xs
xsm
sm
md
lg

ททท.คาดเปิดรับนักท่องเที่ยวไตรมาส 3 มั่นใจรายได้ทั้งปีกว่า 1.2 ล้านล้านบาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


นายยุทธศักดิ์ สุภสร
ททท.เร่งออกผลิตภัณฑ์กระตุ้นท่องเที่ยว รองรับดีมานด์การฟื้นตัวภายในประเทศ หลังแพกเกจ "โสดสายชิลล์ Secret Rooftop กลางทะเลพัทยา" ได้รับการตอบรับอย่างมาก มั่นใจทั้งปีเดินตามเป้านโยบาย 'พิพัฒน์' รายได้ไม่ต่ำกว่า 1.2 ล้านล้านบาท เที่ยวในประเทศกว่า 160 ล้านคนต่อครั้ง ร่วมกับสธ.ออกคู่มือมาตรฐาน SOP นำร่อง 5 จังหวัด ก่อนขยายผลสู่จังหวัดอื่น คาดผลฉีดวัคซีนทั่วโลกอาจทำให้ยุโรป-สหรัฐฯ กลุ่มแรกเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย เดินตามแผนเปิดประเทศภายในไตรมาส 3 

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยถึงแผนการทำตลาดท่องเที่ยวในประเทศไทยว่า ททท.ได้จัดเส้นทางคนโสด โดยร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการเจาะกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง เช่น กลุ่มคนโสด (Solo Travel) มีศักยภาพในการใช้จ่าย และในสถานการณ์ที่มีโควิด-19 ไม่ใช่จะมุ่งกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงเท่านั้น แต่ต้องมองกลุ่มที่มีความต้องการด้วย ซึ่งเส้นทางคนโสด เป็นครั้งที่ 3 ที่ได้ดำเนินการต่อ นำร่องในคอนเซ็ปต์ "โสดสายชิลล์ Secret Rooftop กลางทะเลพัทยา" จังหวัดชลบุรี ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้คนโสดได้มีโอกาสเดินทาง สร้างแรงบันดาลใจ หลังจากเกิดวิกฤตโควิด-19 ระลอกใหม่ที่ผ่านมา

"หากเราสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของคนกลุ่มนี้ (คนโสด) จะเป็นการสร้างกำลังซื้อ กระตุ้นในเรื่องการท่องเที่ยวภายในประเทศในภาวะที่เราไม่สามารถที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวในระยะอันใกล้นี้ได้ ดังนั้น การดำเนินกลยุทธ์ในเรื่องกระตุ้นท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางคนโสด หรือ ผลิตภัณฑ์เส้นทางอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นตามมา จะเป็นส่วนหนึ่้งช่วยผลักดันให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ ฯพณฯ ท่านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้วางเป้ารายได้จากการท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 1.2 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะการท่องเที่ยวภายในประเทศต้องเกิดขึ้นไม่ต่ำกว่า 160 ล้านคนต่อครั้ง หรือคิดเป็นเม็ดเงิน 870,000 ล้านบาท"

สำหรับความคืบหน้าในการเปิดประเทศผ่านการนำร่อง 5 จังหวัดสำคัญนั้น ผู้ว่าฯททท.ระบุว่า เรามีความอยากให้เปิดประเทศกลับมา แต่ทุกอย่างต้องดำเนินการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ระมัดระวัง และในที่สุดจะต้องไม่ทำให้ประเทศไทย และประชาชนอยู่ในความเสี่ยงที่จะกลับมาเกิดการระบาดซ้ำ

ดังนั้น จึงนำร่องเปิดพื้นที่ใน 5 จังหวัด ในรูปแบบ "แอเรีย ควอรันทีน" มากขึ้น ขณะนี้ได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ออกคู่มือมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOP) เพื่อเป็นแนวทางให้แก่ 5 จังหวัดนำร่อง และหลังจากนั้นอาจจะเริ่มผ่อนคลายเพิ่มมากขึ้น

“ตอนนี้ที่ให้ต่างชาติเข้ามาอยู่ตามโปรแกรม แอเรีย ควอรันทีน ก็จะคละๆ กัน เพียงแต่ทางททท.กำลังดูว่า ถ้าเริ่มดำเนินการได้ และหากมีการขายแพกเกจออกไปก็อาจจะตรงกับช่วงซัมเมอร์ของทางยุโรป หรือสหรัฐอเมริกา อย่างที่สหรัฐฯ คาดว่าการฉีดวัคซีนแล้วเสร็จในช่วงซัมเมอร์ คนของประเทศนี้ก็อยากจะเดินทางออกมา เราจะเห็นนักท่องเที่ยวกลุ่มแรกที่เดินทางมาจากระยะไกลก่อน”

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจาก 5 จังหวัดนำร่องแล้ว คงต้องดูหลายสถานการณ์ประกอบ พิจารณาเรื่องแผนการฉีดวัคซีนให้ประชาชนคนไทย ซึ่งรัฐบาลพยายามเข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการ และผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคธุรกิจท่องเที่ยว เพื่อให้อุตสาหกรรมฟื้นขึ้นมาโดยเร็ว และให้ภาคการท่องเที่ยวกลับมาเป็นส่วนหนึ่งในการเป็นกลไกเพิ่มพลังให้เศรษฐกิจไทยกลับมาสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

ทั้งนี้ ปัจจัยในการกำหนดนักท่องเที่ยวเข้ามา ต้องพิจารณาปัจจัยหลายอย่าง ทั้งมาตรการสาธารณสุข ประชาชนในประเทศมีความต้องการเปิดรับเมื่อไหร่ สถานการณ์การฉีดวัคซีน ความสะดวกสบายในการเดินทางเข้าประเทศ และสำคัญที่สุด นโยบายของประเทศต้นทางซึ่งเป็นประเทศเป้าหมายของเรา เช่น ประเทศจีน หรือประเทศใกล้ๆ หลายประเทศก็ให้ความสำคัญในการควบคุมการระบาดภายในประเทศ ไม่อนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศ แต่จากข้อมูลของสำนักงาน ททท.จำนวน 29 แห่ง ยืนยันตรงกันว่า หลายประเทศที่เริ่มฉีดวัคซีน นักท่องเที่ยวเหล่านี้ต้องการเดินทางออกมา และคาดว่าภายในไตรมาสที่ 4 น่าจะเห็นการเดินทางกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างประเทศ

"ทางเราโดย ฯพณฯ รมต.อยากให้เห็นการกลับเข้ามาของนักท่องเที่ยวโดยเร็วภายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2564"


ผู้ว่าฯ ททท. กล่าวถึงการปรับเปลี่ยนมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวในส่วนของแพกเกจ "เที่ยวไทยวัยเก๋า" ว่า ได้ปรับมาเป็น "ทัวร์เที่ยวไทย" ซึ่งได้มีการทำรายละเอียดส่งหนังสือไปถึงสำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ในฐานะคณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากมีการเปลี่ยนสาระสำคัญของโครงการ ได้แก่

1.มีการขยายกลุ่มเป้าหมาย โดยไม่จำกัดแค่ผู้สูงอายุ แต่จะขยายกลุ่มเป้าหมายครอบคลุมระดับอายุมากขึ้น เริ่มตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป

2.เงินสนับสนุน จากเดิมมองไปที่ผู้ลงทะเบียนรับสิทธิ ปรับเปลี่ยนเป็นบริษัทนำเที่ยว ซึ่งแม้จะมีการปรับเปลี่ยนสาระสำคัญ แต่ในหลักการยังคงเหมือนเดิม กล่าวคือ โดยจะสมทบเงินให้ 40% หรือไม่เกิน 5,000 บาทต่อคน ให้ออกเดินทางท่องเที่ยวผ่านบริษัททัวร์นำเที่ยวในราคาแพกเกจขั้นต่ำ 12,500 บาท ในจำนวน 1 ล้านคนเหมือนเดิม ซึ่งจะให้บริษัททัวร์รับให้บริการคนเข้าร่วมโครงการได้จำนวน 3,000 คนต่อ 1 บริษัท รวมบริษัททัวร์ประมาณ 300 ราย ระยะเวลาดำเนินโครงการ 3 เดือน

"เมื่อมีการเปลี่ยนสาระสำคัญ ทางสภาพัฒน์ อยากให้ ททท. ไปผ่านขั้นตอนของสภาพัฒน์ ก่อนจะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี และดำเนินการได้ภายในเดือนมีนาคมนี้"
กำลังโหลดความคิดเห็น