จะเป็นแหล่งเรียนรู้ให้นักเรียน ครู ผู้ปกครอง และคนในชุมชนได้มาเยี่ยมชม โรงเรียนแห่งนี้จึงมีบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับชุมชน โดยบุคคลที่สนใจสามารถมาค้นคว้าข้อมูลในศูนย์เรียนรู้เพิ่มเติมได้มากขึ้น
ด้านหน้าางเข้าถ้ำเลสเตโกดอน
สำหรับแหล่งท่องเที่ยวอุทยานธรณีสตูลที่น่าสนใจมีอยู่มากมาย อย่าง ถ้ำเลสเตโกดอน เป็นถ้ำอยู่ในเทือกเขาหินปูนทอดยาว มีลักษณะคล้ายอุโมงค์ใต้ภูเขา ภายในถ้ำมีลักษณะคดเคี้ยว มีระยะทางจากปากถ้ำจนถึงทางอยู่ประมาณ 4 กิโลเมตร สิ่งที่โดดเด่นของถ้ำแห่งนี้คือการพบซากดึกดำบรรพ์ของช้างและแรดสมัยไพลสโตซีน
ภายในถ้ำเลสเตโกดอน
โดยเฉพาะช้างสกุลสเตโกดอน ซึ่งเป็นที่มาของการเรียกชื่อถ้ำแห่งนี้ว่า "ถ้ำเลสเตโกดอน" ซากดึกดำบรรพ์ที่พบนั้นเป็นซากกระดูกขากรรไกรพร้อมฟันกรามซี่ที่ 2 และ 3 ด้านล่างขวาของช้างดึกดำบรรพ์ เชื่อกันว่าการพบเจอฟันกรามช้างสกุลสเตโกดอน ถือเป็นจุดกำเนิดเรื่องราวการศึกษาค้นคว้าทางธรณีวิทยาในจังหวัดสตูล จนเกิดการจัดตั้งอุทยานธรณีสตูลขึ้นและผลักดันจนให้เป็นอุทยานโลกในวันนี้
พาเรือคายัคชมบรรยากาศภายในถ้ำ
การท่องเที่ยวภายในถ้ำเลสเตโกดอนจะต้องพายเรือคายัคลอดถ้ำ ซึ่งจะต้องเช็คระดับน้ำของแต่ละวันด้วย สามารถสอบถามหรือติดต่อท่องเที่ยวได้ที่องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งหว้าล่วงหน้า เนื่องจากอุทยานธรณีสตูลจะเน้นการท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ และจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวเพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่สืบไป
สัมผัสของหิน 2 ยุค ที่เขาโต๊ะหงาย
มาชมความมหัศจรรย์ของเขาโต๊ะหงาย ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา เขาลูกนี้มีหน้าผาริมทะเลที่สูงชัน ซึ่งมีปรากฏการณ์ธรรมชาติปรากฏอยู่ในบริเวณช่วงหนึ่งของหน้าผา กับการชนกันหรือรอยสัมผัสของหิน 2 ยุค คือหินทรายสีแดงแห่งยุคแคมเบรียน(542-488 ล้านปี) และ หินปูนสีเทาแห่งยุคออร์โดวิเชียน(488-444 ล้านปี) ที่เกิดจากรอยเลื่อนของเปลือกโลกกระทำให้หิน 2 ยุคเคลื่อนตัวมาชนกัน ปัจจุบันทางอช.หมู่เกาะเภตรา ได้ทำสะพานเดินศึกษาธรรมชาติเลียบหน้าผาดังกล่าว ให้ผู้สนใจได้เดินไปเที่ยวชมบริเวณรอยสัมผัสของหิน 2 ยุค จึงเปรียบเสมือนเรากำลังเดินก้าวข้ามกาลเวลาจาก(หิน)ยุคหนึ่งไปอีกยุคหนึ่ง
สะพานข้ามกาลเวลา
ถ้ำเจ็ดคต
หรือจะพายเรือคายัคล่องตามสายน้ำเพื่อไปยัง “ถ้ำเจ็ดคต” เป็นอีกความมหัศจรรย์หนึ่งที่มีอยู่ในอุทยานธรณีสตูล ถ้ำแห่งนี้เป็นถ้ำที่มีลักษณะถ้ำลอด คือมีลำคลองลำโลนที่มาจากทางอำเภอมะนัง ไหลลอดภูเขาหินปูนออกมาสมทบกับคลองละงูที่ไหลมาจากทางบ้านทับทุง อ ละงู ภายในอุโมงค์ถ้ำมีหินย้อยที่ยังเป็น มีสีเหลืองเคลือบ ตรงบริเวณปากถ้ำที่ลำห้วยมาจากอ.มะนังจะไหลลอดพ้นภูเขาออกมาสมทบกับลำคลองละงูนั้น จะเป็นปากถ้ำขนาดใหญ่ที่กว้างและจะค่อยๆ แคบลง หากว่าใครมาชมในช่วงบ่ายก็จะมีแสงแดดส่องสะท้อนกับสีเขียวจองใบไม้และแสงตกกระทบน้ำ ทำให้น้ำมีสีเขียวมรกตแลดูสวยงามไปด้วย
ปราสาทหินพันยอด
ยังมี “ปราสาทหินพันยอด” เกาะเขาใหญ่ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา มีชายหาดและน้ำทะเลสีเขียวมรกต ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหินหน้าตาประหลาดมองดูคล้ายปราสาทที่มียอดแหลมนับพัน โดยเกิดจากการยกตัวของเปลือกโลกมากว่าหลายร้อยล้านปีทำให้หินมีรูปร่างแปลกตา การมาเที่ยวที่นี่ต้องพายเรือคายัคลอดผ่านช่องแคบเข้าไปจะพบกับความอลังการของหินทรงปราสาทแห่งนี้

นอกจากนี้แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดสตูลยังมีความน่าสนใจอีกมากมาย อาทิ อ่าวฟอสซิล ถ้ำภูผาเพชร ถ้ำเขาอุไรทอง เป็นต้น ที่รอนักท่องเที่ยวได้เดินทางไปเรียนรู้พร้อมชมความงดงามของดินแดนดึกดำบรรพ์แห่งท้องทะเลที่มีอายุกว่า 500 ล้านปีเก่าแก่ที่สุดของไทย
สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ กอง บก.ข่าวท่องเที่ยว แฟกซ์ 0-2629-4467 อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือติดตามเพิ่มเติมได้ที่ Facebook :Travel @ Manager


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...