นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)(KBANK)กล่าวว่า ในช่วงที่เหลือของปีนี้เศรษฐกิจยังมีความท้าทายจากปัจจัยต่างๆต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งทางภูมิศาสตร์ หรือสงครามการค้า ซึ่งน่าจะเห็นผลชัดเจนในช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งจะทำให้ทั้งในส่วนของธนาคารและลูกค้ายังมีความระมัดระวังในการดำเนินธุรกิจ ทำให้สินเชื่อรวมของธนาคารในปีนึ้น่าจะทรงตัว จากเป้าหมายสินเชื่อที่ตั้งไว้ 0-2% โดยธนาคารมีลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางประมาณ 10% ซึ่งธนาคารได้มีการติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด รวมถึงให้การช่วยเหลือในองค์ความรู้ต่างๆ โดยเฉพาะการหาตลาดใหม่ๆเพื่อกระจายความเสี่ยง ซึ่งจุดนี้ก็ถือเป็นโจทย์ของประเทศเช่นกัน
สำหรับการเข้ามาของธุรกิจธนาคารไร้สาขา(Visual Bank)นั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะทำให้กลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึงบริการธนาคารพาณิชย์สามารถเข้าถึงบริการของสถาบันการเงินได้โดยการใช้ข้อมูลทางเลือกที่ธนาคารยังไม่มีหรือมีไม่เพียงพอมาใช้ ซึ่งในกลุ่มนี้ เป็น Room ที่ KBANK ไม่ได้เล่น ส่วนธุรกิจ BUY NOW PAY LATER ที่ดำเนินการโดยบริษัทอาโตมี่ (ประเทศไทย)นั้น ยังคงเพิ่งเริ่มทำมีพอร์ตเพียงเล็กน้อย และยึดการปล่อยสินเขื่อความระมัดระวังเป็นหลัก
"สินเชื่อธนาคารปีนี้ยังคงมีความระมัดระวังจากปัจจัยความไม่แน่นอนที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง การเติบโตของสินเชื่อจึงค่อนข้างยาก ไม่ว่าจะเป็นรายใหญ่ เอสเอ็มอี รายย่อย ทั้งธนาคารและลูกค้าต่างก็ระมัดระวัง ดังนั้น ธนาคารก็จะต้องมีการบริหารจัดการในการดำเนินงาน บริหารต้นทุนต่างๆให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งพยายามรักษาอัตราผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น(ROE)ให้อยู่ในระดับเดิม(8.62% ณ สิ้นไตรมาส1ปี69)ให้มากที่สุดท่ามกลางภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังมีความท้าทายในปีนี้"
**เดินหน้ากรีนโลน100%ในปี 2050**
ส่วนพอร์ตสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนนั้น ธนาคารยังคงเป้าหมายยอดคงค้างที่ 500,000 ล้านบาทในปี 2573 โดยธนาคารได้พยายามสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเห็นถึงความสำคัญอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ธนาคารได้จัดงานสัมมนา EARTH JUMP 2026 A BRIDGE TO MPOWER ACTIONS ว่า ที่ผ่านมา ธนาคารได้ดำเนินการต่อเนื่องในการไปสู่จุดหมายการมีพอร์ตสินเชื่อเป็นกรีนโลน 100%ในปี 2593 ซึ่งเป็นเป้าหมายเดียวกับการเป็น NET ZERO ของประเทศ
"ประเด็นสำคัญที่อยากจะเน้นย้ำ คือ การดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในวันนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ "โบนัส" หรือ "แต้มบวก" แต่มัน คือ การสร้าง "ใบอนุญาตในการทำธุรกิจ" เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในโลกอนาคต การปรับตัวนี้ต้องทำทั้งในระยะสั้นเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และในระยะยาวเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันให้ธุรกิจสามารถอยู่ในเกมได้ต่อไปอย่างยั่งยืน ดังนั้น สิ่งที่อยากจะเชิญชวนคือ ในวันนี้เราต้องเริ่มทำ ไม่ต้องใหญ่โต แต่เริ่มคิดก่อนว่าในธุรกิจของเรามีอะไรที่เป็นเรื่องสูญเปล่าหรือไม่ มีขั้นตอนไหนสูญเปล่าหรือไม่ เริ่มจากตรงนี้แล้วมาการปรับปรุงกระบวนการเหล่านี้ให้มีประสิทธิภาพไม่เพียงแต่ช่วยลดการใช้พลังงาน แต่ยังเป็นการลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มกำไร ให้กับธุรกิจได้ทันทีโดยไม่ต้องรออีกต่อไป"
ทั้งนี้ จากแนวคิดในการสัมมนาครั้งนี้คือ A BRIDGE TO EMPOWER ACTIONS ธนาคารกสิกรไทยที่วางบทบาทเป็นหนึ่งใน สะพานสู่การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ ขอนำเสนอ "4 สะพาน" ที่ต้องข้ามผ่านเพื่อความสำเร็จ ประกอบด้วย
1.สะพานแห่งทัศนคติ : การเปลี่ยนจากการทำเพื่ออยู่รอดระยะสั้น เป็นการทำเพื่อคว้าโอกาสในการเติบโตที่ยั่งยืน
2.สะพานแห่งกฎระเบียบ ซึ่งกฎเกณฑ์ต่างๆคือโอกาสสำหรับผู้ที่ทำสำเร็จก่อนจะเป็นผู้ชนะในตลาด
3.สะพานแห่งห่วงโซ่อุปทาน : เรื่องของ Green ไม่ใช่เป็นหน้าที่ขององค์กรใหญ่เท่านั้น แต่ต้องทำร่วมกันทั้ง Supply Chain เพราะหากคู่ค้าไม่รอด องค์กรใหญ่ก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน
และ4.สะพานแห่งการปฏิบัติ : เปลี่ยนจากเพียงแค่มีวิสัยทัศน์ หรือ คำมั่นสัญญา ไปสู่การลงมือทำจริง โดยธนาคารกสิกรไทยพร้อมเป็นสะพานเชื่อมโยงแหล่งเงินทุน และ ความรู้ให้กับผู้ประกอบการ
"เราไม่สามารถเลือกได้ว่าวิกฤตจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่สิ่งเดียวที่เราเลือกได้ คือจะตอบสนองต่อวิกฤตนั้นอย่างไร จึงอยากเชิญชวนทุกท่านมาร่วมกันสร้างสะพานแห่งความยั่งยืน เพื่อก้าวข้ามอุปสรรคและสร้างโอกาสทางธุรกิจที่มั่นคงในอนาคต ภายใต้แนวคิดหลักของงาน คือ A BRIDGE TO MPOWER ACTIONS"
อนึ่ง งานสัมมนา EARTH JUMP 2026 ปีที่ 4 เป็นงานฟอรัมใหญ่แห่งปีด้านความยั่งยืน จัดโดยธนาคารกสิกรไทยร่วมกับพันธมิตรระดับโลก ภายใต้ธีม A Bridge To Empowered Actions สนับสนุนให้ธุรกิจลงมือทำได้จริง แนะแนวทางให้ธุรกิจอยู่รอด ปรับตัว และเติบโตได้ในโลกใหม่ ทั้งนี้นักธุรกิจและ SME ไทยตื่นตัวมาร่วมงานกว่า 2,000 คน เป็นสัญญาณที่ดีของธุรกิจไทยที่พร้อมลงมือทำจริง โดยงานนี้มีเนื้อหาอัดแน่นเต็ม 2 วัน 2 เวที กับ 60 Speakers ชั้นนำ(8-9มิถุนายน2569) และในงานยังมี K-Climate Solutions ครบวงจร ตั้งแต่การเช็กความพร้อมธุรกิจด้วย ESG Readiness Check คำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเปิดตัวบริการใหม่ “สินเชื่อ SME ยิ่งกรีน ยิ่งได้” (Sustainability-Linked Loan for SME) มอบส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษเมื่อทำได้ตามเป้าหมาย และอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของ EARTH JUMP 2026 คือ โอกาสดีที่ได้ต้อนรับเวทีระดับโลกผ่านความร่วมมือกับ World Bank Group ในการจัดงาน 8th Global Policy Forum on Natural Capital 2026 ซึ่งการจัดงานนี้ทำให้ประเทศไทยโดดเด่นในฐานะ “สะพานเชื่อม” ระหว่างนโยบายระดับโลกกับการปฏิบัติจริงในภาคธุรกิจ


