xs
xsm
sm
md
lg

ชะตากรรมชีวิตของ “นกปากห่าง”

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ .........

เสียงนี้เป็นเสียงร้องของนกปกติที่เราพบเห็นได้โดยทั่วไป ทั้งที่พากันบินอยู่บนท้องฟ้า หรือเกาะทำรังอยู่ตามยอดไม้ กิ่งไม้ทั่วไป

ช่วงนี้เห็นทีเสียงร้องของนกคงจะเปลี่ยนไป เพราะเห็นใครๆ ก็ได้ยินนกร้องเสียงหลงว่า “แพะ แพะ แพะ” กันทั้งนั้น

หลายคนอาจจะแปลกใจมีนกชนิดไหนกันที่ร้องแบบนี้ โดยความเป็นจริงตามธรรมชาติของนกคงจะไม่มีนกชนิดไหนที่ร้อง “แพะ แพะ” แบบนี้ แต่ตอนนี้มีนกน้อยชนิดหนึ่งที่ว่าคือ “นกปากห่าง” ที่ตอนนี้กำลังพากันส่งเสียงร้อง “แพะ แพะ”ให้ระงมกันไปทั่วฟ้า

เหตุที่พวกมันต้องพากันร้องว่า “แพะ แพะ” เช่นนี้ เพราะว่าพวกมันกำลังตกเป็นจำเลย ในกรณีที่โรคไข้หวัดนกได้กลับมาระบาดเป็นรอบที่ 2 ในประเทศไทยเรา และก็มีการตั้งข้อสังเกตกันว่าเจ้านกปากห่างพวกนี้ละที่อาจจะเป็นต้นตอของการนำเชื้อโรคเข้ามาระบาดอีกครั้ง ตอนนี้ “นกปากห่าง” เลยกลายเป็นนกที่ใครๆ ต่างก็ให้ความสนใจว่าที่จริงแล้วพวกมันเป็นนกร้ายหรือไม่

ด้วยเหตุนี้เราจึงจะพาไปทำความรู้จักกับ “นกปากห่าง” กันว่าแท้จริงแล้วชีวิตของพวกมันเป็นอย่างไร

ทำความรู้จัก กับเจ้านกปากห่าง

“นกปากห่าง” มีชื่อเรียกสามัญว่า “Open-billed Stork” ชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “Anastomus oscitans”พวกมันจัดเป็นนกอยู่ในวงศ์นกกระสา (Ciconiidae)มีถิ่นอาศัยอยู่ในหลายประเทศ อย่าง พม่า, ลาว, อินเดีย, เวียดนาม, เขมร, โคชินไชนาและไทย

ลักษณะทั่วไปของนกปากห่างจะมีลำตัวยาวประมาณ 81 ซม. ปาก คอและขายาว ปีกกว้าง ขนมีสีขาวเกือบทั่วลำตัวและจะเปลี่ยนเป็นสีเทาในช่วงฤดูผสมพันธุ์ สะโพก ขอบปีกและหางเป็นสีดำ พวกมันจะมีลักษณะเด่นตรงที่มีปากใหญ่และมีสีแดงเรื่อๆ นกปากห่างตัวโตเต็มวัย ตัวผู้และตัวเมียมีลักษณะคล้ายกัน นกโตไม่เต็มวัย ปากจะเป็นสีน้ำตาลอ่อน ขาและเท้าสีเทาจนถึงน้ำตาลอมชมพู นกวัยอ่อน คล้ายกับนกโตเต็มวัยในฤดูผสมพันธุ์ แต่มีสีคล้ำกว่า

พวกมันจะชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงและทำรังใกล้ๆกันบนต้นไม้ ลักษณะการทำรังจะทำรังด้วยเรียวไม้แบบนกยางหรือรังกา ออกไข่ครั้งละ 2 - 4 ฟอง ไข่มีสีขาวคล้ายไข่เป็ด พวกมันจะใช้เวลาในการฝักไข่ประมาณ 26-29 วัน โดยนกตัวผู้และนกตัวเมียจะผลัดกันกกไข่ ในการผสมพันธุ์ เวลาตัวผู้ขึ้นทับตัวเมียนั้น นกตัวผู้จะใช้เท้าจับขอบปีกหน้าของตัวเมียไว้แน่น ทั้งสองตัวจะกระพือปีกช่วยการทรงตัว ตัวผู้จะแกว่งปากของมันให้กระทบกับปากของตัวเมียอยู่ตลอดเวลาที่ทำการทับ ลูกนกเมื่อออกจากไข่ใหม่ๆจะไม่มีขน หลังจากนั้นไม่กี่วันก็มีขนปุยขาวๆขึ้นคลุม และหลังจากนั้นประมาณ 2 เดือน ลูกนกก็มีปีกหางแข็งแรงพร้อมที่เริ่มหัดบินและกลายเป็นนกปากห่างที่โตเต็มวัย พร้อมจะที่ดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไป

นกปากห่างนับว่าเป็นนกที่บินได้เก่ง เวลาบินจะโบกปีกเป็นจังหวะสลับกับการร่อน และจะเหยียดหัวทำคอตรงออกไปทางด้านหน้า ส่วนเท้าเหยียดตรงไปทางด้านหลัง นกปากห่างถ้าพวกมันไม่บิน เราจะสังเกตเห็นพฤติกรรมของพวกมันได้ว่า พวกมันจะเดินท่องไปบนผิวน้ำอย่างช้าๆ เพื่อที่หาหอยโข่งกิน ซึ่งเป็นอาหารสุดโปรดโดยพวกมันจะใช้ปากที่แยกห่างออกจากกันช่วยจับหอยโข่งอาหารโปรดไม่ให้ลื่นหลุด แล้วจึงดึงเนื้อหอยที่อยู่ภายในเปลือกออกมากิน

นกปากห่างเป็นนกที่อพยพย้ายถิ่นหากินตามฤดูกาลระหว่างประเทศไทยกับประเทศอินเดีย ปากีสถานและเขมร พวกมันจะพากันบินอพยพเข้ามาในประเทศไทยในช่วงราวเดือนพฤศจิกายน และจะบินอพยพกลับไปราวเดือนมิถุนายน ในประเทศไทยเราจะพบพวกมันมีอยู่ประปรายทั่วไปทุกภาค แต่มีมากทางภาคกลาง (โดยเฉพาะที่วัดไผ่ล้อม อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี, สวนนกท่าเสด็จ จังหวัดสุพรรณบุรี) และภาคเหนือ

ดูๆไปแล้วชีวิตของ “นกปากห่าง” ก็เหมือนกันนกสายพันธุ์อื่นๆ ทั่วไป ที่มีลักษณะดำรงชีวิตอยู่ตามธรรมชาติเพื่อสืบทอดเผ่าพันธุ์ของพวกมันให้อยู่รอด แต่งานนี้ก็ไม่รู้ว่า ชะตากรรมของ “นกปากห่าง” พวกนี้จะเป็นอย่างไร เมื่อพวกมันกลายเป็น “แพะ” และตกที่นั่งลำบาก เพราะถ้ามีการสั่งฆ่านกปากห่างพวกนี้กันจนหมด เห็นทีพวกนกปากห่างคงเหลือแค่เพียงชื่อและรูปภาพให้เราศึกษาจากหน้ากระดาษเท่านั้น
อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
นกปากห่าง แพะรับบาปไข้หวัดนก?

Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...