xs
xsm
sm
md
lg

เก็งงบฯ โค้ง 3 SCC มีลุ้นโตแตะหมื่นล้านบาท

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



6 โบรกเกอร์ ส่องแนวโน้มงบไตรมาส 3/63 SCC ประเมินกำไรโตแตะ 8.6 พันล้านบาท-1.1 หมื่นล้านบาท รับกลุ่มปิโตรฯ ฟื้นตัว อุปสงค์จากจีนแข็งแกร่ง แต่ยังหวั่นโค้งสุดท้ายของปีสะดุด เหตุมีปิดซ่อมโรง MOC ขณะที่ทั้งปี 63 คาดกำไร 3.3 หมื่นล้านบาท ส่วนปี 64 อยู่ที่ 3.7 หมื่นล้านบาท

ทรีนีตี้ ประเมินกำไรโค้ง 3 ทำได้ 1.1 หมื่นล้านบาท

บทวิเคราะห์หลักทรัพย์ จาก บล.ทรีนีตี้ ประเมินกำไรสุทธิของ บมจ.ปูนซีเมนต์ไทย (SCC) ใน Q3/63 ที่จะประกาศงบการเงินในวันที่ 29 ต.ค.นี้ โดยคาดว่าจะมีกำไรอยู่ที่ 11,000 ล้านบาท หรือเติบโต 77.29% ทั้งนี้เป็นผลมาจากธุรกิจปิโตรเคมีที่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน รวมถึงอุปสงค์จากจีนยังแข็งแกร่งสะท้อนจากตัวเลข PMI และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ส่งผลให้ส่วนต่างปิโตรเคมีปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างอาจยังอ่อนตัว จากผลกระทบของฤดูกาลที่เป็นหน้าฝน

โนมูระฯ หวั่น Q4/63 กำไรต่ำสุดของปี

ด้าน บล.โนมูระ พัฒนสิน มีมุมมองที่ต่ำที่สุด แม้ว่าจะมีแรงหนุนของอัตรากำไรธุรกิจซีเมนต์และธุรกิจเคมีภัณฑ์ แต่ยังมีแรงกดดันจากกลุ่มธุรกิจซีเมนต์ที่เป็นช่วง low season และธุรกิจเคมีภัณฑ์ที่ปริมาณขายลดลงจากเผื่อ stock รองรับการขายในช่วงปิดซ่อมโรง MOC

อย่างไรก็ดี แม้ว่าผลการดำเนินงานใน Q3/63 จะเติบโตดี แต่แนวโน้มใน Q4/63 มีความเสี่ยง โดยโนมูระ พัฒนสิน คาดกำไรปกติจะต่ำสุดในปี ลดลงทั้งจากช่วงเดียวกับปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า จากแรงฉุดของธุรกิจเคมีภัณฑ์ที่มาจากการปิดซ่อมโรง MOC เป็นหลัก

หยวนต้า คงกำไรปีนี้ที่ 3.3 หมื่นล้านบาท

ด้าน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) มีมุมมองในทิศทางเดียวกันว่า แนวโน้ม Q4/63 คาดผลประกอบการถูกถ่วงจากแผนปิดซ่อมบำรุงโรงงาน MOC 45 วัน ประเมินผลกระทบปริมาณขาย 1.2 แสนตัน ผลกระทบอาจลดลงหากอุปสงค์ในตลาดอยู่ในระดับดี ทั้งนี้ ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 63 ที่ 33,000 ล้านบาท ส่วนปี 64 ที่ 37,000 ล้านบาท และยังคงแนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสมปีนี้ให้ไว้ที่ 395 บาท

มองว่าผลประกอบการในครึ่งปีหลัง 63 ไม่น่ากังวลเท่าเดิม เนื่องจากธุรกิจปิโตรเคมีฟื้นตัวเร็วกว่าคาด นอกจากนี้ พื้นฐานหุ้นยังแข็งแกร่งด้วยฐานะการเงินมั่นคง รองรับการเติบโตได้อีกมาก

บัวหลวง-ฟิลลิป แนะนำซื้อ SCC ให้เป้าหมาย 400-430 บ.

ส่วน บล.บัวหลวง คาดว่ากำไรจะเติบโตได้ต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทแนะนำ ซื้อ โดยให้ราคาเป้าหมายปี 63 ที่ 430 บาทต่อหุ้น ปัจจุบันหุ้นเทรด PE 10.7 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต 0.7SD และคาดจะมีเงินปันผลอีก 4.7%

ขณะที่ บล.ฟิลลิป มองแนวโน้มในปี 64 น่าจะกลับมาเติบโตได้จากธุรกิจปิโตรเคมีที่มีกำลังการผลิตใหม่ และธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่มีศักยภาพเติบโตหลัง IPO อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงแนะนำซื้อ และให้ราคาเป้าหมายปีนี้ไว้ที่ 400 บาท

โบรก คาดการณ์กำไร  เปลี่ยนแปลง% YoY คำแนะนำ ราคาเป้าหมาย
บล.โนมูระ 8,624 38.9 ซื้อเก็งกำไร 362 (ปี63)/369 (ปี64)
บล.กรุงศรี 9,700 56.34 ถือ 350 (ปี 63)
บล.ทรีนีตี้ 11,000 77.29 ซื้อเก็งกำไร 380 (ปี 64)
บล.หยวนต้า 10,000 61.17 ซื้อ 395 (ปี 63)
บล.บัวหลวง 10,300 66.01 ซื้อ 430 (ปี 63)
บล.ฟิลลิป 10,000 61.17 ซื้อ 400 (ปี 63)


กำลังโหลดความคิดเห็น...