xs
xsm
sm
md
lg

ปลุกผี EFORL / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



บริษัท อี ฟอร์ แอล เอ็ม จำกัด (มหาชน) หรือ EFORL กำลังเป็นอีกหนึ่งหุ้นตัวเล็กที่ถูกจับตา เพราะหลายวันแล้วที่ราคาร้อนฉ่าขึ้นมา ทั้งที่ไม่มีปัจจัยสนับสนุนอย่างชัดเจน

ราคาหุ้น EFORL พุ่งทะยานต่อเนื่อง โดยล่าสุดวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา ปิดที่ 18 สตางค์ เพิ่มขึ้น 2 สตางค์ หรือเพิ่มขึ้น 12.50% มูลค่าซื้อขาย 310.05 ล้านบาท

EFORL ตกอยู่ในความเงียบเหงาอยู่หลายปี แม้แต่มีนักลงทุนรายใหญ่อย่าง "นายวิชัย ทองแตง" เข้ามาถือหุ้นใหญ่ แต่ไม่ช่วยให้สถานการณ์ของบริษัทจดทะเบียนแห่งนี้ดีขึ้น

ผลประกอบการบริษัทฯ ขาดทุนต่อเนื่อง จนเกิดปัญหาฐานะทางการเงิน ส่วนของผู้ถือหุ้นมีค่าต่ำกว่า 50% ของทุนชำระแล้ว และถูกตลาดหลักทรัพย์ขึ้นเครื่องหมาย “C”

ช่วงต้นปีราคาหุ้น EFORL เคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 4-6 สตางค์ มูลค่าการซื้อขายวันละไม่กี่แสนบาท แต่หลังประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกปีนี้ ซึ่งมีกำไรสุทธิจำนวน 35.81 ล้านบาท ราคาหุ้นจึงเริ่มขยับ

จากราคาปิดที่ 4 สตางค์ ในวันที่ 21 เมษายน ขยับขึ้นชนเพดานสูงสุด 30% ติดต่อกัน 3 วัน ขยับฐานราคามาเคลื่อนไหวแถว 7 สตางค์อยู่พักหนึ่ง ก่อนจะถูกลากขึ้นมาเคลื่อนไหวถึง 10 สตางค์ จนกระทั่งวันที่ 2 มิถุนายน จึงถูกจุดพลุไล่ราคากันอีกรอบ โดยวิ่งมาอย่างร้อนแรง 5 วันทำการ ท่ามกลางมูลค่าซื้อขายที่หนาตาขึ้น

และแม้ตลาดหลักทรัพย์จะประกาศใช้มาตรการกำกับการซื้อขายเพื่อดับร้อนของราคาหุ้น โดยจะต้องซื้อหุ้นด้วยเงินสด มีผลระหว่างวัน 9-29 มิถุนายนนี้ แต่ EFORL ยังพุ่งไม่หยุด

EFORL ในอดีตเคยเป็นหุ้นร้อน โดยเฉพาะช่วงที่ซื้อบริษัท วุฒิศักดิ์ คลินิก อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด เข้ามา และเป็นข่าวกระตุ้นให้นักลงทุนแห่เข้าเก็งกำไร แต่ผลประกอบการของบริษัทกลับย่ำแย่ ราคาหุ้นดิ่งลงจนเหลือเพียง 2 สตางค์ นักลงทุนที่แห่เก็งกำไร ต้องขาดทุนกันอ่วม

แม้เป็นหุ้นขนาดเล็ก แต่มีผู้ถือหุ้นรายย่อยถึงจำนวน 13,568 คน ซึ่งน่าจะเป็นผู้ถือหุ้นที่ติดค้างจากการลากราคาหุ้นในอดีต

EFORL เพิ่งขายทิ้งทั้งหมดหุ้นบริษัท ดับบลิวไอซี โฮลดิ้ง จำกัด บริษัทย่อยที่ถือหุ้นบริษัท วุฒิศักดิ์ คลินิก อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด ในราคาเพียงหุ้นละ 1 สตางค์ โดยจะหันกลับไปดำเนินธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์เป็นธุรกิจหลัก และได้ย้ายกลุ่มจากอุตสาหกรรมบริการเป็นหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค

ผลประกอบการไตรมาสแรกปีนี้ที่กลับมามีกำไร หลังจากขาดทุนหลายปีติดต่อ เนื่องจากยอดจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์เติบโตขึ้น อันเป็นผลจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

แต่ราคาที่พุ่งทะยานจาก 4 สตางค์มาจนถึง 18 สตางค์ เพิ่มขึ้น 14 สตางค์ หรือ 350% ภายในเวลาไม่ถึง 2 เดือน อาจเป็นการซึมซับรับข่าวดีที่เกินเลย หรือร้อนแรงมากเกินไป จนตลาดหลักทรัพย์ต้องออกมาส่งสัญญาณเตือนนักเก็งกำไร

ใครที่จะตามแห่ลุย EFORL ต้องพึงระวังว่า นักลงทุนรายใหญ่กลุ่มนายวิชัย ซึ่งเข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มทุน จำนวน 11,508 ล้านหุ้น เมื่อเดือนสิงหาคมปี 2561 ในราคาต้นทุนเพียง 4 สตางค์

นอกจากนั้น เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ได้มีการจัดสรรหุนเพิ่มทุนให้บุคคลในวงจำกัด ราคาเสนอขายเพียงหุ้นละ 0.0348 บาท โดยนางพิมพ์เพ็ญ ดีพันธุ์พงศ์ ได้รับการจัดสรรกว่า 4,183.21 ล้านหุ้น

นายฤกษ์ชัย ฟูประทีปศิริ ได้รับการจัดสรร 287.35 ล้านหุ้น และนางปิ่นปีนัทธ์ ญาณกรธนาพันธุ์ ได้รับการจัดสรร 574.71 ล้านหุ้น

EFORL ถูกปลุกผีขึ้นมารอบใหม่แล้ว แมลงเม่าที่จะตามแห่เข้าไปต้องระวังรายใหญ่ทุบขายทำกำไร

แต่ที่สำคัญ จะเข้าไปลุยหุ้นตัวนี้ต้องตอบคำถามให้ได้ว่า ราคาที่พุ่งทะยานเกิดจากเหตุผลใด

และ EFORL จะเป็นหุ้นเทิร์นอะราวนด์ กลับมาฟื้นจริงหรือไม่ หรือมีใครกำลังก่อกองไฟล่อแมลงเม่า








กำลังโหลดความคิดเห็น...