xs
xsm
sm
md
lg

“ออเนอร์ กรุ๊ป” ลุยโครงการ Mixed-Use สร้างจุดต่างคู่แข่งพัทยารับแผนบูม EEC

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


คริส เชิดสุริยา
“ออเนอร์ กรุ๊ป” บิ๊กอสังหาฯ เมืองพัทยา เดินหน้าลงทุน First Iconic Mixed-Use in North Pattaya พร้อมขยายการลงทุนสู่แนวราบ พูลวิลล่า ย่านนาจอมเทียน รับแผนบูมลงทุนในพื้นที่ EEC ของรัฐ จับตา! โครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ บนเนื้อที่กว่า 1.4 หมื่นไร่

นายคริส เชิดสุริยา ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร บริษัท ออเนอร์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า ภาคการท่องเที่ยว และอสังหาริมทรัพย์มีทิศทางที่ดีขึ้น หลังจากที่มีการเปิดประเทศ คาดว่าปี 65 จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยราว 6 ล้านคน สร้างรายได้ 6 หมื่นล้านบาท และคาดว่าปลายปี 65 ทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวและยอดรายได้น่าจะขยับขึ้นมาอยู่ที่ 90% ก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19

สำหรับทำเลพัทยา ชลบุรี จะยังคงมีการเติบโตด้านการลงทุนและตลาดอสังหาฯ เพราะผู้ประกอบการยังเชื่อมั่นในศักยภาพของทำเลที่มีความพร้อมในหลายๆ ด้าน และการที่รัฐบาลให้ความสำคัญยกระดับให้ชลบุรีซึ่งเป็นหนึ่งในสามจังหวัดพื้นที่ EEC เป็นต้นแบบพัฒนาเชิงพื้นที่ยุทธศาสตร์ ประกอบกับได้มีนโยบายการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ต่างๆ หลายโครงการมาอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ซึ่งปัจจุบันได้มีการส่งมอบพื้นที่ไปแล้ว 100% สำหรับใช้ก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง โครงการท่าเทียบเรือแหลมฉบัง และโครงการสนามบินอู่ตะเภา รวมถึงโครงการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเมืองพัทยา เช่น โครงการรถไฟรางเบา เพื่อบริการรับส่งผู้โดยสารที่เดินทางมาด้วยรถไฟความเร็วสูงให้เข้าสู่พื้นที่ของเมืองพัทยา และโครงการ NEO PATTAYA ยกระดับเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยว EEC สร้างรายได้ชุมชนยั่งยืน ปัจจัยบวกเหล่านี้จะสนับสนุนให้พัทยา ชลบุรีไม่ใช่แค่เมืองท่องเที่ยว แต่จะกลายเป็น “เมืองท่า” สำคัญของกรุงเทพฯ เทียบได้กับโตเกียวที่มี “โอซากา”


นอกจากนี้ ยังมีแม็กเน็ตใหม่ที่ดึงดูดกำลังซื้อและนักลงทุนเข้ามาซื้อที่อยู่อาศัยนั่นคือ มาตรการที่กระทรวงมหาดไทย จะออกกฎกระทรวงเพิ่มเติมเรื่องการให้สิทธิคนต่างด้าว (ต่างชาติ) ที่นำเงินมาลงทุนไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท และคงการลงทุนไว้ไม่น้อยกว่า 3 ปี จะได้สิทธิถือครองที่ดินเพื่ออยู่อาศัยได้ไม่เกิน 1 ไร่ รวมถึงโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่ล่าสุดมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เข้าไปใช้ประโยชน์ที่ดิน ส.ป.ก.จำนวนกว่า 14,000 ไร่ ในท้องที่ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เพื่อพัฒนาโครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ ใช้เงินลงทุนประมาณ 1.34 ล้านล้านบาท เกิดการจ้างงานใหม่กว่า 200,000 ตำแหน่ง มีระยะเวลาการพัฒนา 10 ปี

ธิดา เชิดสุริยา
นายคริส กล่าวว่า ออเนอร์ กรุ๊ปมีแผนที่จะขยายการพัฒนาโครงการอสังหาฯ ทั้งแนวสูงและแนวราบประเภทพูลวิลล่าเพิ่ม เพื่อรองรับกับความต้องการของตลาดผู้บริโภคให้ครบทุกเซกเมนต์เพราะมั่นใจว่าตลาดที่อยู่อาศัยยังมีดีมานด์ ทั้งซื้อเพื่อเป็นบ้านหลังแรก เป็นบ้านหลังที่สอง โดยเฉพาะในยุคเงินเฟ้อที่แนวโน้มพุ่งสูงขึ้นการลงทุนในอสังหาฯ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ชนะเงินเฟ้อเป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่งของกลุ่มนักลงทุนได้ผลตอบแทนในระดับ 5-6% ขึ้นไป

เดินหน้าลุยโครงการ Mixed-Use

น.ส.ธิดา เชิดสุริยา ประธานกรรมการบริหารบริษัทในเครือออเนอร์ กรุ๊ป  กล่าวว่าแม้ว่าช่วงที่ผ่านมาจะเผชิญกับวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 แต่บริษัทฯ ไม่หยุดงานของโครงการ ซึ่งก่อสร้างบนที่ดินกว่า 4.5 ไร่ ติดถนนพัทยาสาย 3 ประกอบด้วยโรงแรม ร้านค้า และคอนโดมิเนียม รวมมูลค่าโครงการทั้งสิ้นกว่า 3,500 ล้านบาท โดยคอนโดฯ พัฒนาภายใต้ชื่อ วันส์ พัทยา ONCE PATTAYA เป็นอาคารสูง 32 ชั้น จำนวนห้องพักอาศัยรวม 427 ยูนิต ขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 28.4-201 ตารางเมตร (ตร.ม.) ตามเอกสารขาย ราคาเฉลี่ย 140,000 บาทต่อ ตร.ม. รวมมูลค่าโครงการประมาณ 2,000 ล้านบาท 

ปัจจุบันคอนโดมิเนียม ONCE PATTAYA มียอดขายแล้วประมาณ 70% ซึ่งมีทั้งลูกค้าที่เป็นคนไทยและชาวต่างชาติ ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเป็นบ้านหลังที่ 2 และซื้อเพื่อการลงทุน ซึ่งทางโครงการยังได้บัตรสมาชิก “Thailand Elite” ของบริษัทไทยแลนด์พริวิเลจ คาร์ด จำกัด (ทีพีซี) รับสิทธิพิเศษของ Privilege Elite Visa สามารถอยู่อาศัยระยะยาวแบบ Long Stay Visa ในเมืองไทยได้นานถึง 20 ปี และขณะนี้ทางโครงการได้จัดโปรโมชัน Guarantee Yield 6% นาน 3 ปี

สำหรับความคืบหน้าการก่อสร้างคอนโดฯ ONCE PATTAYA นั้นงานด้านโครงสร้างดำเนินงานไปแล้ว 99% งานด้านสถาปัตย์อยู่ที่ 70% และงานวางระบบต่างๆ อยู่ที่ 90% สรุปโดยรวมแล้วงานก่อสร้าง ณ สิ้นเดือน ก.ค.65 ดำเนินงานไปแล้วอยู่ที่ 80% คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมโอนให้ลูกค้าเข้าอยู่ได้ตามแผนภายในต้นปี 66

 ส่วนความคืบหน้าในส่วนที่เป็นโรงแรมฮิลตัน การ์เด้น อินน์ พัทยา ซิตี้ ขณะนี้ได้ผ่านมติเห็นชอบรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเรียบร้อยแล้ว และได้เริ่มงานก่อสร้างในส่วนที่เป็นฐานรากแล้ว มีมูลค่าก่อสร้างประมาณ 1,500 ล้านบาท เป็นอาคารสูง 29 ชั้น ขนาด 300 ห้อง พร้อมร้านค้าปลีก 6 ร้าน ขนาดพื้นที่รวม 28,000 ตร.ม. กำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 67


กำลังโหลดความคิดเห็น