xs
xsm
sm
md
lg

“Seacon Pet Planet” แหล่งชุมนุม“สัตว์(เลี้ยง)ประหลาด”!?!

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


คนเรามีสัตว์เลี้ยงไว้เพื่ออะไร? ...

คนที่เลี้ยงสัตว์คงจะสามารถให้คำตอบได้ โดยคำตอบข้อแรกเลยน่าจะเป็นการเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนแก้เหงา ส่วนคำตอบข้อต่อๆมาก็แล้วแต่เหตุผลของแต่ละคน

แต่หากใครที่ยังไม่มีสัตว์เลี้ยงไว้ในครอบครอง และคิดจะหาสัตว์มาเลี้ยงเป็นเพื่อนสักตัว แต่ว่าอยากได้สัตว์เลี้ยงแบบที่ไม่ธรรมดา งาน “Seacon Pet Planet” หรือมหกรรมชุมนุมสัตว์เลี้ยง(แปลกๆ)จากทั่วทุกมุมโลก ได้นำเอาสัตว์เลี้ยงแปลกๆมาจัดแสดงให้ผู้ที่สนใจไปเที่ยวชม

สำหรับสัตว์เลี้ยงแปลกประหลาดที่น่าสนใจของงานนี้ก็มี แมงมุมTaruntulas หลากหลายชนิด ซึ่งจะพบมากในประเทศเขตร้อนชื้น เช่น แอฟริกา มาดากัสการ์ อเมริกาใต้ และแถบเอเชียใต้ แต่ละตัวก็ล้วนมีสีสันสวยงาม และดูน่าสะพรึงกลัวไปพร้อมๆ กัน

ธรรมรัตน์ แย้มงาม เจ้าของแมงมุม Taruntulas จำนวน 20 กว่าตัว บอกว่า แมงมุมตัวแรกที่ได้มานั้นมาจากการสั่งซื้อทางอินเตอร์เน็ต

“ที่อยากเลี้ยงแมงมุมก็เพราะมันมีสีสัน และขนาดที่สะดุดตา บางคนมาเห็นแล้วอาจรู้สึกพลิกล็อค ไม่คิดว่าจะมีสัตว์ตระกูลแมลงที่มีสีสันสะดุดตาขนาดนี้ ซึ่งตอนนี้ก็เลี้ยงมาได้ 4-5 ปีแล้ว”

“การให้อาหารก็จะเป็นพวกจิ้งหรีด และแมลงต่างๆ ถ้าเลี้ยงหลายๆ ตัวก็ต้องให้มันอยู่แยกกัน ไม่อย่างนั้นมันจะกินกันเอง ช่วงอายุของแมงมุมพวกนี้ก็จะอยู่ที่ประมาณ 15-18 ปี และต้องใช้เวลา 3 ปี กว่ามันจะโตเต็มที่ ซึ่งตัวที่โตเต็มที่นี้จะมีราคาเป็นหลักหมื่นขึ้นไป” ธรรมรัตน์เจ้าของแมงมุมบอก

แม้แมงมุมเหล่านี้จะดูน่ากลัวในสายตาบางคน แต่ธรรมรัตน์บอกว่าพวกมันไม่มีพิษ หากโดนกัดก็จะมีอาการบวมบ้าง ใช้เวลา 2-3 วันก็จะหาย และบางทีพวกมันจะสลัดขนตรงก้นใส่ ซึ่งจะทำให้มีอาการคันเหมือนกับโดนหมามุ่ย

แม้จะไม่ได้กอด หรือเล่นกับแมงมุมเหล่านี้เหมือนเล่นกับสัตว์เลี้ยงอื่นๆ เช่น หมาหรือแมว แต่ธรรมรัตน์ก็เลี้ยงมันด้วยใจรัก

“เราอาจจะไม่ได้กอดมัน แต่ก็อาจจะเอามันมาไว้บนมือ หรือให้มันไต่ไปบนตัว แต่ก็ต้องดูอารมณ์มันด้วย ซึ่งถ้าใครที่เลี้ยงก็จะสังเกตได้ว่าลักษณะนิสัยมันเป็นยังไง แต่ส่วนมากสัตว์ลักษณะนี้จะเป็นเลี้ยงไว้โชว์มากกว่า จะไม่ค่อยจับเล่น เพราะถ้าจับมากมันจะเครียด ไม่กินอาหาร แล้วก็จะตาย” ธรรมรัตน์ บอก

หากใครคิดว่าการเลี้ยงแมงมุมยังแปลกไม่พอ ก็ลองมาดูสัตว์เลี้ยงอย่าง “หนู” กันบ้าง แต่ใครที่นึกว่าหนูตัวนี้เป็นหนูธรรมดาๆ แล้วละก็ ต้องขอบอกว่าคิดผิด เพราะเจ้าหนูตัวนี้คือ “หนูยักษ์ คาปิบาร่า” ที่มีขนาดพอๆ กับลูกหมาตัวใหญ่ๆ ตัวหนึ่งเลยทีเดียว

ธนาคาร มนัสภากร เจ้าของหนูยักษ์ตัวนี้บอกว่า ได้มันมาจากอเมริกาใต้ และแม้จะมีอายุเพียงแค่ 3 เดือน แต่ก็มีน้ำหนักประมาณ 4 กิโลกรัมแล้ว แต่แค่นี้ยังนับว่าเด็กๆ เพราะหากโตเต็มที่แล้วมันจะมีน้ำหนักถึง 100 กิโลกรัมทีเดียว

“ตัวนี้ยังเด็กอยู่ อายุแค่ 3 เดือน แต่แม่เขานี่ตัวขนาดความยาว 1 เมตรครึ่ง ส่วนความสูงก็ประมาณ 1 เมตรกว่าๆ น้ำหนักกว่า 100 กิโลกรัม” ธนาคาร บอก

หนูคาปิบาร่าเป็นสัตว์กินพืช ตามธรรมชาติจะอาศัยอยู่ตามลุ่มแม่น้ำอเมซอน อาหารปกติก็จะเป็นพวก ต้นกก หญ้า และผักตบชวา แต่เมื่อกลายมาเป็นสัตว์เลี้ยง อาหารหลักก็จะเป็นผักบุ้ง นอกจากนั้นก็ยังมีวิตามินเสริมเพื่อให้ได้สารอาหารครบทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต

“ลักษณะนิสัยของเขาปกติก็จะเดินไปเดินมา แล้วก็ว่ายน้ำเพื่อหาอาหาร และผสมพันธุ์ แต่ที่ผมเลี้ยงในบ้านเขาก็จะกระโดด จะเล่นลูกบอล คล้ายๆ กับหมา คือไอคิวของเขาจะต่ำกว่าหมา แต่สูงกว่าแมว จะรู้จักเจ้าของ แต่ตาจะเป็นฝ้ามองไม่ค่อยเห็น เขาจะใช้การดมกลิ่น และหูฟังเสียงเอา”


“ความน่ารักของเขาก็อยู่ที่เป็นหนูที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลก แววตาเขาก็น่ารัก มีแต่ตาดำ ไม่มีตาขาว” ธนาคาร พูดถึงสัตว์เลี้ยงตัวโปรดอย่างรักใคร่

ส่วนสัตว์อีกชนิดหนึ่งที่อยากแนะนำให้รู้จักก็คือ “ปลากัด” ปลาพื้นบ้านของไทยเรานี่เอง ความแปลกของมันไม่ได้อยู่ที่การเป็นปลากัด แต่อยู่ที่สีสัน ซึ่งเป็นสีธงชาติไทย เรียกว่ามองเห็นก็รู้โดยไม่ต้องบอกว่าปลากัดตัวนี้ เมดอินไทยแลนด์แน่นอน

ผู้ที่คิดค้นพัฒนาสีสันของปลากัดนั้นก็คือชมรมปลากัดยักษ์ ซึ่ง ปัญศักดิ์ จำนงนิจ สมาชิกชมรมปลากัดยักษ์ เล่าให้ฟังถึงการพัฒนาปลากัดให้ได้เป็นสีธงชาติว่า

“มันเป็นการพัฒนาแบบใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน เริ่มจากเราต้องทำให้ได้ปลากัดขึ้นมา 3 สีก่อน คือแดง น้ำเงิน และขาว ให้สีมันนิ่งก่อน จากนั้นก็เอาตัวสีแดงมาผสมกับสีน้ำเงิน ก็จะได้เป็นปลา 2 สี เรียกว่าบัตเตอร์ฟลาย จากนั้นก็เอาปลากัดสีขาวเข้ามาผสมต่อ ซึ่งทางชมรมก็ได้ทดลองทำมาก็ประมาณ 3-4 ปีแล้ว คิดว่าอีกประมาณ 2 ปี ก็น่าจะได้สีที่ชัดเจนที่สุด”

ราคาขายปลากัดสีธงชาติเกรดเอนั้น จะอยู่ที่ประมาณ 4,000-5,000 บาท แต่ถ้าไปที่ต่างประเทศราคาก็จะอยู่ที่ 300 ดอลลาร์ ราคาและความสวยงามขนาดนี้ แน่นอนว่าไม่ใช่เป็นการเลี้ยงเพื่อเอาไว้กัดกันแน่ๆ แต่เป็นการเลี้ยงเพื่อความสวยงามมากกว่า จะเอาไว้ตกแต่งบ้าน หรือเอาไปเป็นของที่ระลึกก็ได้

“การเลี้ยงปลาจะช่วยให้อารมณ์เยือกเย็น และปลามันมีเสน่ห์ การเลี้ยงก็ไม่ยุ่งยาก อุปกรณ์ก็ลงทุนน้อย อาหารปลาก็ปกติทั่วไป เป็นพวกลูกน้ำ ลูกไร เต้าหู้หลอด อาหารเม็ดก็ได้ อยู่ที่เราฝึก ไม่ยุ่งยาก”

ปลากัดเหล่านี้นอกจากจะเป็นสินค้าโอท็อป (OTOP) ของเขตวังทองหลาง จังหวัดนครปฐม และจังหวัดราชบุรีแล้ว ก็ยังส่งออกไปไกลถึงต่างประเทศอีกด้วย

นอกจากสัตว์ที่กล่าวมาทั้ง 3 ชนิดนี้แล้ว ภายในงาน “Seacon Pet Planet” ก็ยังมีสัตว์แปลกๆ อีกมากมายที่นำมาแสดงให้ได้ชมกัน ไม่ว่าจะเป็นลิงมาโมเซส หรือลิงที่ตัวเล็กที่สุดในโลก ขนาดประมาณฝ่ามือผู้ใหญ่ ราคาตัวละ 70,000 บาท หรือเม่นแคระหน้าตาน่ารัก แต่เมื่อโตเต็มที่ก็มีขนาดไม่ใหญ่ไปกว่าหนูบ้านเท่าไรนัก หรือใครที่ชอบสัตว์ประเภทกบก็คงได้ตื่นตาตื่นใจกับกบ Arrow Frog สีสันสวยงาม

ใครที่สนใจสัตว์เลี้ยงแปลกๆก็มาสามารถไปชมกันได้ในงานดังกล่าว ซึ่งยังคงจัดแสดงไปจนถึงวันที่ 26 กันยายนนี้ ณ ลานน้ำพุ ชั้น 1 ห้างสรรพสินค้าซีคอนสแควร์ โดยจะเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป หากใครที่สนใจอยากจะได้สัตว์ไปเลี้ยงสักตัวหนึ่งก็ควรลองมาดูที่นี่ แต่จะได้สัตว์แปลกประหลาดกลับไปบ้านหรือไม่นั้น อันนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับรสนิยมของแต่ละคน แต่ที่สำคัญก็คือ เมื่อตัดสินใจจะเลี้ยงสัตว์อะไรแล้ว ก็ต้องพร้อมที่จะรับผิดชอบกับชีวิตอีกชีวิตหนึ่งที่จะมาอยู่ร่วมกับเราด้วย
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...