xs
xsm
sm
md
lg

“เอดีบี” คาด ศก.เอเปกปีนี้ขยายตัว 3.2%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“เอดีบี” คาดเศรษฐกิจภูมิภาคเอเปกปี 62 ขยายตัว 3.2% ลดลงจากปีก่อนที่เคยเติบโต 3.7% ซึ่งเป็นผลจากการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลก ด้านสมาชิกเอเปดย้ำจะร่วมมือกันหนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและสมดุล รวมทั้งให้ความสำคัญต่อการดำเนินนโยบายการเงิน การคลัง และการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ส่วนที่ประชุม รมว.คลังเอเปก หารือใน 4 ประเด็น พร้อมหนุนให้สมาชิกดำเนินการอย่างต่อเนื่องตามแผนแม่บทความเชื่อมโยงในเอเปก 2558-2568 โดยเฉพาะในประเด็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง แถลงผลการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเอเปก (APEC Finance Ministers’ Meeting : APEC FMM) ครั้งที่ 26 และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 14-15 ตุลาคม 2562 ณ กรุงซันติอาโก สาธารณรัฐชิลี ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสาธารณรัฐชิลี (นาย Felipe Larrain) เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้แทนระดับสูงจากสมาชิกเอเปกทั้ง 21 เขตเศรษฐกิจ และผู้แทนจากองค์กรระหว่างประเทศ เช่น องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development : OECD) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund) กลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank : ADB) เป็นต้น เข้าร่วมการประชุม ซึ่งแนวคิดหลักของการประชุมเอเปกประจำปี 2562 คือ เชื่อมโยงประชาชนเพื่อสร้างอนาคต (Connecting People, Building the Future) อย่างไรก็ตาม นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบหมายให้นายบุญชัย จรัสแสงสมบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ให้เข้าร่วมการประชุมฯ

สำหรับผลการหารือถึงสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและภูมิภาคนั้น ทั้ง 4 องค์กรระหว่างประเทศมีความเห็นร่วมกันว่า เศรษฐกิจของภูมิภาคเอเปกมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงในทิศทางเดียวกันกับเศรษฐกิจโลก โดยความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้บริโภคที่เข้มแข็งยังเป็นปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญต่อการเติบโตของภูมิภาค ทั้งนี้ ADB คาดว่า เศรษฐกิจของภูมิภาคเอเปกในปี 2562 จะขยายตัวที่ร้อยละ 3.2 ซึ่งชะลอลงจากปีก่อนหน้าที่ขยายตัวร้อยละ 3.7 ในการนี้ สมาชิกเอเปกจึงจะร่วมมือกันสนับสนุนในการสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและสมดุลในภูมิภาค รวมทั้งให้ความสำคัญต่อการดำเนินนโยบายการเงิน การคลัง และการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเสริมสร้างศักยภาพในการเติบโตอย่างทั่วถึงและมีส่วนร่วมต่อไป

ส่วนในการประชุม APEC FMM ที่ประชุมได้หารือใน 4 ประเด็นหลัก ซึ่งประกอบด้วย 1.เศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อส่งเสริมการรวมกลุ่มและการเข้าถึงทางการเงิน (Digital Economy for Financial Integration and Inclusion) โดยที่ประชุมสนับสนุนการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในภาคการเงินเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการกำกับดูแลและพัฒนากฎระเบียบทางการเงิน รวมทั้งส่งเสริมการรวมกลุ่มทางการเงินอย่างต่อเนื่องและพัฒนากรอบการกำกับดูแล (Regulatory Framework) ที่เอื้อต่อการแข่งขัน รวมถึงส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบและพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ทางการเงิน รวมทั้งการเข้าถึงทางการเงินอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะประชาชนฐานรากและประชาชนในเขตพื้นที่ห่างไกล นอกจากนี้ ที่ประชุมให้ความสำคัญต่อการคุ้มครองผู้บริโภคและการให้ความรู้ทางการเงินซึ่งจะมีส่วนช่วยในการยกระดับสุขภาพทางการเงินของประชาชนด้วย

2.การบริหารการเงินและการประกันภัยเพื่อรองรับความเสี่ยงจากภัยพิบัติ (Disaster Risk Financing and Insurance) ภูมิภาคเอเปกเผชิญต่อภัยพิบัติที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงทางการคลัง ดังนั้น การบริหารการเงินและการประกันภัยเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยแบ่งเบาภาระรายจ่ายของรัฐบาล นอกจากนี้ ที่ประชุมสนับสนุนให้มีการประสานงานระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนากลไกการบริหารการเงินเพื่อรองรับความเสี่ยงจากภัยพิบัติ โดยเฉพาะในการถ่ายโอนความเสี่ยง 3.การผลักดันความร่วมมือด้านภาษีและความโปร่งใส (Fostering International Tax Cooperation and Transparency) ความแน่นอนทางภาษี (Tax Certainty) และความโปร่งใสทางภาษี (Tax Transperency) เป็นปัจจัยสำคัญที่ใช้ในการตัดสินใจด้านการลงทุนซึ่งจะส่งผลต่อการปฏิบัติทางภาษีและการเติบโตทางเศรษฐกิจ ดังนั้น ที่ประชุมจึงสนับสนุนให้สมาชิกเอเปดร่วมมือกันส่งเสริมความแน่นอนทางภาษีและจัดการกับการหลีกเลี่ยงภาษี (Tax Avoidance) และการหนีภาษี (Tax Evasion) ในภูมิภาค

และ 4.เร่งรัดการลงทุนและระดมทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Accelerating Infrastructure Development and Financing) สมาชิกเอเปกเห็นว่าการสนับสนุนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพและการดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถสร้างผลตอบแทน (Bankable) จะมีส่วนช่วยในการยกระดับการผลิต ส่งเสริมการเชื่อมโยง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างงาน และเสริมสร้างการเติบโตอย่างมีส่วนร่วมและทั่วถึง จึงสนับสนุนให้สมาชิกดำเนินการตามแผนแม่บทความเชื่อมโยงในเอเปก ค.ศ.2015-2025 (APEC Connectivity Blueprint 2558-2568) อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเด็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน อย่างไรก็ตาม นายลวรณ ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงการประชุม APEC FMM ครั้งที่ 27 ด้วยว่า จะจัดขึ้นในเดือน ต.ค.63 ณ สหพันธรัฐมาเลเซีย


กำลังโหลดความคิดเห็น...