xs
xsm
sm
md
lg

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดเศรษฐกิจชะลอตัว กดรายได้ในกรอบจำกัด ดันปัญหา NPL พุ่ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองภาพรวมรายได้จากธุรกิจหลักของธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศ 19 แห่ง ในไตรมาสที่ 3/2562 จะยังมีกรอบเติบโตที่ค่อนข้างจำกัดท่ามกลางสัญญาณชะลอตัวต่อเนื่องของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แม้ว่าภาพรวมผลประกอบการไตรมาสที่ 3/2562 ของระบบธนาคารพาณิชย์ไทย อาจสามารถบันทึกกำไรสุทธิได้สูงขึ้น ทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการรับในไตรมาส 3/2562 จะเพิ่มขึ้น 4.6% YoY เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (จากที่เริ่มพลิกกลับมาเป็นบวกที่ 1.1% YoY ในไตรมาส 2/2562) โดยน่าจะยังคงเห็นธนาคารพาณิชย์พยายามผลักดันสัดส่วนของรายได้ค่าธรรมเนียมจากส่วนอื่นๆ มาชดเชยรายได้ที่หายไปจากการยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนเงินผ่านช่องทางดิจิทัล นอกจากนี้ อาจเริ่มเห็นทิศทางที่ทยอยดีขึ้นของรายได้สุทธิจากธุรกิจประกัน และการเติบโตต่อเนื่องของค่านายหน้าในส่วนอื่นๆ

ขณะที่ทิศทางเศรษฐกิจไทยที่ชะลอลงในหลายภาคส่วนทำให้ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งยังคงต้องดูแล และให้ความสำคัญกับปัญหาคุณภาพหนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการติดตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้เพื่อทยอยปรับโครงสร้าง หลังจากที่เห็นสัญญาณการขยับขึ้นของสัดส่วนยอดคงค้างเงินให้สินเชื่อกล่าวถึงเป็นพิเศษ (% SM Ratio) ทั้งในส่วนของสินเชื่อผู้ประกอบธุรกิจและสินเชื่อรายย่อยอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของระบบธนาคารพาณิชย์ (รวมระบบธ.พ.ไทย และสาขาธ.พ. ต่างประเทศ) หรือ NPL Ratio มีโอกาสขยับขึ้นมาที่กรอบ 2.97-3.02% ในไตรมาส 3/2562 สูงขึ้นเมื่อเทียบกับระดับ 2.95% ในไตรมาส 2/2562

อย่างไรก็ดี เนื่องจากธนาคารพาณิชย์หลายแห่งมีการตั้งสำรองฯ ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้านี้ ทำให้คาดว่า ในไตรมาส 3/2562 อาจจะเห็นการปรับตัวลงของค่าใช้จ่ายในการกันสำรองฯ มาที่ระดับประมาณ 3.218 หมื่นล้านบาท จากระดับ 3.26 หมื่นล้านบาทในไตรมาสที่ 2/2562 ซึ่งน่าจะส่งผลต่อเนื่องให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองเผื่อหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อ (Credit Cost) ปรับตัวลดลงได้ต่อเนื่อง

โดยสรุป ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า แม้ระบบธนาคารพาณิชย์ไทยจะยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรไว้ได้ในไตรมาสที่ 3/2562 (คาดว่า ระบบธนาคารพาณิชย์ไทย จะบันทึกกำไรสุทธิไตรมาส 3/2562 ในกรอบประมาณ 5.66-5.78 หมื่นล้านบาท) แต่เหตุผลหลักๆ น่าจะมาจากรายการพิเศษ อาทิ กำไรจากการขายบริษัทลูก-บริษัทย่อยของธนาคาร ตลอดจนการปรับลดค่าใช้จ่ายในการกันสำรองเผื่อหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญ และการบริหารจัดการด้านต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิอาจเติบโตในกรอบจำกัดตามการชะลอตัวของสินเชื่อและการปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้

อย่างไรก็ดี คาดว่าแรงหนุนของผลประกอบการในไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 น่าจะอยู่ที่การฟื้นตัวของการเบิกใช้สินเชื่อ และรายได้จากค่าธรรมเนียมที่ได้รับอานิสงส์จากปัจจัยเชิงฤดูกาลในช่วงปลายปี อาทิ ค่านายหน้าจากการขายผลิตภัณฑ์ประกัน และค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต


กำลังโหลดความคิดเห็น...