xs
xsm
sm
md
lg

กสิกรฯ คาดกำไรแบงก์ Q3 อยู่ในกรอบ 5.66-5.78 หมื่นล้าน เอ็นพีแอลยังเพิ่ม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินกำไรแบงก์ไตรมาส 3 อยู่ในกรอบ 5.66-5.78 หมื่นล้าน จากรายการพิเศษ ค่าใช้จ่ายกันสำรองหนี้สูญลด ต้นทุนลด ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเติบโตในกรอบจำกัด ขณะที่เอ็นพีแอลอยู่ที่ 2.97-3.02% จากระดับ 2.95% ในไตรมาส 2

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ภาพรวมรายได้จากธุรกิจหลักของธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศ 19 แห่ง (ระบบ ธ.พ.ไทย) ในไตรมาสที่ 3/2562 จะยังมีกรอบเติบโตที่ค่อนข้างจำกัดท่ามกลางสัญญาณชะลอตัวต่อเนื่องของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แม้ว่าภาพรวมผลประกอบการไตรมาสที่ 3/2562 ของระบบ ธ.พ.ไทย อาจสามารถบันทึกกำไรสุทธิได้สูงขึ้น ทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน  

ทั้งนี้ รายได้ดอกเบี้ยสุทธิในไตรมาส 3/2562 อาจขยับขึ้นเล็กน้อยประมาณ 0.7% YoY เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากคาดว่า จาก 3 ปัจจัยที่กดดันอยู่ ประกอบด้วย 1.สินเชื่อชะลอตัว โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า สินเชื่อของระบบ ธ.พ.ไทยในไตรมาสที่ 3/2562 จะขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงมาที่ 4.0% YoY จากที่ขยายตัว 4.2% YoY ในไตรมาสที่ 2/2562 โดยการเบิกใช้สินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนและสินเชื่อเพื่อการลงทุนของภาคธุรกิจยังคงมีสัญญาณอ่อนแอ เช่นเดียวกับสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ที่น่าจะมีทิศทางชะลอลง

2.การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MRR และ MOR เพียงขาเดียว (ดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายย่อยและ SMEs) ตามการปรับลดลงของอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยในเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา และ 3.ภาระในการจ่ายดอกเบี้ย หลังจากที่ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำและออมทรัพย์พิเศษบางรายการในช่วงครึ่งแรกของปี แม้ว่าการออกแคมเปญผลิตภัณฑ์เงินฝากใหม่ๆ ในไตรมาสที่ 3/2562 จะเริ่มชะลอลงแล้วก็ตาม จากทิศทางดังกล่าว ทำให้คาดว่าอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (NIM) จะชะลอลงในไตรมาสที่ 3/2562 มาอยู่ที่ระดับ 2.78-2.80% จาก 2.86% ในไตรมาสที่ 2/2562  

ด้านรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการในไตรมาสที่ 3/2562 คาดว่าจะประคองทิศทางการขยายตัวได้ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน แต่การฟื้นตัวขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมฯ ยังจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป และหลักๆ จะเป็นผลมาจากฐานเปรียบเทียบที่ต่ำในช่วงเดียวกันปีก่อน โดยคาดว่า รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการรับในไตรมาส 3/2562 จะเพิ่มขึ้น 4.6% YoY เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (จากที่เริ่มพลิกกลับมาเป็นบวกที่ 1.1% YoY ในไตรมาส 2/2562) โดยน่าจะยังคงเห็นธนาคารพาณิชย์พยายามผลักดันสัดส่วนของรายได้ค่าธรรมเนียมจากส่วนอื่นๆ มาชดเชยรายได้ที่หายไปจากการยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนเงินผ่านช่องทางดิจิทัล นอกจากนี้ อาจเริ่มเห็นทิศทางที่ทยอยดีขึ้นของรายได้สุทธิจากธุรกิจประกัน และการเติบโตต่อเนื่องของค่านายหน้าในส่วนอื่นๆ

นอกจากนี้ ทิศทางเศรษฐกิจไทยที่ชะลอลงในหลายภาคส่วนทำให้ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งยังคงต้องดูแล และให้ความสำคัญต่อปัญหาคุณภาพหนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการติดตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้เพื่อทยอยปรับโครงสร้าง หลังจากที่เห็นสัญญาณการขยับขึ้นของสัดส่วนยอดคงค้างเงินให้สินเชื่อกล่าวถึงเป็นพิเศษ (% SM Ratio) ทั้งในส่วนของสินเชื่อผู้ประกอบธุรกิจและสินเชื่อรายย่อยอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา 

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของระบบธนาคารพาณิชย์ (รวมระบบ ธ.พ.ไทย และสาขา ธ.พ.ต่างประเทศ) หรือ NPL Ratio มีโอกาสขยับขึ้นมาที่กรอบ 2.97-3.02% ในไตรมาส 3/2562 สูงขึ้นเมื่อเทียบกับระดับ 2.95% ในไตรมาส 2/2562 อย่างไรก็ดี เนื่องจากธนาคารพาณิชย์หลายแห่งมีการตั้งสำรองฯ ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้านี้ ทำให้คาดว่า ในไตรมาส 3/2562 อาจจะเห็นการปรับตัวลงของค่าใช้จ่ายในการกันสำรองฯ มาที่ระดับประมาณ 3.218 หมื่นล้านบาท จากระดับ 3.26 หมื่นล้านบาทในไตรมาสที่ 2/2562 ซึ่งน่าจะส่งผลต่อเนื่องให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองเผื่อหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อ (Credit Cost) ปรับตัวลดลงได้ต่อเนื่อง
กำลังโหลดความคิดเห็น...