xs
xsm
sm
md
lg

“ปากน้ำโพ” เมืองนี้มีดีมากกว่าทางผ่าน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


พูดถึงเมือง“ปากน้ำโพ” หลายคนรู้จักดีว่านี่คือ“จังหวัดนครสวรรค์” เมืองที่เป็นชุมทางระหว่างภาคกลางและภาคเหนือ ใครจะขึ้นเหนือต้องผ่านเมืองปากน้ำโพนี้ คนส่วนมากจึงมองนครสวรรค์เป็นแค่เมืองผ่าน

สำหรับ “ผู้จัดการท่องเที่ยว” เมื่อเร็วๆนี้ได้มีโอกาสไปซอกแซกทัวร์ในตัวเมืองนครสวรรค์มา ก็รู้สึกว่าที่ผ่านมาเรามองข้ามเมืองปากน้ำโพไปจริงๆ เพราะว่าเมืองนี้มีอะไรที่น่าสนใจมากกว่าเมืองผ่านจากภาคกลางไปภาคเหนือและมากกว่าเมืองแวะพักกินข้าวต้มรอบดึกสำหรับคนนั่งรถทัวร์จากกรุงเทพฯขึ้นเหนือ

อย่างกับสถานที่ท่องเที่ยวจุดแรกคือ ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์-เจ้าแม่ทับทิม ซึ่งเมื่อไปถึงเราก็แวะไปไหว้เอาฤกษ์เอาชัย โดยศาลนี้นับเป็นศาลเจ้าโบราณที่มีอายุมากกว่า 130 ปี ตัวศาลเจ้ามีความยิ่งใหญ่ตระการตา ลักษณะศาลเจ้าเป็นครึ่งตึกครึ่งไม้ มีบันไดปูนให้เดินขึ้นไปสู่ตัวศาลเจ้าด้านบน ด้านบนตัวศาลจะแบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนด้านหน้าสุดที่เราเดินเข้าไปเป็นส่วนที่ประดิษฐานแท่นบูชาเทพยดาฟ้าดิน ตอนกลางเป็นอาคารไม้ทาสีแดงทั่วทั้งหลัง และพอเดินเข้าไปด้านในสุดจะเป็นที่ประดิษฐานองค์เทพเจ้าบ๊นเถ่ากงเป็นองค์ประธานอยู่กลาง เทพเจ้ากวนอูอยู่ด้านขวา และเจ้าแม่ทับทิม-เจ้าแม่สวรรค์อยู่ด้านซ้าย

ในศาลเจ้ามีคนจุดธูปเทียนกราบไหว้ขอพรจากองค์เทพเจ้า เจ้าพ่อ เจ้าแม่กัน กันพอสมควร ควันธูปลอยคลุ้งเต็มศาลไปหมด ใครที่กราบไหว้ขอพรแล้ว หากจะเดินออกมานั่งพักผ่อน ที่ศาลเจ้านี้ก็มีศาลาเล็กๆ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำให้มานั่งรับลม ดูวิวแม่น้ำกัน ซึ่ง ณ จุดนี้มีไฮไลท์ของเมืองนครสวรรค์อยู่นั่นก็คือ ต้นกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เกิดจากแม่น้ำสี่สายมารวมกัน (ปิง วัง ยม น่าน) เห็นเป็นแม่น้ำสองสี อันเป็นที่มาของ “ปากน้ำโผล่” อันลือลั่นก่อนที่ชาวบ้านจะเรียกเพี้ยน“ปากน้ำโพ” ที่กลายเป็นอีกชื่ออย่างไม่เป็นทางการของจังหวัดนครสวรรรค์ไปโดยปริยาย

“ผู้จัดการท่องเที่ยว” ชมทัศนียภาพของแม่น้ำสองสีอยู่ครู่ใหญ่ ก็เคลื่อนตัวและหัวใจสู่ วัดเกาะหงส์ ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

วัดเกาะหงส์ แห่งนี้มีประวัติที่น่าสนใจ เป็นวัดเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 200 ปีมาแล้ว เรียกชื่อวัดตามเสาหงส์ที่เคยตั้งอยู่ในวัด เพราะเป็นชุมชนมอญ เดิมซึ่งมักใช้เสาหงส์เป็นสัญลักษณ์ ภายในวัดเกาะหงส์แห่งนี้มีโบราณสถานที่น่าสนใจมาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง คือ โบสถ์เก่าที่สร้างแบบก่ออิฐถือปูน หลังคาเครื่องไม้ มุงกระเบื้องดินเผา ความงดงามของวิหารนี้มองได้จากด้านนอกจะเห็นมุขด้านหน้าและด้านหลัง หลังคาลดสองชั้น เครื่องบนหลังคาประกอบด้วย ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ นาคสะดุ้งปูนปั้นประดับกระจกสีที่งดงามมาก หน้าบันด้านทิศตะวันออก เป็นลายปูนปั้นรูปรามเกียรติ์ ด้านทิศตะวันตกเป็นรูปนารายณ์ทรงครุฑ ผนังด้านนอกมีรอยพระพุทธบาทซึ่งมีความแปลกกว่าที่อื่นตรงที่มีรอยพระพุทธบาททับซ้อนถันอยู่ 4 รอย

และเมื่อเดินเข้าไปด้านในโบสถ์จะได้พบกับร่องรอยจิตรกรรมฝาผนังรูปเทวดา เป็นภาพต่อเนื่องกันไปแบบศิลปะอยุธยา ลักษณะสถาปัตยกรรม เป็นรูปแบบศิลปะอยุธยาตอนปลาย ถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ที่ยังคงความวิจิตรให้ได้ยลกัน

นอกจากวิหารเก่าที่งดงามแล้ว ที่นี่ยังมีของแปลกที่น่าดูอีกอย่าง คือ พระสังกัจจายน์ยืน ที่ถือว่าเป็นหนึ่งเดียวในโลกก็ว่าได้ เพราะปกติเรามักจะพบเป็นพระสังกัจจายน์นั่งเสียมากกว่า และความเชื่อของพระสังกัจจายน์นี้ เชื่อกันว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นำมาซึ่งโภคทรัพย์

เราเดินดูโน่นดูนี่ภายในวัดสักพัก ก็สังเกตว่าจะมีผู้คนที่นั่งรถเข็น (คนป่วย) มาที่วัดนี้กันเยอะ รู้สึกแปลกใจว่าพวกเขามาทำอะไรกัน จะมาไหว้พระขอพรกันอย่างเดียวก็คงจะไม่ใช่ พอเข้าไปถามไถ่จึงได้รับคำตอบว่า

เหตุที่มาที่วัดนี้ เพราะจะมารักษาโรคอัมพฤกษ์อัมพาตที่นี่ ซึ่งที่นี่มีชื่อเสียงในด้านการรักษาโรคดังกล่าวด้วยวิธีการที่เรียกว่าการ “เหยียบฉ่า” เป็นการรักษาโรคอัมพฤกษ์อัมพาต ปวดเมื่อย แขน ขา ตามร่างกาย ด้วยการใช้เท้าแตะน้ำมันสมุนไพรแล้วไปแตะแผ่นเหล็กที่ร้อนจัดบนเตาไฟ และทำการเหยียบบนส่วนต่างๆ ของร่างกายที่เป็นอัมพฤกษ์อัมพาต โดยจะมีพระเป็นผู้ทำการเหยียบให้ ซึ่งในขณะที่เหยียบจะมีเสียงดัง “ฉ่า” จึงเรียกว่า “การเหยียบฉ่า”

เห็นอย่างนี้แล้ว“ผู้จัดการท่องเที่ยว”เกิดอาการอยากนวดขึ้นมาตะหงิดๆ แต่ว่าก็คงต้องติดไว้โอกาสหน้า เพราะเผอิญมีนัดกับค้างคาวนับล้านตัวที่ออกมาหากินในช่วงใกล้ค่ำที่ เขาหน่อ-เขาแก้ว ซึ่งเป็นจุดหมายต่อไป ถ้าหากไปไม่ทัน อดดู มันก็น่าเสียดายอยู่

ครั้นมาถึงที่เขาหน่อ-เขาแก้วค้างคาวนับล้านตัวที่นัดไว้ยังไม่มา เราจึงเดินโต๋เต๋เที่ยวบริเวณเขาหน่อ-เขาแก้วก่อน ซึ่งเขาทั้งสองนี้เป็นเขาหินปูนที่อยู่ใกล้ๆ กัน มีสถานที่เที่ยวจำพวกถ้ำที่น่าเที่ยวอยู่มากมาย อาทิ ถ้ำจระเข้ ถ้ำพระนอน ถ้ำชีปะขาว ถ้ำวารีสวรรค์ และที่เขาหน่อจะมีวัดเขาหล่ออยู่เชิงเขา มีบันไดปูนพาขึ้นสู่ถ้ำบนยอดเขา มีพระพุทธรูปนอนองค์ใหญ่อยู่ปากถ้ำ ว่ากันว่าเมื่อครั้งที่รัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จภาคเหนือทางชลมารคสายแม่น้ำปิง เคยทรงประทับพักแรม ณ ที่ตรงนี้ จึงได้มีสร้างพระบรมรูปไว้เป็นอนุสรณ์

และตรงบริเวณเชิงเขาหน่อจะมีฝูงลิงจำนวนมากอาศัยอยู่ ซึ่งลิงพวกนี้จะมาคอยรับอาหารจากนักท่องเที่ยวที่มาเยือน ที่นี่เราก็ไม่พลาดอีกเช่นกัน ซื้อถั่วที่มีพ่อค้ามาขาย แจกจ่ายโปรยให้กับลิงน้อยใหญ่พวกนี้ ที่ไม่กลัวคนขนาดกล้าลงมากินถั่วที่พวกเรายื่นให้ถึงมือ ได้กินกันจนอิ่มหนำแก้มตุ่ยกันไปเลย

ครั้นพอเวลาเย็นใกล้พลบค่ำ ก็ถึงเวลาที่นัดกับค้างคาวไว้ เราผละจากฝูงลิงใหญ่ ไปนั่งคอย ยืนคอยค้างคาวกัน ชั่วอึดใจเดียวเวลาที่พวกเรารอคอยก็มาถึง ค้างคาวน้อยๆ ที่นัดไว้ไม่ผิดคำสัญญาพากันบินออกมาจากปากถ้ำนับล้านๆ ตัวเห็นจะได้ พากันบินออกมาเป็นสายเหมือนใครเอาสีดำไปป้ายเป็นทางยาวตรงปากถ้ำด้านบนเขา มันช่างเป็นภาพที่ตื่นตาตื่นใจไม่น้อย

“ผู้จัดการท่องเที่ยว” ยืนดูเจ้าพวกค้างคาวเหล่านี้บินอกจากปากถ้ำกันอยู่นานสองนาน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าพวกมันพากันบินไปหากินไกลกันถึงไหน และเมื่อไหร่มันจะกลับมานอนในถ้ำ แต่ที่รู้แน่ๆก็คือเราต้องกลับบ้านเมืองกรุงฯเพื่อไปพักผ่อนหลับนอน ทิ้งเรื่องราวของตัวเมืองนครสวรรค์ที่เป็นมากกว่าทางผ่านไว้ให้คนที่สนใจมากค้นหาต่อไป

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
ตั้งแต่วันนี้-13 ก.พ.นี้ จ.นครสวรรค์ จัดงานฉลองมหาตรุษจีน “อัศจรรย์ สวรรค์ มังกร” บริเวณถนนริมเขื่อน จ. นครสวรรค์ ภายในงานมีกิจกรรมมากมาย อาทิ การแสดง แสง สีเสียง ประกอบบอลลูนยักษ์ครั้งแรกในเมืองไทย รับน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์จากวัดดังทั่วประเทศ ขบวนแห่สักการะเจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ ขบวนแห่มังกรทองสุดอลังการ ชมนิทรรศการสืบสานตำนานแซ่และคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง และเลือกซื้อของใช้ต่างๆ จากมหกรรมสินค้าจีน

การเดินทางไปยังจ.นครสวรรค์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 32 (บางปะอิน - นครสวรรค์ )ผ่านอยุธยา-อ่างทอง-สิงห์บุรี-ชัยนาท-อุทัยธานี-นครสวรรค์ ระยะทางจากกรุงเทพฯ ประมาณ 240 กม.

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่นๆใน จ.นครสวรรค์

บึงบอระเพ็ด เป็นบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีเนื้อที่ประมาณ 132,737 ไร่ อยู่ในเขต อ.เมือง อ.ท่าตะโก และอ.ชุมแสง บึงบอระเพ็ดเป็นบึงที่มีทัศนียภาพที่งดงามมาก มีบัวหลวงและบัวสายบานเต็มบึงในยามเช้า รวมถึงมีนกและสัตว์น้ำหลายหลายชนิดอาศัยอยู่ โดยในช่วงเดือนพ.ย.-มี.ค. จะมีนกเป็ดน้ำจำนวนมากอพยพมาที่บึงแห่งนี้ นอกจากนี้บึงบอระเพ็ดยังมี "สถานีประมงบึงบอระเพ็ด" ซึ่งมีบ่อเพาะพันธุ์ปลาและจระเข้ มีเรือหางยาวนำชมบึง สำหรับการเดินทางสู่บึงบอระเพ็ด สามารถไปได้หลายเส้นทาง

ทางเรือ จากตลาดท่าน้ำเทศบาลเมืองนครสวรรค์ไปตามลำน้ำผ่านขึ้นไปทางเหนือ ประมาณ 6 กม. ถึงปากคลองเข้าบึงบอระเพ็ด เมื่อลอดใต้สะพานรถไฟเข้าไปก็จะถึงบริเวณบึง

ทางรถยนต์ สามารถเข้าถึงบึงบอระเพ็ดได้ 2 ด้าน คือ หากเข้าทางด้านเหนือ เดินทางไปตามเส้นทาง สายนครสวรรค์-ชุมแสง ประมาณ 9 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวาอีก 2 กิโลเมตร เข้าไปยังสถานีประมงฯ และอีกเส้นทางจากตัวเมืองใช้เส้นทางสายนครสวรรค์-ท่าตะโก ประมาณ 20 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายตามป้ายอีก 4 กิโลเมตร ถึง "อุทยานนกน้ำ" หรือ "เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด"

เมืองโบราณจันเสน อ.ตาคลี มีการจัดแสดงพิพิธภัณฑ์จันเสนขึ้น มีการจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองจันเสนโบราณ การจัดแสดงวัตถุโบราณ ศิลปะล้ำค่าที่ขุดค้นพบให้ได้เที่ยวชมและศึกษากัน

ตลาดน้ำวัดบางปะมุง เป็นตลาดน้ำแห่งเดียวของภาคเหนือ เปิดบริการในวันเสาร์-อาทิตย์ มีสินค้าจำพวกผัก ผลไม้ และอาหารพื้นเมืองมาจำหน่าย มีจุดเด่นในด้านความงามตามธรรมชาติของสานน้ำ แบะศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น การเดินทางใช้เส้นทางถนนสายเอเชียนครสวรรค์ มุ่งหน้าตรงไปยังอ.โกรกพระ อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 14 กม.

ทั้งนี้สามารถสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับจังหวัดนครสวรรค์เพิ่มเติมได้ที่ สนง. ททท. ภาคกลาง เขต 7 โทร. 0-3642-2768-9

*    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    * 

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง

นครสวรรค์

เยือนปากน้ำโพ ดูของดีที่ "นครสวรรค์"

 
 

 
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...