xs
xsm
sm
md
lg

บอส “ไทยยูเนี่ยน” เชื่อนักลงทุนตอบรับหุ้นกู้ที่ขายปลาย พ.ย.นี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้บริหาร "ไทยยูเนี่ยน" เชื่อหุ้นกู้ด้อยสิทธิคล้ายทุนที่เสนอเขายนักลงทุนปลายเดือน พ.ย.นี้จะได้รับการตอบรับที่ดี เพราะให้ผลตอบแทนในระดับ 5% ต่อปีในช่วง 5 ปีแรก และได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ที่ A- จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด

นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU กล่าวว่า “ตามที่บริษัทได้ออกหุ้นกู้คล้ายทุนนั้น เชื่อนักลงทุนให้ความสนใจตอบรับหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนของบริษัท ด้วยความมั่นใจในศักยภาพและความแข็งแกร่งทั้งโครงสร้างธุรกิจและโครงสร้างทางการเงินของ “ไทยยูเนี่ยน” ในฐานะผู้นำธุรกิจอาหารทะเลของโลก ขณะเดียวกัน ยังเป็นโอกาสที่เหมาะสมในการเข้าลงทุนในหุ้นกู้ฯ ที่ให้ผลตอบแทนในระดับ 5% ต่อปีในช่วง 5 ปีแรก ด้วยอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ที่ A- ตอบโจทย์กลุ่มนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในตราสารที่ให้ผลตอบแทนที่น่าพอใจและเป็นหุ้นกู้ฯที่ออกโดยบริษัทที่มีความมั่นคงสูง”

“หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ” กำลังจะออกและเสนอขายให้แก่นักลงทุนทั่วไปในวงเงินจำนวน 4 พันล้านบาท และมีหุ้นกู้สำรองเพื่อเสนอขายเพิ่มเติมอีกจำนวน 2 พันล้านบาท รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 6 พันล้านบาท ในระหว่างวันที่ 26-28 พฤศจิกายนนี้

ทั้งนี้ หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ไถ่ถอนเมื่อเลิกบริษัท ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนด และมีสิทธิเลื่อนชำระดอกเบี้ยโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ของบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 2/2562 ผู้ออกหุ้นกู้สามารถใช้สิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนดในวันครบกำหนด 5 ปี หรือตามเงื่อนไขอื่นๆ ที่กำหนดไว้ในแบบแสดงรายการข้อมูลฯ และร่างหนังสือชี้ชวน และมีอัตราดอกเบี้ย 5.00% ต่อปีในช่วง 5 ปีแรก โดยจ่ายดอกเบี้ยทุกๆ 3 เดือน จะเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป และ/หรือผู้ลงทุนสถาบันผ่านธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และบริษัทหลักทรัพย์ภัทร

"เราเชื่อว่านอกจากนักลงทุนจะพิจารณาจากอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนแล้ว ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ ความมั่นคงของกิจการของผู้ออกตราสาร รวมถึงโอกาสในการเติบโตของอุตสาหกรรม ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมาเป็นบทพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของไทยยูเนี่ยน ที่เราสามารถผลักดันให้บริษัทขึ้นสู่การเป็นบริษัทชั้นนำในธุรกิจอาหารทะเลในระดับโลก ด้วยการสร้างผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย และมีแบรนด์ที่เข้มแข็งกว่า 14 แบรนด์ที่ขยายไปทั่วโลก บริษัทยังให้ความสำคัญต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและมีความรับผิดชอบในทุกมิติทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสนับสนุนที่ทำให้เชื่อว่านักลงทุนจะให้การตอบรับหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ของไทยยูเนี่ยน ด้วยดีอย่างแน่นอน”

นอกจากนี้ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ซึ่งจัดอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทไว้ที่ระดับ A+ และจัดอันดับความน่าเชื่อของหุ้นกู้ด้อยสิทธิฯ ที่ระดับ A- สะท้อนถึงความเป็นผู้นำของบริษัทในฐานะผู้ผลิตอาหารทะเลแปรรูปชั้นนำของโลก รวมถึงการมีสินค้าและฐานลูกค้าที่หลากหลาย และตราสัญลักษณ์สินค้าที่เป็นที่รู้จักทั้งในทวีปยุโรปและสหรัฐอเมริกา โดยทริสเรทติ้งยังคงมีมุมมองว่าผลการดำเนินงานของบริษัทจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นตามกลยุทธ์ของบริษัทที่มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ การควบคุมต้นทุน และปรับปรุงประสิทธิภาพทางการผลิต โดยภาระหนี้ของบริษัทจะปรับลดลงตามผลการดำเนินงานที่ฟื้นตัวดีขึ้นและค่าใช้จ่ายเงินลงทุนที่ลดลง

นายธีรพงศ์กล่าวทิ้งท้ายว่า “บริษัทมีความแข็งแกร่งทางการเงิน ดังจะเห็นได้จากการบริหารจัดการทางการเงินที่เข้มงวด มีนโยบายการบริหารความเสี่ยงทางการเงินและทางธุรกิจที่ชัดเจนและระมัดระวัง บริษัทจึงสามารถจ่ายชำระภาระผูกพันต่างๆ ได้อย่างครบถ้วนและสร้างผลตอบแทนที่ดีให้ผู้ถือหุ้นตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ดำเนินกิจการ และการออกหุ้นกู้ฯ ในครั้งนี้เพื่อปรับโครงสร้างทางการเงินที่เหมาะสมและมีความยืดหยุ่นเพื่อให้บริษัทมีความพร้อมในทุกโอกาสการลงทุนและการเติบโตของกิจการ บริษัทได้ปรับใช้มาตรฐานบัญชีใหม่ TAS32 ก่อนกำหนดตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา และหุ้นกู้นี้มีข้อกำหนดเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่จะนับเป็นทุนในทางบัญชีได้”


กำลังโหลดความคิดเห็น...