xs
xsm
sm
md
lg

กนกศักดิ์ ปิ่นแสง

บุรีรัมย์ มาราธอน 2021 พร้อมลุย 23-24 ม.ค.ปีหน้า ยิ่งใหญ่-ปลอดภัย สมศักดิ์ศรีมาราธอนระดับโลก!!
บุรีรัมย์ มาราธอน 2021 พร้อมลุย 23-24 ม.ค.ปีหน้า ยิ่งใหญ่-ปลอดภัย สมศักดิ์ศรีมาราธอนระดับโลก!!
 
การแข่งขันวิ่งระดับโลก บุรีรัมย์ มาราธอน 2021 พรีเซนเต็ด บาย เครื่องดื่มตราช้าง” ปีที่ 5 งานวิ่งเวิล์ดคลาสวิถีใหม่ จัดยิ่งใหญ่ตามมาตรฐาน World Event ระดับเหรียญทอง ตั้งเป้าเป็นต้นแบบการจัดงานเป็นอีเวนต์ใหญ่ในภาวะที่ต้องป้องกันโคว
 

กีฬา

เสียงสะท้อนคนรักม้า หลังเจอพิษ “แอฟริกัน ฮอร์ส ซิกเนส” โรคระบาดหนัก
เสียงสะท้อนคนรักม้า หลังเจอพิษ “แอฟริกัน ฮอร์ส ซิกเนส” โรคระบาดหนัก
 
กำลังเป็นกระแสข่าวให้ชวนติดตามไม่แพ้การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เมื่อเหล่าคนเลี้ยงม้าก็กำลังตื่นตัวกับเชื้อโรค แอฟริกัน ฮอร์ส ซิกเนส (African horse sickness) โรคระบาดม้า ซึ่งมีความรุนแรงมากสามารถทำให้ม้าที่ติดเชื้อเสียชีวิตลงภา
 

Celeb Online

อรธิรา ภาคสุวรรณ เตรียมจัดแคมเปญเอาใจเหล่าแฟชั่นนิสต้า
อรธิรา ภาคสุวรรณ เตรียมจัดแคมเปญเอาใจเหล่าแฟชั่นนิสต้า
 
วิกกี้-อรธิรา ภาคสุวรรณ บอสสาวแห่ง ดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ เตรียมจัดแคมเปญเอาใจเหล่าแฟชั่นนิสต้านักชอป ในงาน “เอ็มแฟชั่นไอคอน สปริง/ซัมเมอร์ 2020” อัปเดตคอลเลกชัน สปริง/ ซัมเมอร์ 2020 ไปกับโปรโมชันสุดพิเศษ พร้อมลุ้นรับ
 

Celeb Online

“ออล เอเชีย คัพ 2020” สีสันกีฬาขี่ม้าโปโลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย
“ออล เอเชีย คัพ 2020” สีสันกีฬาขี่ม้าโปโลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย
 
สมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย โชว์ศักยภาพจัดแข่งขันกีฬาขี่ม้าโปโลสุดยิ่งใหญ่ในภูมิภาคเอเชีย รายการ ออล เอเชีย คัพ 2020 (All Asia Cup 2020)” ครั้งที่ 5 โดยการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระหว่างทีมชาติ ‘ไทย’ พบกับทีมชาติ ‘ฟิลิปปินส์’ จัด
 

Celeb Online

"บุรีรัมย์มาราธอน 2020" สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ ยิ่งใหญ่กว่าเดิม 8-9 ก.พ.ปีหน้า
"บุรีรัมย์มาราธอน 2020" สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ ยิ่งใหญ่กว่าเดิม 8-9 ก.พ.ปีหน้า
 
“จ.บุรีรัมย์” ผนึกกำลังพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เตรียมเปิดฉากการวิ่งมาราธอนระดับโลก“บุรีรัมย์มาราธอน 2020” วันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ปีหน้า “บิ๊กเน” เนวิน ชิดชอบ ประกาศยกระดับมาตรฐานเพื่อก้าวสู่ บรอนซ์เลเบิลในเดือนตุลาคมนี้
 

กีฬา

"เจ้าชายวิลเลียม-แฮร์รี" เสด็จแข่ง The King Power Royal Charity Polo Cup 2019 ที่อังกฤษ “เซเลบ-ดาราไทย” แน่น ร่วมย้อนรำลึกถึง “เจ้าสัววิชัย”
"เจ้าชายวิลเลียม-แฮร์รี" เสด็จแข่ง The King Power Royal Charity Polo Cup 2019 ที่อังกฤษ “เซเลบ-ดาราไทย” แน่น ร่วมย้อนรำลึกถึง “เจ้าสัววิชัย”
 
เจ้าชายวิลเลียม ดยุกแห่งเคมบริดจ์ และเจ้าชายเฮนรี ดยุกแห่งซัสเซกซ์ เสด็จร่วมการแข่งขัน The King Power Royal Charity Polo Cup 2019 2019 การแข่งขันโปโลการกุศลแห่งปี ณ ประเทศอังกฤษ ย้อนรำลึกถึงเจ้าสัววิชัย ศรีวัฒนประภา
 

Online Section

VS Trophy สมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลจัดงานรำลึก ‘วิชัย ศรีวัฒนประภา’ สปอร์ตแมนหัวใจเกินร้อย
VS Trophy สมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลจัดงานรำลึก ‘วิชัย ศรีวัฒนประภา’ สปอร์ตแมนหัวใจเกินร้อย
 
สมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทยจัดงาน VICHAI SRIVADDHANAPRABHA TROPHY หรือ VS TROPHY รวมบุคคลชั้นนำ นักกีฬา และเซเลบริตี้ผู้มีหัวใจรักในกีฬาขี่ม้าโปโลจากทั่วโลก แข่งขันนัดพิเศษเพื่อย้อนรำลึกถึงวิชัย ศรีวัฒนประภา ผู้ที่รักในกีฬาขี
 

Celeb Online

เปิดเครือข่ายไซด์ไลน์ “พุ่มพันธุ์ม่วง”
เปิดเครือข่ายไซด์ไลน์ “พุ่มพันธุ์ม่วง”
 
ไม่ว่า “บิ๊กอ๊อด” จะออกมาขอโทษขอโพยเรื่องให้สัมภาษณ์ว่า “ตำรวจเป็นอาชีพไซด์ไลน์” อย่างไรก็ตาม แต่ในความเป็นจริงนั้น ผู้คนในทุกแวดวง โดยเฉพาะคนที่รู้จัก “พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นั้น รู้อยู่แก่ใจว่า อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ที่ปัจจุบันนั่งเก้าอี้นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ คือ “เซียนหุ้นและเซียนพระ” ตัวจริงเสียงจริง
 

ผู้จัดการรายวัน

ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ ปีนี้ลุยเจาะตลาดนอก
ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ ปีนี้ลุยเจาะตลาดนอก
 
ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ ปี 2561 เตรียมเพิ่มคลังกระจายสินค้าแห่งใหม่-เจาะตลาดต่างประเทศ รับธุรกิจก๊าซ LPG คึก ตามความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม ผู้บริหารเผยสนใจลงทุนธุรกิจพลังงานทุกรูปแบบ หากให้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว พร้อมตั้งเป้าเป็นผู้นำธุรกิจพลังงานครบวงจร ริหารชุดใหม่ จะมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจ และเพิ่มศักยภาพองค์กร เพื่อผลักดันธุรกิจของบริษัทให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน วางเป้ายอดขายปีนี้เติบโตไม่ต่ำกว่า 3%
 

หุ้น

เซเลบจัดเต็มชมแข่งขันโปโลม้า “All Asia Cup 2018”
เซเลบจัดเต็มชมแข่งขันโปโลม้า “All Asia Cup 2018”
 
สมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย จัดการแข่งขันกีฬาขี่ม้าโปโล ออล เอเชีย คัพ 2018 (All Asia Cup 2018) ขึ้นเป็นครั้งที่ 4 รอบชิงชนะเลิศระหว่าง ทีมชาติไทย กับ ทีมชาติฟิลิปปินส์ ผลการแข่งขันคือ ทีมชาติไทยคว้าแชมป์ไป ณ สนาม วี เอส สปอร์ตคลับ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปร
 

Celeb Online

ดับบลิวพีฯ กลับมาเทรดอีกครั้งคึก
ดับบลิวพีฯ กลับมาเทรดอีกครั้งคึก
 
ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ กลับเข้ามาเทรดวันแรก เปิดตลาดที่ 15.40 บาทต่อหุ้น ผู้บริหารระบุ เนื่องจากนักลงทุนเชื่อมั่นธุรกิจยังสดใส ผลประกอบการโตต่อเนื่อง และความต้องการใช้ก๊าซ LPG ที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม หนุนตลาดก๊าซ LPG กลับมาคึกคัก
 

หุ้น

“ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่” เทรด 1 ก.พ.นี้-ผู้บริหารลุยงานสร้างผลตอบแทน
“ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่” เทรด 1 ก.พ.นี้-ผู้บริหารลุยงานสร้างผลตอบแทน
 
ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ กลับเข้ามาเทรด 1 ก.พ.นี้ กนกศักดิ์ ปิ่นแสง แม่ทัพใหญ่โชว์ศักยภาพปัจจัยพื้นฐานธุรกิจแน่นปึ๊ก เดินหน้าลุยแผนธุรกิจสร้างคลังสินค้าแห่งใหม่-รุกขยายตลาดเพื่อนบ้านเพิ่ม ระบุ WP คือหุ้นน้ำดีที่น่าจับตา จะสร้างรายได้และกำไรต่อเนื่องและสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นในอนาคตแน่
 

หุ้น

ตลท. อนุมัติ “ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่” กลับเข้าเทรด
ตลท. อนุมัติ “ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่” กลับเข้าเทรด
 
ตลาดหลักทรัพย์ฯ อนุมัติให้ “ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่” พ้นเหตุเพิกถอนวันที่ 23 มกราคมนี้ กลับมาเทรดใหม่ใน SET วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ในหมวดพลังงานและสาธารณูปโภค หลังผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง หุ้นในมือผู้ถือหุ้นใหญ่ติดไซเลนต์พีเรียดเป็นเวลา 1 ปี ผู้บริหารระบุมีแผนสร้างคลังกระจายสินค้า และบุกขยายตลาดต่างประเทศ เพื่อผลักดันให้ผลการดำเนินงานเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในอนาคต หวังสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น
 

หุ้น

สปอร์ตซิตี้ - เวกัสบุรีรัมย์ ซูเปอร์คลัสเตอร์เบื้องบูรพาทิศ แหล่งปั้นกระสุนสีน้ำเงิน
สปอร์ตซิตี้ - เวกัสบุรีรัมย์ ซูเปอร์คลัสเตอร์เบื้องบูรพาทิศ แหล่งปั้นกระสุนสีน้ำเงิน
 
สปอร์ตซิตี้-เวกัสบุรีรัมย์ ซูเปอร์คลัสเตอร์เบื้องบูรพาทิศ แหล่งปั้นกระสุนสีน้ำเงิน เปรียบดั่ง “สวรรค์ล่ม” คงไม่ผิดนัก เมื่อพิธีเปิด Soft Opening “บ่อนกาสิโนและสายตะกูรีสอร์ท” วันที่ 7 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งวางแผนไว้อย่างเวอร์วังอลังการดาวล้านดวง ต้องตะกุกตะกัก-ทุลักทุเล ไม่ยิ่งใหญ่ตามที่ตั้งใจไว้ ซึ่งก็ต้องให้เครดิต วีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน (คปต.) ที่เกาะติดประเด็นพื้นที่ตั้ง บ่อนสายตะกู” ใกล้กับด่านช่องสายตะกู ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ มีหลักฐานบ่งชี้ว่าอยู่บน “พื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อน” อย่างกัดไม่ปล่อย และก็เป็นนายวีระที่ออกมาเปิดเผยผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก “Veera Somkwamkid” ว่า งานเปิดบ่อนเมื่อวันศุกร์ที่ 7 เมษายน 2560 เวลาเที่ยงตรงนั้น ต้องถูกยกเลิก เนื่องจากไม่มี “ผู้แทนฝ่ายไทย” เข้าร่วมพิธี โดยนายวีระตั้งข้อสังเกตว่า คงกลัวจะถูกจ้องจับตาว่าใครกันบ้างที่ไปร่วมงานดังกล่าว บรรยากาศที่บ่อนจึงกร่อยๆ มีเพียง ออกญาลึม เฮง ขาใหญ่ชาวกัมพูชา ที่ออกตัวว่าเป็นเถ้าแก่ใหญ่ของกาสิโนและสายตะกูรีสอร์ท กับ พล.อ.ซอ ทาวี ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรเมียนเจย ร่วมในพิธีเปิดให้บริการวันแรกเท่านั้น นายวีระบอกอีกว่า วันนั้นถือเป็นวันเปิดทำการของบ่อน แต่ก็ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ให้ “แขกวีไอพี” ที่เชิญไว้ เดินทางไปเข้าทาง จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม-โอเสม็ด ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ แล้วจึงต่อรถที่ทางบ่อนสายตะกูเตรียมเอาไว้ให้เดินทางไปยังบ่อน ผ่านถนนเลียบชายแดนทางฝั่งกัมพูชา ซึ่งเป็นถนนที่ทุรกันดารมาก ระยะทางประมาณเกือบ 50 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางเกือบ 2 ชั่วโมง จึงจะถึงที่ตั้งบ่อนใหม่ที่ บ้านจุ๊บโกกี ต.อัมปึล อ.บันเตียอัมปึล จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา แต่เจ้าหน้าที่ทั้งไทย-กัมพูชา ก็คอยบริการ อำนวยความสะดวก “แขกที่ถูกเชิญ-นักพนัน” เป็นอย่างดี โดยทุกคนที่แจ้งจุดหมายปลายทางไปบ่อนใหม่ จะไม่ถูกตรวจสอบบัตรประชาชน และไม่ต้องทำเรื่องข้ามแดนแต่อย่างใด ในขณะเดียวกันทางด่านช่องสายตะกู จ.บุรีรัมย์ ก็มีคำสั่งห้ามคนไทยทั่วไปผ่านเด็ดขาด ให้เฉพาะแต่ “คนท้องถิ่น” ที่ภูมิลำเนาอยู่ใน อ.บ้านกรวด ที่มีสิทธิ์ผ่านด่านไปยังกาสิโนสายตะกู สร้างความผิดหวังให้ประชาชน-นักท่องเที่ยวชาวไทย ทั้งจากในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ และหลายจังหวัดทั่วประเทศ หลายพันชีวิต ที่อุตส่าห์เดินทางรอเพื่อจะเข้าไปชมบ่อนกาสิโนที่โฆษณาว่าใหญ่ที่สุดของประเทศกัมพูชา แต่ไม่สามารถจะเข้าไปได้ แล้วต้องอ้อมไปเข้าทาง จ.สุรินทร์ ทำให้หลายคนโดยเฉพาะผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดแสดงอาการไม่พอใจ และตัดสินใจเดินทางกลับทันที มาตรการกลั่นกรองคนเข้มงวดขนาดนี้ “เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร” ระบุว่าเป็น “คำสั่งผู้บังคับบัญชา” และเป็นข้อตกลงของทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งคงเกรงว่าจะมี “สายข่าว” เล็ดลอดเข้าไปเก็บบรรยากาศการเปิดทำการกาสิโนใหม่นั่นเอง ว่ากันว่าเฉพาะ “วีไอพีไทย” ได้รับบัตรเชิญไม่ต่ำกว่า 400-500 ชีวิตเลยทีเดียว เอาเข้าจริงคงตรวจสอบลำบากว่า “ผู้แทนฝ่ายไทย” ที่ว่านั้นหมายถึงใครบ้าง แต่อย่างน้อยก็เชื่อได้ว่าการ์ดเชิญมีร่อนมาถึงเหล่า “วีไอพี-บิ๊กเนม” ทั้งหลายอย่างแน่นอน ขนาด พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรองผู้กำกับสันติบาล นายตำรวจชื่อดังแต่ก็ถือว่าโลว์โปรไฟล์ไปพอสมควร ก็ยังเป็นหนึ่งในแขกวีไอพีที่ได้รับบัตรเชิญ อีกประเด็นที่นายวีระ “จุดพลุ” ขึ้นมาใหม่ ก็คือเรื่อง “เงิน 30 ล้านดอลลาร์” หรือมากกว่า 1 พันล้านบาทที่มีการตระเตรียมไว้ให้ “ผู้มีอำนาจ” ของทั้ง 2 ประเทศ เพื่อเป็นค่าเปิดทางทั้งเรื่องที่ตั้งบ่อน และการเปิดทำการ ที่สำคัญยังต้องมีการส่งเป็นรายเดือนในคล้ายคลึงกับ “ธุรกิจสีเทา”ทั่วๆ ไปอีกด้วย “มีหลายคนแค้น วีระ สมความคิด เป็นอย่างมากเพราะทำให้อดได้รับซองหนาจากเจ้าของบ่อน ออกญาลึมเฮง ... บ่อนแห่งนี้ ต้องลงทุนสร้างด้วยเงินจำนวนนับร้อยล้านดอลลาร์ แต่สามารถอยู่ได้ เนื่องจากบ่อนแห่งนี้ไม่ต้องเสียภาษีให้แก่ประเทศใดทั้งสิ้น จ่ายใต้โต๊ะให้แก่ผู้มีอำนาจเท่านั้น” นายวีระว่าไว้เช่นนั้น มีรายงานข่าวแจ้งว่า ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายนเป็นต้นมา แม้การสกรีนคนเข้าออกด่านสายตะกูยังเป็นไปด้วยความเข้มงวด แต่ก็มีบรรดาพ่อค้า-นักธุรกิจ ของ อ.บ้านกรวดหลายร้อยชีวิต แห่กันเอาเงินไปให้แก่บ่อนแห่งนี้อย่างไม่ขาดสาย ส่วนชาวไทยจากอำเภอหรือจังหวัดอื่น ยังต้องไปข้ามแดนที่ด่านช่องจอม จ.สุรินทร์ เหมือนเดิม “ท้ายสุด มีผู้กระซิบว่า หลังสงกรานต์ รอให้เรื่องเงียบลงหน่อย คนไทยทุกคน(ยกเว้น วีระ สมความคิด) จะข้ามแดนที่ด่านช่องสายตะกูเพื่อเดินเข้าบ่อนสายตะกู รีสอร์ทได้อย่างสบาย และเงินก้อนโตที่เตรียมไว้ให้ใครบางคนทางฝั่งไทย ก็จะต้องเพิ่มขึ้นอีกแน่ ทำไงได้ ความเสี่ยงมันเพิ่มขึ้นนี่หว่า อยากรู้ว่าเป็นผู้ใด รออีกไม่นาน แต่ผมเชื่อว่า ท่านผู้อ่านบางคนนึกออกแล้วว่าหมายถึงผู้ใด” นายวีระโพสต์ปริศนาทิ้งท้ายไว้ ซึ่งปริศนาที่ว่าเงินก้อนโตที่เตรียมไว้ให้ “ใครบางคนทางฝั่งไทย” คงไม่ต้องรอให้นายวีระมาเฉลย หากติดตามข่าวเรื่องบ่อนสายตะกูมาอย่างต่อเนื่อง ก็เดาไม่ยากว่าหมายถึง “ผู้มากบารมี” คนไหน ยิ่งบ่อนสายตะกูเปิดทำการโดยที่ยังไม่สามารถเคลียร์ปม “พื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน” ได้ ก็ต้องคอยเพรียกถามไปถึงรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) โดยเฉพาะ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. รวมทั้ง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะกำกับดูแลด้านความมั่นคง ถึงท่าทีของ “รัฐบาลไทย”ต่อพื้นที่ตั้งของบ่อนสายตะกูว่ารุกล้ำเขตแดนอธิปไตยของประเทศหรือไม่ เพราะนอกจากข้อมูลทางฝั่งภาคประชาชนที่ชี้ชัด ว่า ที่ตั้งของบ่อนตั้งอยู่ชิดใกล้เส้นเขตแดน ซึ่งเป็น “พื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน” แล้ว “บิ๊กป้อม” ที่กำกับดูแลความมั่นคงทั้งประเทศ ก็ยังเคยยอมรับเต็มปากว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็น “พื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน” เช่นกัน พร้อมระบุว่า เรื่องนี้มีคณะกรรมการปักปันเขตแดนอยู่แล้ว ต้องรอให้ปักปันให้ชัดก่อน ฉะนั้นอย่าไปเรียกว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อน ขณะนี้ยังเป็นพื้นที่อ้างสิทธิต่างคนต่างอ้างสิทธิ ยังไม่รู้ว่าใครเป็นใคร การที่รัฐบาลไทยไม่พยายามทักท้วงหรือคัดค้านใดๆ ยอมสะท้อนให้เห็นถึงความบกพร่องของการรักษาดินแดนอธิปไตยของรัฐบาล ดังนั้นจึงหลีกเลี่ยงไม่พ้นที่จะถูกถามถึงท่าทีต่อเรื่องนี้ จนกว่าจะมีความกระจ่างจากทางรัฐบาล จริงๆ แล้ว “บ่อนสายตะกู” หรือจะเรียกว่า “เวกัสบุรีรัมย์” คงไม่ผิดนัก เพราะเส้นทางคมนาคมที่จะเดินทางเข้าไปเสี่ยงโชคจากทาง จ. บุรีรัมย์ นั้นเอื้ออำนวยกว่าการเดินทางจาก จ.อุดรมีชัย ทางฝั่งกัมพูชาที่ยังเป็นป่าทึบอย่างเห็นได้ชัด ในทางเศรษฐกิจจึงถือว่า “บ่อนสายตะกู” เกื้อหนุน จ.บุรีรัมย์ มากกว่า จ.อุดรมีชัย ของประเทศกัมพูชา และแม้จะเป็นธุรกิจใหญ่ที่คาดว่าจะมีเงินหมุนเวียนมหาศาล แต่ก็เป็นเพียงหนึ่งในจิ๊กซอของโมเดล “ซูเปอร์คลัสเตอร์เบื้องบูรพาทิศ” ที่จะปั้น จ.บุรีรัมย์ เป็นจังหวัดเศรษฐกิจผ่านธุรกิจด้านกีฬาและความบันเทิง ในลักษณะ “สปอร์ตซิตี้” ที่มี “กาสิโน” มารองรับกิเลสของเหล่าบรรดานักเสี่ยงโชคทั้งหลายด้วย “ซูเปอร์คลัสเตอร์เบื้องบูรพาทิศ” ที่กำลังเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาใน จ.บุรีรัมย์ ที่มีปัจจุบันมีทั้งสนามฟุตบอล “ไอ โมบาย สเตเดี้ยม” จุคนได้หลายหมื่นที่นั่ง สนามแข่งขันกีฬาความเร็ว “ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต” ที่ได้มาตรฐานโลก ซึ่งในอนาคตอันใกลนี้กำลังจะได้สิทธิเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ทางเรียบระดับโลกรายการ “โมโตจีพี” โดยการสนับสนุนเป็นอย่างดีของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ส่งผลให้ จ.บุรีรัมย์ “ก้าวข้าม” คลัสเตอร์หรือกลุ่มจังหวัดเดิมที่ทางภาครัฐจัดไว้ให้อยู่ใน “คลัสเตอร์การท่องเที่ยวกีฬาและวัฒนธรรมศรีบุรินทร์” อันได้แก่ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แกนหลักสำคัญคงหนีไม่พ้น “เสี่ยเป็ด”เนวิน ชิดชอบ คนโตแห่งอีสานใต้ ที่ผันตัวเองจาก “นักการเมืองเขี้ยวลากดิน” มาเป็น “คนกีฬา” ทั้งในฐานะประธานสโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ด และประธานที่ปรึกษาสนามช้าง อินเตอร์เนชันแนลเซอร์กิต เป็นผู้ริเริ่มปั้น จ.บุรีรัมย์ บ้านเกิดของตัวเองมาได้ถึงจุดนี้ จากแนวคิดที่จะทำให้ จ.บุรีรัมย์ เปลี่ยนสถานะจาก “เมืองผ่าน” เป็น “จุดหมายปลายทาง” ของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศ ในฐานะ Sport Events Destination ถึงขนาดเคยประกาศจะทำให้จังหวัดบ้านเกิดตัวเองเป็น 1 ใน 5 เมืองที่ทุกคนต้องอยากมาเยือน เพื่อส่งเสริมให้เศรษฐกิจความเป็นอยู่ของคนบุรีรัมย์ดีขึ้น มีรายได้จากคนต่างถิ่นมากขึ้น และก็ประสบความสำเร็จไม่น้อย จากอัตราการขยายตัวของจังหวัดที่พุ่งพรวดอย่างเห็นได้ชัด ไม่เพียงฟุตบอล หรือมอเตอร์สปอร์ต ที่แข่งกันเป็นประจำทุกสัปดาห์เท่านั้น ที่ จ.บุรีรัมย์ ยังจะมีสนามกีฬาทางน้ำ สวนน้ำครบวงจร ตลอดกิจกรรมสปอร์ตเอ็นเตอร์เทนเมนต์ไม่เว้นแต่ละสัปดาห์ เป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้คนทั้งชาวบุรีรัมย์ และนักท่องเที่ยวไทยเทศ หากภาคกลางมี จ.สุพรรณบุรี ที่ได้ บรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ล่วงลับ ปลุกปั้นจนเจริญรุ่งเรืองทิ้งจังหวัดข้างเคียงแบบไม่เห็นฝุ่น จนถูกขนานามว่าเป็น “บรรหารบุรี” แล้ว ในทำนองเดียวกัน จ.บุรีรัมย์ ที่ยึดต้นแบบจากเมืองสุพรรณ แถมล้ำหน้าไปไกลกว่า ด้วยน้ำพักน้ำแรงของ เนวิน ชิดชอบ ก็คงเรียกเป็น “เนวินบุรี” ได้ไม่ขัดเขิน แต่แค่ไอเดีย-ความตั้งใจอย่างเดียว “เสี่ยเน” คงมิอาจนำพาเมืองบุรีรัมย์มาถึงจุดนี้ได้ ปัจจัยสำคัญอยู่ที่ “คอนเนกชัน-เส้นสาย” ที่ต่อยอดมาจากอิทธิพลการเมืองของตัวนายเนวินเองที่โลดแล่นในถนนสายการเมืองมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัยสร้างชื่อในนามกลุ่ม 16 ก่อนมาร่วมหอลงโรงกับ ทักษิณ ชินวัตร แล้วจึงมาใหญ่คับประเทศในนาม “แก๊งออฟโฟร์” สมัยรัฐบาล สมัคร สุนทรเวช เรื่อยมาถึงสลับดอกย้ายขั้วมาร่วมรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก่อนตกม้าตายในการเลือกตั้งปี 2554 ระหว่างทางเดินของนายเนวินก็ได้สร้างขุมข่ายอำนาจไว้ตลอดเส้นทาง จนมาตกผลึกใน “ค่ายสีน้ำเงิน” พรรคภูมิใจไทย ที่มีนายเนวินเป็นแกนหลัก แม้ในทางการเมืองจะยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จในการสู้รบปรบมือกับ “ระบอบทักษิณ” แต่งานสร้างบ้านแปงเมือง ปลุกปั้น จ.บุรีรัมย์ ก้าวกระโดดจากจังหวัดยากจน มาเป็นหัวเมืองทางเศรษฐกิจในเวลาอันรวดเร็ว ส่วนใหญ่ก็มาจากแรงสนับสนุนจาก “เครือข่ายสีน้ำเงิน” นี่แหละ เหล่าบรรดา “บิ๊กเนม-ดาวฤกษ์” ที่เป็นที่รับรู้ และไม่ปฏิเสธความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนายเนวิน ก็มีทั้ง “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ถึงขั้นประกาศเป็นพี่น้องนอกสายเลือด มีบทบาทสำคัญในการนำธุรกิจครอบครัวอย่าง “ซิโน-ไทย” บิ๊กรับเหมาก่อสร้างเมืองไทย มาเดินงานก่อสร้างทั้งสนามฟุตบอล สนามแข่งรถ ให้แบบไม่อิดออด แม้จะมีเสียงซุบซิบว่า สนามฟุตบอลไอ-โมบายที่บุรีรัมย์ทำสถิติสร้างเร็วที่สุดในโลก ขณะเดียวกันก็ทำสถิติจ่ายเงินช้าที่สุดในโลกเช่นกัน หากแต่ความสัมพันธ์ของ “พี่เน-น้องหนู” ก็ยังแน่นปึ้ก ถัดมาเป็นรายของ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศพุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่ผันตัวมารับบทนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุนจากนายเนวิน เหมือนเมื่อครั้งเติบโตในหน้าที่การงานสมัยรับราชการผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ในอดีต จนมีการพูดกันว่าหากถึงเวลาลงสนามเลือกตั้งชื่อของนายอนุทินยังขายไม่ได้ อาจจะต้องเปลี่ยนหัวให้ พล.ต.อ.สมยศนำทัพภูมิใจไทยแทน ด้วยดีกรีอดีต ผบ.ตร. หากจำกันได้เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทั้ง 3 คน “เสี่ยเน-เสี่ยหนู-เสี่ยอ๊อด” ต่างชักแถวกันขึ้นโรงพักเพื่อแจ้งความเอาผิดกับผู้ที่เผยแพร่ภาพ และข้อความ ที่ทำให้สังคมเข้าใจได้ว่าทั้ง 3 คนได้ร่วมหุ้นกัน และแอบอ้างเบื้องสูงเปิด “กาสิโนสายตะกู” ซึ่งก็มาจากความใกล้ชิดของคนทั้งสามนั่นเอง จึงถูกโยงไปกับกาสิโนแห่งใหม่ที่เปิดใกล้กับชายแดน จ.บุรีรัมย์ ฐานที่มั่นของค่าสีน้ำเงิน-พรรคภูมิใจไทย นอกเหนือจาก 3 เสี่ยข้างต้นแล้ว “เครือข่ายสีน้ำเงิน”ก็ยังมีระดับ “เจ้าสัว” อย่าง วิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานบริษัท คิงพาวเวอร์ และประธานสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ร่วมอยู่ด้วย แม้นายวิชัยจะไม่ได้ลงมาเล่นการเมืองอย่างเต็มตัว แต่ตามประสาพ่อค้า เข้าหาคนได้ทุกระดับ อีกทั้งปลุกปั้นคิงเพาเวอร์ขึ้นมาในช่วงที่นายเนวินเรืองอำนาจทางการเมือง จึงมีความแนบแน่นกันมาอย่างยาวนาน เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ทั้งในทางธุรกิจและการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง ครั้งหนึ่งเคยให้นายเนวินใช้โรงแรมของตัวเองเป็น “ศูนย์บัญชาการต้านรัฐประหาร” เมื่อ 19 กันยายน 2549 จากนั้นก็ถูกใช้เป็นเซฟเฮ้าส์-วอร์รูมของค่ายสีน้ำเงินบ่อยครั้ง จนมีคนเข้าใจผิดว่าโรงแรมแห่งนั้นเป็นของนายเนวินด้วยซ้ำไป นายวิชัยเองก็ไม่เคยปฏิเสธความสนิทสนมกับนายเนวิน เคยบอกถึงขั้นว่า “คุยถูกคอเกือบทุกเรื่อง” โดยมีข้อต่อสำคัญอย่าง กนกศักดิ์ ปิ่นแสง เพื่อนสนิทของนายเนวินที่เป็นทั้งที่ปรึกษาของเครือคิง เพาเวอร์ และทำงานในสมาคมขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย ร่วมกับนายวิชัย รวมทั้งยังรับหน้าเสื่อเป็นประธานคณะกรรมการบริหาร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต (BRIC) ของนายเนวินอยู่ด้วย อีกคนที่ขาดไม่ได้ ก็รายของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ผู้มากบารมีในรัฐบาล คสช. ที่มีเสียงลือเสียงเล่าอ้าง ตลอดจนข้อมูลที่ยืนยันได้ว่ามีความสัมพันธ์กับทาง “ค่ายสีน้ำเงิน” เป็นพิเศษ ถึงขั้นเคยมีข่าวว่าจะไปรับบทหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก่อนการเลือกตั้งปี 2554 มาแล้วด้วย และจากความสัมพันธ์ในทางการเมืองกับนายเนวินมาจนถึงปัจจุบัน ที่เข้านอกออกในฐานบัญชาการใหญ่ทั้ง “บ้านโชคชัย 4” และ “เครือข่ายมูลนิธิป่ารอยต่อฯ” รวมทั้งเป็นกุนซือผู้เดินงานทางการเมืองในแถบภาคอีสานให้ พล.อ.ประวิตรมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ การที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มติอนุมัติงบประมาณจากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) จำนวน 300 ล้านบาท ระหว่างปี 2561-2563 เพื่อดำเนินการขอให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก หรือ “โมโต จีพี” ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอ และเหมือนไฟต์บังคับให้ไปใช้บริการสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ที่นายเนวินเป็นเจ้าของ ก็เชื่อว่าเป็นการผลักดันของ พล.อ.ประวิตร ไม่มากก็น้อย มองผิวเผินเป็นเสมือนการสานฝันให้แก่นายเนวินเท่านั้น แต่ลึกลงไปแล้วน่าจะเป็นการเสริมอาวุธหนักให้ จ.บุรีรัมย์ เป็นสปอร์ตซิตี้อย่างเต็มรูปแบบ โดยนำกีฬาระดับโลกมาปั่นกระแสให้ ซึ่งขณะนี้มีความเป็นไปได้สูง เนื่องจากหลายประเทศได้ถอนตัวไปแล้ว อยู่แค่ว่าจะคุยกับทางเจ้าของลิขสิทธิ์ลงตัวหรือไม่ หากไม่มีอะไรผิดพลาดรัฐบาลก็จะควักทุนประเดิมให้ 300 ล้านบาท ส่วนเจ้าถิ่นไปหาทุนอีกราว 900 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าไม่เหลือบ่ากว่าแรงของนายเนวิน การเปิดตัวของ “บ่อนสายตะกู” ที่โฆษณาเอาไว้ว่าเป็นบ่อนที่หรูหรา-ใหญ่ที่ติดชายแดนไทย หรือการเข้าประมูลลิขสิทธิ์แข่งขัน “โมโตจีพี” ถือเป็นการเติมเต็ม “ซูเปอร์คลัสเตอร์เบื้องบูรพาทิศ” ปั้นเศรษฐกิจให้แก่ จ.บุรีรัมย์ อย่างเห็นได้ชัด จึงไม่แปลกที่ จ.บุรีรัมย์ หรือ “ซูเปอร์คลัสเตอร์บูรพาทิศ” จะถูกมองว่าเป็นแหล่งปั้น “กระสุนดินดำ” เพื่อเตรียมสู้ศึกเลือกตั้งที่จะมาถึงในไม่ช้านี้
 

ผู้จัดการรายวัน

“ค่ายสีน้ำเงิน” ติดลมบน ครม.ให้ 300ล.ปั้นฝัน “เสี่ยเน” “เสี่ยหนู” หน้าบานว่าที่นายกฯ ก่อนเจอข้อหาหนักเจาะยาง
“ค่ายสีน้ำเงิน” ติดลมบน ครม.ให้ 300ล.ปั้นฝัน “เสี่ยเน” “เสี่ยหนู” หน้าบานว่าที่นายกฯ ก่อนเจอข้อหาหนักเจาะยาง
 
การที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ของ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีมติอนุมัติงบประมาณจาก การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) จำนวน 300 ล้านบาท ระหว่างปี 2561-2563 เพื่อดำเนินการขอให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก หรือ “โมโต จีพี” ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่มี “มาดามน้อง” กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร เป็นรัฐมนตรีเสนอมา แม้เหตุผลหลัก “ในภาพรวม” ของการอนุมัติงบประมาณในครั้งนี้ ก็เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ-การท่องเที่ยวของประเทศ ผ่านการแข่งขันกีฬาระดับโลก คล้ายๆกับการขอเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ หรือเอเชียนเกมส์ ที่ผ่านๆ มา ตามนโยบายการพัฒนากีฬาเพื่อการท่องเที่ยว
 

ผู้จัดการรายวัน

9 ร้านเพชรออกแบบงานศิลปะชั้นสูง...เหรียญที่ “รฤก” ใน ร.9
9 ร้านเพชรออกแบบงานศิลปะชั้นสูง...เหรียญที่ “รฤก” ใน ร.9
 
ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม ร่วมกับ กรมธนารักษ์ สนับสนุนโดย บมจ.เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จัดนิทรรศการ “ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” ชุดเหรียญที่ “รฤก” ในรัชกาลที่ ๙ นิทรรศการถ่ายทอดเรื่องราวความประทับใจของพสกนิกรที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผ
 

Celeb Online

เอ็มโพเรียม & เอ็มควอเทียร์ เตรียมจัดแสดงเครื่องเพชรมาสเตอร์พีซ ชุดเหรียญที่ “รฤก” ในรัชกาลที่ 9 จาก 9 ร้านดัง
เอ็มโพเรียม & เอ็มควอเทียร์ เตรียมจัดแสดงเครื่องเพชรมาสเตอร์พีซ ชุดเหรียญที่ “รฤก” ในรัชกาลที่ 9 จาก 9 ร้านดัง
 
เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ศูนย์การค้าดิ เอ็มโพเรี่ยม และดิ เอ็มควอเทียร์ ร่วมกับ 9 ร้านเพชรชั้นนำ ได้แ
 

Celeb Online