xs
xsm
sm
md
lg

“สำรอง” ต้นไม้ที่ไม่ใช่ตัวสำรองของเขาคิชฌกูฏ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เคยถามตัวเองไหมว่า เวลาจะไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติแล้วนึกถึงอะไร?

น้ำตก…วิวทิวทัศน์…สัตว์ป่านานาชนิด ดูจะเป็นสูตรสำเร็จอมตะที่บรรดานักเดินทางทั้งหลายมีเป้าหมายที่จะไปชื่นชม
ซึ่งนั่นคือเป้าหมายในการเดินทางแต่ละครั้งซึ่งก็ไม่ผิดแต่ประการใด …

“สิ่งที่สวยงามมักจะอยู่ข้างทางที่เราผ่าน” หลายๆ ท่านคงจะเคยได้ยินคำพูดนี้กันมาบ้าง เพราะนอกจากอุทยานแห่งชาติซึ่งมีกระจายอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศไทยจะมีสัตว์ป่าและสถานที่ท่องเที่ยวเป็นตัวชูโรงอยู่แล้ว ย่อมมีจุดเล็กๆ ที่น่าสนใจนอกเหนือจากนั้นซ่อนอยู่ริมทางเหมือนกันทุกแห่ง

ลองเดินป่าแล้วสังเกตดู…

ที่ขึ้นต้นแบบนี้ก็เพราะเราไปเจอสิ่งนี้ที่อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี


เจ้าลูกสำรองที่มีหน้าตาคล้ายกับลูกยางนาที่มีปีกงอกออกมาจากเมล็ด ตกอยู่ทั่วไปในอุทยานฯ หลังจากค้นหาความเป็นมาแล้วทำให้เราได้ทราบว่านี่แหละคือ “ตัวจริง” ของอุทยานแห่งนี้นั่นเอง

มีพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ. 2419 ทรงบันทึกถึงสินค้าในจังหวัดจันทบุรีที่สามารถส่งออกไปจำหน่ายนอกเมืองโดยมีรายการคือ พริกไทย ข้าว กระวาน เร่ว น้ำตาลทราย พุงทะลาย (ลูกสำรอง) ฯลฯ โดยขึ้นหนาแน่นในทุกอำเภอของจังหวัดจันทบุรี ระยอง และตราด และพบมากที่ป่าเชิงเขาในอำเภอคิชกูฏของจังหวัดจันทบุรี

และมีหลักฐานว่าก่อนหน้านี้เคยเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดจันทบุรี โดยเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2537 สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถได้พระราชทาน “ต้นสำรอง” ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำจังหวัด แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีเพื่อนำไปปลูกเป็นศิริมงคล ตามโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ปีที่ 50 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นไม้จันทน์มาเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดแทนในภายหลัง

…แน่นอน นี่คือพระเอกรุ่นใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางผืนป่าแห่งภาคตะวันออกอย่างแท้จริง บางทีอาจเปรียบได้กับชุมพร เทพพิทักษ์ กับศรราม เทพพิทักษ์ได้กระมัง ที่เป็นพระเอกกันคนละยุคสมัย

พี่อ๊อด ทนงศักดิ์ แป้นอ้อย เจ้าหน้าที่สื่อความหมายธรรมชาติของอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ เล่าให้เราฟังว่า ต้นสำรองเป็นพืชท้องถิ่นดั้งเดิมของภาคตะวันออก พบมากในเขตจังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด แต่ปัจจุบันนี้ยังสามารถพบได้ที่อุทยานแห่งชาติภูจอง–นายอย จังหวัดอุบลราชธานีอีกด้วย ทางภาคอีสานจะเรียกต้นสำรองนี้ว่า “ต้นจอง” ลักษณะลำต้นคือเปลาตรง (สูงตรง) ขึ้นไปเป็นพุ่มเรือนยอด อยู่ในสังกัดพืชแบบไม่ผลัดใบ ใบอ่อนจะมีรูปร่างคล้ายใบโพธิ์ ขอบใบเป็นแฉก ๆ ประมาณ 5-6 แฉก ซึ่งเป็นใบของต้นขนาด 1.50 – 2 เมตร แต่พอโตขึ้น ใบจะเปลี่ยนรูปไปเป็นเรียวยาวขึ้น และลักษณะของแฉกก็จะหายไป

แต่จุดเด่นของต้นสำรองอยู่ที่ผลซึ่งมีรูปร่างรีเมื่อแก่แล้วผิวจะเหี่ยวย่นกลายเป็นสีน้ำตาลแก่ พอร่วงจากต้นก็จะมีปีกบางๆยื่นออกมา ซึ่งส่วนปีกนั้นเรียกว่า “สำเภา” ทำให้เจ้าลูกสำรองนี้มีลักษณะละม้ายคล้ายเรือสำเภาที่อาศัยกระแสลมให้พัดพาล่องลอยไปในอากาศ

หากนึกไม่ออกลองนึกถึงลูกของต้นยางนา ที่มีปีกคล้ายกับคอปเตอร์ไม้ไผ่ของเจ้าแมวโดราเอมอน เชื่อแน่ว่าหากใครเกิดและเติบโตที่ต่างจังหวัด คงต้องเคยปล่อยลูกยางพวกนี้ลงมาจากที่สูงๆ เล่นแน่นอน เพราะความสนุกอยู่ที่ปีกของมันซึ่งมีลักษณะคล้ายใบพัดเฮลิคอปเตอร์นั่นเอง

แต่ลักษณะปีกของลูกสำรอง ทำให้ลูกของต้นไม้ชนิดนี้กลายเป็นเรือสำเภาอากาศมากกว่า ซึ่งจุดประสงค์หลักของธรรมชาติก็เพื่อเพิ่มระยะทางและโอกาสในการขยายพันธุ์บนพื้นที่ต่างๆ นั่นเอง

นอกจากนี้พี่อ๊อดยังบอกกับเราว่า การร่วงหล่นของลูกสำรองนี้สามารถสื่อความหมายของธรรมชาติได้ว่า ฤดูฝนกำลังจะคืบคลานเข้ามาทักทาย ซึ่งโดยปกติเราจะพบลูกสำรองร่วงลงสู่พื้นดินแค่เพียงปีละครั้ง ย้ำว่าแค่เพียงปีละครั้ง ในประมาณเดือนเมษายน และไม่ได้พบได้ทุกปี ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของต้นสำรองนั้น ๆ ตามธรรมชาติต้นสำรองที่จะมีลูกไว้ขยายพันธุ์ก็ต่อเมื่อมีอายุอานาม 10 ปีขึ้นไป

ต้นสำรองที่ใหญ่ที่สุดของอุทยานแห่งนี้ มีความสูงประมาณ 20-30 เมตร แต่ในความเป็นจริงสามารถสูงได้ 30-40 เมตร มีการกระจายพันธุ์หนาแน่นบริเวณชายป่า แต่หากใครอยากจะเข้าไปสัมผัสไม่จำเป็นต้องเข้าไปลึกมาก เพราะที่บริเวณน้ำตกกระทิงก็มีให้พบเห็น และถ้าหากเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติของอุทยาน ฯ จะพบเจ้าต้นสำรองได้แน่นอน

คุณูปการของลูกสำรองนอกจากเด็ก ๆ นำมาเล่นโดยการปล่อยไปตามกระแสน้ำแล้วยังสามารถนำมาทานได้อีกด้วย

ลูกสำรองถือเป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่ง ถูกนำมาใช้เป็นอาหารตั้งแต่สมัยโบราณ โดยทานเป็นขนมหวานใส่น้ำเชื่อมรับประทาน รับรองชื่นใจ

กรรมวิธีการทำจากภูมิปัญญาของคนจันทบุรีมีง่ายๆ คือ เอาผลไปแช่น้ำแล้วเนื้อที่หุ้มเมล็ดจะพองออกมาคล้ายวุ้น โดยขยายใหญ่กว่าขนาดเดิมเกือบ 10 เท่า นำมาเติมน้ำตาลกินแก้ร้อนใน แก้ไอ แก้ไข้ โรคหอบและหืดได้ ซึ่งสูตรนี้ชาวอาทิตย์อุทัยและชาวจีนชื่นชอบนำไปทานกันมาก ว่ากันว่าในสมัยอยุธยาจีนถึงกับสั่งซื้อจากไทย ขณะที่ชาวอาหรับมักจะนำไปให้อูฐกินดับความร้อน และยังมีการวิจัยชิ้นสำคัญว่ากากเส้นใยของลูกสำรองสามารถดูดซับอนุมูลอิสระในร่างกายคนเราที่เป็นสาเหตุสำคัญของโรคมะเร็งได้อีกด้วย

เมื่อมีประโยชน์มากมายขนาดนี้ทำให้ช่วงหนึ่งต้นสำรองเข้าขั้นวิกฤติ เพราะมีคนโลภมากแอบลักลอบเข้ามาเก็บลูกสำรองในเขตอุทยาน แต่การปลิวของเจ้าลูกสำรองทำให้ไปตกกระจัดกระจายในที่ต่าง ๆ ใกล้บ้าง ไกลบ้าง ทำเอาคนโลภมากรู้สึกหงุดหงิด ขี้เกียจตามเก็บ ความคิดสั้น ๆ และไม่ถูกต้องจึงผุดขึ้นในจิตใจ ทำนองว่ามันไม่ทันใจ ก็เลย “โค่น” ทั้งต้น ซึ่งต้นดังกล่าวล้วนผ่านร้อนผ่านหนาวมาแล้วไม่ต่ำกว่าสิบ ๆ ปี เพียงเพื่อที่จะเอาลูก โดยไม่คิดถึงผลเสียที่จะติดตามมา ทำให้เมื่อ 4-5 ปีที่แล้วต้นสำรองหายหน้าหายตาจากอุทยานฯไปอย่างรวดเร็ว

จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำเอาเจ้าหน้าที่ของอุทยาน ฯ นิ่งดูดายไม่ได้ ต้องคอยตรวจตราคุ้มกันเจ้าต้นสำรองเป็นพิเศษ ควบคู่ไปกับจัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อให้เห็นถึงความสำคัญ โดยใช้เด็ก ๆ ละแวกนั้นเป็นตัวกลาง ไปถ่ายทอดให้ผู้ใหญ่ฟังและเห็นความสำคัญกับความจำเป็นในการมีอยู่ของต้นสำรอง ซึ่งก็คือพ่อแม่ และญาติ ๆ ของเขานั่นเอง

น่าดีใจที่ปัจจุบัน สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตจันทบุรี สามารถคิดค้นและเริ่มขยายพันธุ์ต้นสำรองได้แล้ว โดยใช้วิธีเสียบยอด เพื่อให้ชาวบ้านที่ต้องการทำน้ำสำรองบรรจุกระป๋องเพื่อสุขภาพขาย นำไปปลูก เป็นการตัดปัญหาการลักลอบเก็บลูกสำรอง และโค่นต้นสำรองในเขตอุทยาน ซึ่งทำให้ความหวังที่ยังจะเห็นต้นสำรองในธรรมชาติยังคงยืดเวลาออกไป

น้ำสำรองของจังหวัดจันทบุรีขึ้นชื่อมาก กลายเป็นสินค้าประจำจังหวัด ซึ่งทุกฝ่ายก็พยายามผลักดันให้เป็นสินค้า OTOP และก็เป็นผลสำเร็จได้ไม่ยาก ใครยังไม่ได้ลิ้มลอง ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง...

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ต้นสำรองมีชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Scaphium Scaphigerum (G.Don) มีชื่อพื้นเมืองคือ “พุงทลาย” หากใครได้ไปเดินป่าที่อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏให้ลองแหงนคอสังเกตไม้ยืนต้นที่สูง 20-30 เมตร ลำต้นตรงชะลูดและแตกกิ่งก้านสาขาที่เรือนยอด มีดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง และอย่าลืมก้มมองที่พื้นจะมีเรือสำเภาลำน้อยตกอยู่ทั่วไป นั่นล่ะต้น “สำรอง” รุ่นเก่า ที่เป็น “ตัวจริง” ของจังหวัดจันทบุรี

แม้ว่าวิกฤตของต้นสำรองในเขตอุทยานฯ จะผ่านพ้นมาแล้ว คงไม่มีใครอยากให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย พี่อ๊อดจึงฝากบอกสั้น ๆ แต่กินใจว่า “รู้จักใช้ เพื่อจะได้มีอยู่อย่างยั่งยืน” ซึ่งเราก็แอบหวังว่าฟ้าหลังฝนของต้นสำรอง จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นตามลำดับ ไม่ว่าจะอีกกี่สิบปีเราจะยังคงพบ “ต้นสำรอง” ตัวจริงของอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏตลอดไป

นอกจากต้นสำรองในเส้นทางศึกษาธรรมชาติแล้ว อุทยานฯเขาคิชฌกูฏ ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง อาทิ น้ำตกกระทิง น้ำตกคลองไพบูลย์ พระบาทพลวง และสภาพป่าเขาที่ร่มรื่น ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามได้ที่ อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ 039-452-074

Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...