xs
xsm
sm
md
lg

คาดปีนี้ยอดออกหุ้นกู้แตะ 1 ล้านล้านบาท สูงกว่าปีก่อน Bond Yield ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ThaiBMA คาดปีนี้ยอดออกหุ้นกู้แตะ 1 ล้านล้านบาท สูงกว่าปีก่อน เนื่องจากปัจจุบันดอกเบี้ยอยู่ในทิศทางขาลง ขณะที่ Bond Yield ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

นายธาดา พฤฒิธาดา กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) คาดยอดการออกตราสารหนี้ระยะยาวปีนี้แตะ 1 ล้านล้านบาท สูงกว่าปีก่อนที่อยู่ 830,000 ล้านบาท เนื่องจากปัจจุบันดอกเบี้ยอยู่ในทิศทางขาลง โดยในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมามียอดออกแล้ว 833,427 ล้านบาท ซึ่งการออกเพิ่มขึ้นมาจากกลุ่มธนาคาร และกลุ่มอสังหาฯ โดยกลุ่มธนาคารออกตราสารราว 245,749 ล้านบาท และกลุ่มอสังหาฯ ราว 587,677 ล้านบาท ถือว่าเป็นกลุ่มเดียวที่มียอดการออกเพิ่มขึ้นทุกปีตลอด 3 ปีที่ผ่านมา

สำหรับตราสารหนี้ระยะยาวที่จะครบกำหนดในไตรมาส 4/62 มีมูลค่า 123,251 ล้านบาท โดยตราสารหนี้ที่จะครบกำหนดใน 3 เดือนนี้ 66% มีเรตติ้ง A- ขึ้นไป

ส่วนเดือน ต.ค. 62 นี้จะมี บมจ.อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL) บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) ออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิคล้ายทุน วงเงินรวมประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท และให้อัตราดอกเบี้ยประมาณ 5% ซึ่งถือว่าลดลง จากครั้งก่อนที่ให้ประมาณ 7%

นายธาดากล่าวต่อว่า กระแสเงินทุนต่างชาติในตลาดตราสารหนี้ไทยเริ่มพลิกกลับมาเป็นการขายสุทธิในไตรมาส 3 นี้ หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ใช้มาตรการป้องปรามการเก็งกำไรค่าเงินในช่วงต้นเดือน ก.ค. ในขณะเดียวกัน ธนาคารกลางในประเทศต่างๆ รวมถึงไทยทยอยปรับลดดอกเบี้ยส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติมีการปรับพอร์ตการลงทุน และทยอยขายทำกำไร ซึ่งมีการขายสุทธิตราสารหนี้ไทยตลอดไตรมาส 3/62

ดังนั้น จึงส่งผลให้ 9 เดือนเงินลงทุนต่างชาติในตราสารหนี้ลดลง 75,722 ล้านบาท โดยเป็นการลดลงในตราสารหนี้ภาครัฐระยะสั้น 126,105 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นในตราสารหนี้ภาครัฐระยะยาว 50,383 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าการลงทุนสะสมสุทธิต่างชาติในตราสารหนี้ไทย ณ สิ้นไตรมาส 3 อยู่ที่ 918,343 ล้านบาท หรือคิดเป็น 6.9% ของมูลค่ารวมตลาดตราสารหนี้ไทย

กรรมการผู้จัดการ ThaiBMA กล่าวว่า สำหรับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันที่ 29 ส.ค.นี้ โดย Bond Yild อายุ 5 ปี ให้ผลตอบแทน 1.34% และ 10 ปี อยู่ที่ 1.43%

ในส่วนของทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นในช่วงครึ่งหลังจะมีการปรับลดลงตามทิศทางอัตราดอกเบี้ย ที่คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในช่วงปลายปีนี้ หลังจากเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่อง และอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงจะเป็นแรงกดดัน

นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวซึ่งอยู่ในระดับต่ำที่สุดแล้ว มองว่ามีโอกาสปรับตัวลงได้อีกไม่มาก แต่มีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นได้หากการเจรจาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนมีแนวโน้มที่ดีขึ้น

แต่อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากภาษีการลงทุนในตราสารหนี้ผ่านกองทุนรวมที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมาภายใต้จำนวนตัวอย่างข้อมูลที่มีจำกัด พบว่าตราสารหนี้ระยะสั้นมีมูลค่าการออกลดลงเฉลี่ย 70% ในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังจากการเก็บภาษี โดยมีมูลค่าการซื้อขายของต่อของกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น และระยะยาวลดลงกว่า 61% และ 33% ตามลำดับ

ในขณะเดียวกัน Credit space ภายหลังการเก็บภาษีของตราสารหนี้ภาคเอกชนมีการปรับเพิ่มขึ้น และลดลงขึ้นกับระดับความน่าเชื่อถือ และอายุคงเหลือ โดยในภาพรวมปรับเพิ่มขึ้นในช่วง 0-20 bps


กำลังโหลดความคิดเห็น...