xs
xsm
sm
md
lg

RML เติมพอร์ตพัฒนาแนวราบลักชัวรี ชู Branded Residence เจาะกลุ่มกำลังซื้อสูง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ไรมอนแลนด์ฯ ปรับสมดุลโครงการในพอร์ต สร้างรายได้การขายและรายได้ประจำ ลดความเสี่ยงธุรกิจ วางเป้าเพิ่มลงทุนโครงการอสังหาฯ ที่อยู่อาศัยรูปแบบ Branded Residence มากขึ้น สร้างมูลค่าเพิ่ม ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้า เผยปีนี้ลงทุนรวม 13,000 ล้านบาท วางเป้ารายได้ 2,200 ล้านบาท ยอดขาย 7,200 ล้านบาท รุกเจรจาพันธมิตรต่างชาติร่วมทุนพัฒนา Data Center

นายกรณ์ ณรงค์เดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไรมอนแลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ RML เปิดเผยถึงเป้าหมายธุรกิจของบริษัทในปีนี้และต่อเนื่องในอีก 2-3 ปีข้างหน้าว่า ทางบริษัทฯ คงต้องสมดุลในเรื่องของรายได้ เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา ด้วยกลยุทธ์การรุกและพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี และอัตรา ลักชัวรี ซึ่งต้องใช้เวลาในการก่อสร้างไม่น้อยกว่า 2-3 ปี อาจทำให้รายได้ของบริษัทสะดุด ดังนั้น บริษัทจะต้องสร้างความแข็งแกร่งและความมั่นคงของธุรกิจหลัก การปรับสัดส่วนเพิ่มเติมลงทุนโครงการแนวราบระดับลักชัวรี การขยายไปสู่ธุรกิจใหม่ๆ เพื่อรองรับการสร้างรายได้ที่เข้ามาในแต่ละปี รวมถึงโครงการที่จะเสริมรายได้ประจำ ขณะเดียวกัน จะขยายโอกาสร่วมทุนกับแลนด์ลอร์ดในการพัฒนาโครงการ เนื่องจากปัจจุบันราคาที่ดินในเมืองปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งการจะลงทุนแต่ละโครงการอาจจะต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก

"หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลงอย่างชัดเจนขึ้น ภาพรวมเศรษฐกิจ ลูกค้าต่างชาติ และความมั่นใจของลูกค้าในประเทศเริ่มฟื้นกลับมาแล้ว รวมถึงรัฐบาลเดินหน้าเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้บริษัทมองถึงภาพการเติบโตในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า ผ่านการปรับให้ธุรกิจมีความสมดุลมากขึ้น โฟกัสเรื่องของรายได้กับโครงการที่จะสร้างผลตอบแทนกลับมาเร็ว พัฒนาไม่นานมาก วางเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากโครงการแนวราบอยู่ที่ร้อยละ 20-30"

โดยบริษัทมีทิศทางชัดเจนในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยระดับลักชัวรีเป็นหลัก ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลัก โดยจะเพิ่มมูลค่าให้โครงการและลูกค้ามากขึ้น โดยหันมาพัฒนาโครงการในรูปแบบ Branded Residence มากขึ้น เพราะกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงทั้งในและต่างประเทศ ต่างให้ความสำคัญกับการอยู่อาศัยที่มีการบริการที่ครบครันและตอบโจทย์ความต้องการในด้านต่างๆ เข้ามาเสริม

ทั้งนี้ เป้าหมายของกลุ่มลูกค้าจะมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับภาวะตลาด โดยหันมาจับกลุ่มลูกค้าที่มีอายุน้อยลงในช่วง 26-35 ปี และ 36-45 ปี ที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นมาเป็น 25% และ 30% ตามลำดับ จากเดิมส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป เพราะปัจจุบันกลุ่มคนรุ่นใหม่เริ่มมีรายได้เพิ่มมากขึ้นจากโอกาสใหม่ๆ ในการทำงานหรือการลงทุนที่เข้ามา ทำให้เป็นกลุ่มที่เริ่มมองหาซื้ออสังหาฯ เพื่ออยู่อาศัยระดับบน ที่ตอบโจทย์ในเรื่องไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยมากขึ้น รวมถึงจะเน้นพัฒนาขนาดห้องที่ใหญ่ตั้งแต่ 200 ตร.ม.ขึ้นไป ที่เป็นขนาดพื้นที่ที่กลุ่มลูกค้าที่ซื้อโครงการลักชัวรีมีความต้องการอย่างมาก และสินค้าในตลาดถูกดูดซับออกไปช่วงเกิดโควิด เนื่องจากกลุ่มคนซื้อต้องการสเปซที่มากขึ้น

สำหรับแผนการลงทุนโครงการใหม่จะมี 2-3 โครงการ มูลค่ากว่า 13,000 ล้านบาท ได้แก่ โครงการ Rosewood Residence Kamala ในจังหวัดภูเก็ต มูลค่า 7,800 ล้านบาท เป็น Branded Residence แห่งแรกของบริษัทในรูปแบบวิลล่า ราคาขายไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท/หลัง เปิดขายในช่วงครึ่งปีหลัง

โครงการคอนโดฯ Branded Residence ในกรุงเทพฯ ร่วมทุนกับพันธมิตรต่างชาติ และจะเปิดโครงการแนวราบใหม่ในกรุงเทพฯ อีก 1 โครงการที่บริษัทพัฒนาเอง มูลค่ารวมทั้ง 2 โครงการ ไม่ต่ำกว่า 5,500 ล้านบาท จะเปิดขายในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งการเปิดโครงการใหม่จะทำให้บริษัทมียอดขายได้ตามเป้าที่ 7,200 ล้านบาท
สำหรับรายได้วางเป้าทั้งปีอยู่ที่ 2,200 ล้านบาท หลักๆ มาจาการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดในโครงการ The Estelle Phrom Phong (ดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์) ตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปีนี้เป็นต้นไป โครงการมีมูลค่า 5,200 ล้านบาท และรายได้จากห้องชุดที่เหลืออยู่อีก 71 ล้านบาท (4 ยูนิต) ลดลงจากสิ้นปีที่ผ่านมามีสินค้าคงค้างมูลค่า 1,892 ล้านบาท ปัจจุบัน บริษัทมียอดขายรอบันทึกเป็นรายได้ (แบ็กล็อก) ประมาณ 5,000 ล้านบาท

ส่วนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการสร้างรายได้ประจำ ในครึ่งปีหลังจะมีการเปิดโรงแรมระดับ Budget คือ lyf ในโครงการ The River เจริญนคร และยังมีโครงการอาคารสำนักงานเกรด A ที่เพลินจิต คือ โครงการ ONE CITY CENTRE มูลค่า 8,000 ล้านบาท พื้นที่เช่า 61,000 ตร.ม.ที่จะรับรู้รายได้จากการเปิดบริการต้นปี 66 ปัจจุบันมีผู้เช่าแล้ว 5,000 ตร.ม. และบริษัทอยู่ระหว่างเจรจารวมพื้นที่กว่า 36,000 ตร.ม. อัตราค่าเช่าพื้นที่เฉลี่ย 1,300 บาทต่อ ตร.ม.

นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรต่างชาติเพื่อเข้ามาร่วมลงทุนพัฒนา Data Center และมองหาพื้นที่ก่อสร้างในประเทศไทย คาดว่าจะมีความชัดเจนช่วงไตรมาส 4 ปีนี้
กำลังโหลดความคิดเห็น