xs
xsm
sm
md
lg

โค้งสุดท้ายตลาดการลงทุน จับตา 3 ประเด็นที่มีผลต่อเศรษฐกิจโลก ชี้แม้ตลาดการลงทุนผันผวนตลอดปี แต่ยังมีสินทรัพย์ลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


นักลงทุนรุ่นใหม่ประเมินการลงทุน จับตาสถานการณ์เศรษฐกิจ3 ประเด็น ที่เป็นสาเหตุของปัญหาเศรษฐกิจโลก กระทบการลงทุนปีนี้ ชี้แม้ตลาดผันผวนสูงแต่ก็มีสินทรัพย์บางตัวที่สร้างผลตอบแทนการลงทุนได้ดี อาทิ บิทคอยน์ ดัชนี S&P500 และทองคำ แต่ต้องเข้าซื้อในจังหวะที่ราคาย่อตัวและไม่หลุดแนวรับกลายเป็นขาลงส่วนหุ้นไทยยังเป็นโอกาสเข้าซื้อได้ หากยืนเหนือ 1,600 จุด

นายณพวีร์ พุกกะมาน ผู้บริหารส่วนภูมิภาคจีเอ็มไอ เอดจ์ กลุ่มสถาบันการเงินจากประเทศอังกฤษ และผู้ก่อตั้ง CreativeInvestment Academy (CIA) สถาบันให้ความรู้ด้านนวัตกรรมการลงทุนรูปแบบใหม่ กล่าวว่าจากการติดตามตลาดการลงทุนนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงสิ้นเดือนกันยายนหรือจบไตรมาสสามตลาดการลงทุนในระดับโลกและภูมิภาคมีความผันผวนเป็นไปในทิศทางเดียวกันเพราะผลพวงจากสงครามการค้าหรือสถานการณ์ความไม่แน่นอนต่างๆทำให้มีผลกระทบต่อตลาดการลงทุน แต่จากการติดตามสถานการณ์ตลาดพบว่าสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนได้สูงสุดก็คือบิทคอยน์ โดยราคาปรับตัวสูงขึ้น 114%ขณะที่อันดับรองลงมาคือดัชนี S&P500 โดยปรับตัวขึ้นมา21% แม้จะมีการพักฐานแรงหลายครั้ง ส่วนทองคำสร้างผลตอบแทน 17%

ขณะที่ตลาดหุ้นไทยดัชนี SET Index ปรับตัวขึ้น 4.7% โดยมีข้อสังเกตคือตลาดหุ้นไทยปีนี้มีการปรับฐานหลายครั้งมากแต่ทุกครั้งที่ตลาดฟื้นตัวจะสร้างผลตอบแทนได้ดี เช่นเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 SET Index ลดลงจาก 1,683 จุด มาที่ 1,599 จุด ลดลง 84 จุด หรือ 4.99% ก่อนที่จะดีดกลับมาที่1,747 จุด เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2562เพิ่มขึ้น 148 จุด หรือเพิ่มขึ้นถึง 9.26%ใครที่เข้าลงทุนในช่วงนั้นจะได้ผลตอบแทนที่ดีมาก

“แม้ปีนี้ตลาดการลงทุนจะผันผวนหนัก แต่ยังมีสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนได้ดีแต่ต้องซื้อในจังหวะที่ราคาย่อตัวและขายออกไปเมื่อราคาดีดตัวกลับ ทั้ง บิทคอยน์ และดัชนีS&P500 เช่นเดียวกับทองคำยังมีโอกาสเข้าลงทุนได้โดยเฉพาะทองคำหากไม่หลุดระดับ 1,450 เหรียญ เพราะภาพรวมยังเป็นขาขึ้นและอาจจะมีโอกาสทำกำไรได้ที่จุดสูงสุดเดิมคือ 1,550 เหรียญ”

ขณะที่ตลาดหุ้นไทยแนวรับที่ระดับ 1,600 จุด ถือเป็นจุดเข้าซื้อที่ดีเพราะเป็นแนวรับตามจิตวิทยาที่สำคัญและจากสถิติเดิมพบว่าเดือนพฤศจิกายนมักเป็นเดือนที่ดีของตลาดหุ้นไทยเสมอและสามารถขายทำกำไรก่อนเข้าเดือนธันวาคมซึ่งนักลงทุนต่างชาติจะไม่เข้าลงทุนด้วยเม็ดเงินจำนวนมากแล้วสถิติจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยระบุว่า 10 ปีย้อนหลังมีถึง 7 ปีที่สองเดือนสุดท้ายของปีตลาดหุ้นจะให้ผลตอบแทนเป็นบวกประมาณ 1.44%

ด้านปุณยวีร์ จันทรขจรนักลงทุนรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนในหลากหลายตลาด กล่าวว่าความกังวลด้านปัญหาเศรษฐกิจ ต้องแยกปัญหาที่อาจเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดวิกฤตได้เป็น3 ประเด็น1) ความวุ่นวายด้านการเมือง ทั้งในระดับการเมืองระหว่างประเทศอย่างจีน-สหรัฐอังกฤษ-ยูโรและระดับการบริหารงานในประเทศเช่นการประท้วงในฮ่องกง 2) ความกังวลด้านเศรษฐกิจ ตัวเลขที่เป็น LeadingIndicators อย่าง PMI , ตัวเลขที่เป็น Lagging Indicators อย่าง GDP รวมไปถึง Indicators ในการพยากรณ์วิกฤตเศรษฐกิจยอดฮิตอย่าง Invert YieldCurve ซึ่งจะบ่งบอกถึงความถดถอยของเศรษฐกิจที่เป็นผลพวงจากข้อหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด

ประเด็นที่ 3) ปัญหาของบริษัทข้ามชาติ เช่น Forever21 บริษัทแฟชั่นยักษ์ใหญ่ของสหรัฐที่ยื่นล้มละลายทั้งๆที่เคยมีรายสูงถึงปีละ4 พันล้านเหรียญสหรัฐ , HP ลดพนักงาน 9000 ตำแหน่งเพื่อปรับโครงสร้างการเงินบริษัท , WEWORK อีกหนึ่ง IPO ที่เกือบจะเป็นดาวรุ่งอาจต้องได้รับเงินช่วยเหลือเพื่อดำเนินกิจการต่อซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ล้วนแล้วแต่กระทบแรงงานในหลายๆ อุตสาหกรรมซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจ เหล่านี้ทำให้นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

“การเจรจาระหว่างสหรัฐและจีนน่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากการเลือกตั้งของสหรัฐที่จะมีขึ้นอีกครั้งในปี 2020น่าจะเป็นอีกตัวกระตุ้นหนึ่งที่ทำให้ทรัมป์ลดความแข็งกร้าวลงเพราะถ้าคนในสหรัฐที่เป็นฐานเสียงไม่พอใจกับความเป็นอยู่ในปัจจุบันจะเป็นการยากที่จะได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสมัยที่สองนั่นหมายถึงจุดที่ตึงเครียดสูงสุดของสงครามการค้าอาจได้ผ่านไปแล้ว”

ดังนั้นการหาความรู้เพิ่มเติมสำหรับนักลงทุนเพื่อปรับตัวด้านการลงทุนอยู่ตลอดเวลาจึงเป็นสิ่งสำคัญในปีนี้สถาบันให้ความรู้ด้านนวัตกรรมการลงทุนรูปแบบใหม่ครีเอทีฟ อินเวสเม้นท์ อะคาเดมีจึงจัดให้ความรู้ด้านการลงทุนในลักษณะของงานสัมมนาที่รวบรวมศาสตร์ความรู้ด้านการลงทุนจากนักลงทุนสถาบันและรายย่อยที่จะมาถ่ายทอดวิธีคิดวิธีการปรับตัวรูปแบบการลงทุนในโลกยุคใหม่ ภายใต้ชื่องาน EastMeet West -1st Battle in Bangkok งานกำลังจะจัดขึ้นในวันที่30 พฤศจิกายน 2562 ที่ โรงแรม แรมแบรนต์ กรุงเทพ ติดตามรายละเอียดของงานได้ที่ fb: creativeinvestmentacademy


กำลังโหลดความคิดเห็น...