xs
xsm
sm
md
lg

หุ้นกู้อันตราย / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ กำลังปรับแผนการระดมทุน หันมาออกหุ้นกู้ เพราะเป็นช่องทางการระดมเงินที่คล่องตัวที่สุด แต่ เสียงเตือนความเสี่ยงการลงทุนในหุ้นกู้ก็ดังกระหึ่ม ตามมา

ช่องทางการระดมทุนที่เคยได้รับความนิยม โดยเฉพาะการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินแทบจะถูกปิดตาย เพราะสถาบันการเงินกลัวปัญหาหนี้เสีย และพิจารณาการปล่อยสินเชื่ออย่างเข้มงวด ส่วนการเพิ่มทุน ตลาดหุ้นไม่เอื้ออำนวย และ นักลงทุนไม่มีสภาพคล่องพอจะใส่เงินเพิ่มทุน 

บริษัทจดทะเบียนจึงแห่ออกหุ้นกู้ประเภทต่างๆ แต่การลงทุนในหุ้นกู้มีความเสี่ยงมากขึ้น เสี่ยงทั้งการไม่จ่ายดอกเบี้ยตามเวลาที่กำหนด และเสี่ยงที่จะได้รับการชำระหนี้ เมื่อหุ้นกู้ครบกำหนดเวลาไถ่ถอน

ในไตรมาสสุดท้ายปีนี้ มีบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ประกาศออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิ ไม่กำหนดเวลาไถ่ถอนจนกว่าจะเลิกกิจการ หรือ PERPETUAL BOND รวมแล้ว 4 บริษัท วงเงินรวมทั้งสิ้น 37,000 ล้านบาท กำหนดอัตราดอกเบี้ย 5 ปีแรกในอัตรา 5% ต่อปีเท่ากันหมด

ประกอบด้วย บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM และบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL

วัตถุประสงค์ในการออกหุ้นกู้ เพื่อระดมเงินชำระหนี้คืนและใช้เป็นทุนหมุนเวียน

แต่หุ้นกู้ด้อยสิทธิประเภทนี้ นักลงทุนต้องทำความเข้าใจให้ดี เพราะแม้อัตราดอกเบี้ยจะจูงใจ แต่มีความเสี่ยงสูง โดยหากบริษัทขาดสภาพคล่อง สามารถเลื่อนการจ่ายดอกเบี้ยได้ และไม่ไถ่ถอนหุ้นกู้ จนกว่าจะเลิกกิจการ ซึ่งหากเลิกกิจการ บริษัทประสบปัญหาฐานะทางการเงิน ผู้ถือหุ้นกู้ด้อยสิทธิ จะตกอยู่ในฐานะเจ้าหนี้ลำดับที่ 3

โดยเมื่อมีการชำระหนี้คืน จะต้องชำระให้เจ้าหนี้ที่มีหลักประกันและเจ้าหนี้ทั่วไปก่อน ถ้ายังมีเงินเหลือจึงชำระหนี้คืนให้ผู้ถือหุ้นกู้ด้อยสิทธิ ซึ่งอาจได้รับชำระหนี้คืนไม่ครบจำนวน

การลงทุนในหุ้นกู้ด้อยสิทธิ 4 บริษัทจดทะเบียนที่กำลังเสนอขายในไตรมาสที่ 4 นักลงทุนจึงต้องศึกษาเงื่อนไขและรายละเอียดให้รอบคอบ เพราะ เงินอาจจมอยู่กับหุ้นกู้นานนับสิบๆ ปีหรือตลอดชีวิต และดอกเบี้ยอาจไม่ได้รับอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากหุ้นกู้ด้อยสิทธิของ 4 บริษัทขนาดใหญ่ที่จะเสนอขายช่วงท้ายปีเก่าแล้ว ในปีหน้าคาดว่าจะมีหุ้นกู้ของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ออกมาอีกจำนวนมาก ซึ่งเป็นการระดมทุนใหม่เพื่อนำไปชำระหนี้เก่า และอีกส่วนหนึ่งเพื่อระดมเงินเสริมสภาพคล่อง

บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เริ่มมีปัญหาสภาพคล่อง เพราะยอดขายตกต่ำ และไม่สามารถกู้เงินจากสถาบันการเงินได้สะดวก ขณะที่ภาวะตลาดหุ้นไม่เอื้ออำนวยในการเพิ่มทุน จึงหันมาออกหุ้นกู้ โดยจะใช้อัตราดอกเบี้ยเป็นแรงจูงใจนักลงทุน

แต่หุ้นกู้ของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่จะแห่ออกกันในปีหน้า มีความเสี่ยงทั้งการชำระดอกเบี้ยและการผิดนัดชำระหนี้

เพราะแนวโน้มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในปีหน้าคงไม่กระเตื้อง ยอดขายชะลอตัวต่อเนื่อง ตามภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาและกำลังซื้อที่ตกต่ำ ทำให้ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประสบปัญหาฐานะทางการเงิน

นักลงทุนที่มีเงินออม แต่ไม่รู้จะลงทุนอะไรดี เพราะฝากเงิน แนวโน้มดอกเบี้ยอาจลดต่ำลงอีก ลงทุนหุ้นก็มีความเสี่ยงสูง และคิดว่าหุ้นกู้จะเป็นทางเลือกที่ดี

แต่อัตราความเสี่ยงหุ้นกู้กำลังเพิ่มขึ้น และปีนี้มีบริษัทจดทะเบียนหลายแห่งแล้วที่ผิดนัดชำระหนี้

ลงทุนในหุ้นกู้ แต่ก่อนคิดกันว่า ความเสี่ยงต่ำ แต่ปัจจุบัน หุ้นกู้มีความเสี่ยงไม่แพ้การซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เหมือนกัน


เลือกเฟ้นหุ้นกู้ไม่ดี มีสิทธิเจ็บหนักโดยเท่าเทียม




กำลังโหลดความคิดเห็น...