xs
xsm
sm
md
lg

ธ.ก.ส. คาดราคาข้าวเปลือกเจ้าเดือน ต.ค. ปรับขึ้น 1.25-4.44% เหตุ "ฟิลิปปินส์" ขาดแคลนข้าว-ยกเลิกจำกัดปริมาณการนำเข้า

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ธ.ก.ส. คาดการณ์ราคาสินค้าเกษตรเดือน ต.ค. ปรับตัวขึ้นทั้งข้าวเปลือกเจ้า ข้าวเปลือกหอมมะลิ น้ำตาลทรายดิบ ปาล์มน้ำมัน มีแนวโน้มราคาเพิ่มขึ้น ส่วนราคาข้าวเปลือกเหนียวเมล็ดยาว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยางแผ่นดิบ มันสำปะหลัง สุกร กุ้งขาวแวนนาไม มีแนวโน้มราคาปรับตัวลดลง

​นายสมเกียรติ กิมาวหา ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวถึงสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรเดือน ต.ค. 62 ซึ่งจัดทำโดยศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. ที่คาดการณ์ว่า ราคาสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้าความชื้น 15% ราคาจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 1.25-4.44% มาอยู่ที่ 7,935-8,185 บาท/ตัน เนื่องจากประเทศฟิลิปปินส์ประสบปัญหาข้าวขาดตลาด ทำให้ข้าวภายในประเทศมีราคาสูงมาก จึงได้ประกาศยกเลิกการจำกัดปริมาณการนำเข้าข้าวจากต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีของผู้ส่งออกข้าวไทยที่จะส่งข้าวไปขายเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับราคาข้าวเปลือกหอมมะลิที่ปรับเพิ่มขึ้น 1.37-2.63% มาอยู่ที่ 16,832-17,041 บาท/ตัน โดยเป็นผลจากปัญหาอุทกภัยในแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิที่สำคัญ โดยเฉพาะที่ จ. อุบลราชธานี ซึ่งเป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิที่มีคุณภาพและเป็นที่ต้องการของตลาด ทำให้ปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง

ขณะเดียวกันราคาน้ำตาลทรายดิบตลาดนิวยอร์กมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.50-5.70% อยู่ที่ 11.36-11.72 เซนต์/ปอนด์ (7.69-7.93 บาท/กก.) เนื่องจากการปรับลดประมาณการผลผลิตน้ำตาลของบราซิลในปี 62/63 ทางภาคกลางและใต้ลดลงคงเหลือ 25.7 ล้านตัน จากคาดการณ์เดิม 27.8 ล้านตัน และได้ปรับเพิ่มผลผลิตเอทานอลเป็น 30.7 พันล้านลิตร จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ 28.5 พันล้านลิตร ส่งผลให้เกิดการเข้าซื้อน้ำตาลคืนจากตลาดของกลุ่มกองทุนและนักเก็งกำไร ปาล์มน้ำมัน ราคาเพิ่มขึ้น 0.38 - 1.94% อยู่ที่ 2.58 - 2.63 บาท/กก. เนื่องจากนโยบายของรัฐบาลในการเร่งรับซื้อน้ำมันปาล์มเพื่อนำไปผลิตไฟฟ้า จะเป็นการช่วยลดปริมาณสต็อกน้ำมันปาล์มลง และเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ทิศทางราคาปาล์มน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น

ด้านสินค้าเกษตรในเดือน ต.ค. ที่จะมีราคาลดลงจากเดือนก่อนหน้า ได้แก่ ข้าวเปลือกเหนียวเมล็ดยาวที่ราคาลดลง 1.63-4.99% อยู่ที่ 13,529-14,009 บาท/ตัน เนื่องจากผลผลิตเริ่มออกสู่ตลาดและมีการนำเข้าข้าวเหนียวบริเวณชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ความชื้นไม่เกิน 14.5% ลดลง 1.00-1.50% อยู่ที่ 7.36-7.40 บาท/กก. เนื่องจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 1 ยังมีอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดมากขึ้น ประกอบกับสภาพอากาศที่ความชื้นสูง ส่งผลให้คุณภาพข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลดลง

ขณะที่ราคายางพาราแผ่นดิบจะลดลง 0.60 - 2.39% อยู่ที่ 37.15 - 37.83 บาท/กก. เนื่องจากคาดว่าปริมาณผลผลิตในเดือน ต.ค. จะออกสู่ตลาดมากขึ้น ซึ่งเป็นช่วงเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวสภาพอากาศเอื้ออำนวยต่อการกรีดยางพารา ประกอบกับสถานการณ์เงินบาทยังคงแข็งค่า และเศรษฐกิจโลกยังคงชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการใช้ยางพาราลดลง อย่างไรก็ตาม มาตรการประกันรายได้ชาวสวนยางพาราและมาตรการอื่น ๆ ของรัฐบาล อาทิ การส่งเสริมการใช้ยางพาราภายในประเทศ อาจเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ราคายางพาราปรับตัวเพิ่มขึ้นได้

ส่วนราคามันสำปะหลังจะลดลง 0.61 - 4.32% อยู่ที่ 1.61 -1.55 บาท/กก. เนื่องจากปริมาณผลผลิตมันสำปะหลังทยอยออกสู่ตลาดต่อเนื่อง ขณะที่คุณภาพมันสำปะหลังลดลงจากปัญหาอุทกภัยและโรคใบด่าง เช่นเดียวกับราคาสุกรที่คาดว่าจะลดลง 3.22 - 4.46% อยู่ที่ 63.25 - 64.07 บาท/กก. เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ทำให้ประชาชนไม่กล้าบริโภคเนื้อสุกร ประกอบกับเข้าสู่ช่วงเทศกาลกินเจ ทำให้ความต้องการบริโภคเนื้อสุกรลดลง

ด้านกุ้งขาวแวนนาไม ราคาลดลง 0.62 - 3.03 อยู่ที่ 120.50 - 123.50 บาท/กก. เนื่องจากสถานการณ์เงินบาทยังคงแข็งค่า เป็นแรงกดดันให้การส่งออกกุ้งไทยลดลง และเข้าสู่ช่วงเทศกาลกินเจ ส่งผลให้ความต้องการบริโภคกุ้งในประเทศลดลง ขณะที่ปริมาณกุ้งออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น


กำลังโหลดความคิดเห็น...