xs
xsm
sm
md
lg

โบรกฯ ประสานเสียงแนะ “ซื้อ” MINT ลุ้น Q3/62 เติบโตเด่น รับรู้กำไรพิเศษขายโรงแรม 2.1 พันล้าน ธุรกิจอาหารเริ่มฟื้น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


โบรกเกอร์แนะนำ "ซื้อ" หุ้น บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) หลังมองผลการดำเนินงานไตรมาส 3/62 เตรียมบันทึกกำไรพิเศษขายโรงแรม Tivoli 3 แห่งมูลค่าราว 2.1 พันล้านบาท ขณะที่ธุรกิจโรงแรมกลับเติบโตได้ดีกว่ากลุ่มฯ เหตุไม่ถูกกระทบเรื่องปัจจัยทางฤดูกาล เพราะมีธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศที่ยังขยายตัวได้ดี ส่วนธุรกิจอาหารคาดว่าอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวได้ในช่วงครึ่งหลังปีนี้ โดยรุกปรับกลยุทธ์มุ่งเจาะตลาดกลุ่มลูกค้า Delivery ที่กำลังเติบโต ปัจจุบัน MINT มีโรงแรมและรีสอร์ตกว่า 520 แห่ง ร้านอาหารกว่า 2,200 สาขา และมีจุดจำหน่ายสินค้ากว่า 490 แห่งในประเทศไทย และอีก 62 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง แอฟริกา มหาสมุทรอินเดีย ยุโรป และอเมริกา พักเที่ยงราคาหุ้น MINT อยู่ที่ 36 บาท ไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อน ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยลดลง 0.40%

โบรกเกอร์ คำแนะนำ ราคาเป้าหมาย
ฟินันเซีย ไซรัส ซื้อ 48.00
ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบีฯ ซื้อ 44.00
ทิสโก้ ซื้อ 47.00
ฟิลลิปฯ ซื้อ 45.00
ไทยพาณิชย์ ซื้อ 47.00
โนมูระ พัฒนสิน ซื้อ 44.00
กรุงศรี ซื้อ 47.00
หยวนต้า ซื้อเก็งกำไร 48.50

นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส เปิดเผยว่า จากแนวโน้มผลประกอบการ MINT ในครึ่งหลังปีนี้คาดว่าจะเติบโตได้แข็งแกร่ง โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศยังขยายตัวได้ดี ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีโอกาสที่รายได้เริ่มส่งสัญญาณเร่งตัวขึ้นจากครึ่งปีแรก และธุรกิจอาหารคาดว่าจะเห็นยอดขายสาขาเดิมติดลบน้อยลงภายหลังปรับกลยุทธ์มุ่งเจาะตลาดกลุ่มลูกค้า Delivery ที่กำลังเติบโตมากขึ้น

ปัจจุบันฝ่ายวิจัยฯ ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" หุ้น MINT เพราะมีอัปไซด์ที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับราคาพื้นฐานที่ 48 บาท ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นมาจากแนวโน้มกำไรไตรมาส 3/62 ที่เตรียมประกาศในเร็วๆ นี้ เชื่อว่าจะเติบโตโดดเด่นกว่าหุ้นโรงแรมในอุตสาหกรรมเดียวกัน เพราะนอกจากจะไม่ถูกกระทบเรื่องปัจจัยทางฤดูกาลแล้ว บริษัทยังมีการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายและเช่ากลับโรงแรม Tivoli 3 แห่งมูลค่าราว 2.1 พันล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิปีนี้คาดเติบโตกว่า 28% เมื่อเทียบกับปีก่อน และกำไรสุทธิในปี 63 คาดเติบโตต่อเนื่อง 14% เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิในปี 62

"แม้ว่าที่ผ่านมาเราจะปรับลดมุมมองหุ้น MINT มาเป็น Conservative มากขึ้น เพราะกังวลปัจจัยลบค่าเงินบาทที่แข็งค่าจนอาจกระทบผลประกอบการในครึ่งปีหลังต่ำกว่าคาด แต่ในไตรมาส 3/62 เราเริ่มเห็นสัญญาณเป็นบวกของการเติบโตมากกว่ากลุ่มฯ เพราะรับรู้กำไรพิเศษ ดังนั้น ถ้าวิเคราะห์จากกำไรสุทธิปีนี้และปีหน้าหุ้น MINT ยังมีอัปไซด์ที่น่าสนใจในการซื้อลงทุน" นายวีระวัฒน์กล่าว

ด้าน บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) มีมุมมองเชิงบวกในหุ้น MINT โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากผลประกอบการไตรมาส 3/62 คาดเติบโต 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากการขายและเช่ากลับโรงแรม 3 แห่ง แม้ว่าจะเป็นการเพิ่มขึ้นของกำไรเพียงแค่ครั้งเดียว แต่ในระยะถัดไปเชื่อว่า MINT จะดำเนินการทำธุรกรรมขายและเช่ากลับในสินทรัพย์อื่นๆ มากขึ้นเพื่อรับผลตอบแทนเป็นกำไรและอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่ต่ำลง ทำให้ฝ่ายวิจัยฯ มองว่าประเด็นการใช้มาตรฐานการบัญชีใหม่ (TFRS9) จึงไม่ใช่ข้อกังวลจนน่าเป็นห่วงนัก

สำหรับ บล.โนมูระ พัฒนสินระบุว่า มีมุมมอง Neutral ต่อกลุ่มโรงแรมและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในไทย เพราะคาดว่ายังต้องใช้เวลาการฟื้นตัว และมีการแข่งขันด้านราคารุนแรง แม้ว่าในเดือน ส.ค.ตัวเลขนักท่องเที่ยวเติบโตได้ดี โดยเพิ่มขึ้น 7.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนสู่ 3.5 ล้านคน โดยนักท่องเที่ยวจีนเติบโตถึง 19% คาดส่วนหนึ่งมาจากฐานต่ำในปีก่อนที่นักท่องเที่ยวลดลง 12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนเนื่องจากมีเหตุการณ์เรือล่มที่ภูเก็ตในวันที่ 5 ก.ค. 61 และเริ่มมีมาตรการภาครัฐออกมากระตุ้นการท่องเที่ยวมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยฯ ยังคงชื่นชอบหุ้น MINT ยกขึ้นเป็น Top pick หุ้นเด่นของกลุ่มฯ ประเมินราคาพื้นฐาน 44 บาท


กำลังโหลดความคิดเห็น...