xs
xsm
sm
md
lg

LHBANK เผยแผนปีหน้าหวนรุกสินเชื่อบ้าน-เทรดไฟแนนซ์-ลูกค้าเวลธ์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


LHBANK เผยแผนปี 63 เบื้องต้นเน้น 3 ธุรกิจหลัก "เทรดไฟแนนซ์-สินเชื่อบ้าน-เวลธ์ เมเนจเมนท์" รับสินเชื่อบ้านสะดุดจาก LTV หันรุกกลุ่มบ้านราคาสูงขึ้น เชื่อกำลังซื้อยังมี พร้อมวางแผนระยะยาวเป็นธนาคารที่ส่งมอบคุณภาพที่ดีให้แก่ลูกค้า

น.ส.ชมภูนุช ปฐมพร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (LHBANK)เปิดเผยว่า หลังจากที่เข้ามาดำรงตำแหน่งดังกล่าวในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ก็ได้มีการศึกษาพร้อมทั้งวางแผนธุรกิจในระยะยาว ซึ่งอยากจะให้ LH Bank เป็นธนาคารที่ส่งมอบคุณภาพที่ดีให้แก่ลูกค้า เป็นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ (Grow Quality) ส่วนแผนธุรกิจของธนาคารในปี 2563 นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำรายละเอียด แต่ในเบื้องต้นตั้งเป้าหมายจะมุ่งเน้น 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ บริการธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศ (เทรดไฟแนนซ์) สินเชื่อที่อยู่อาศัย และบริการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management)

ทั้งนี้ ในส่วนของธุรกิจเวลธ์นั้น จะเน้นในเรื่องของการวางแผนทางการเงินเป็นหลัก ทั้งการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินอย่างกองทุนรวม และอื่นๆ ซึ่งบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม แลนด์แอนด์เฮาส์ จำกัด (LHFUND) มีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว โดยเฉพาะกองทุนอสังหาริมทรัพย์และ REIT ที่ให้ผลตอบแทนที่ดี ขณะที่ผลิตภัณฑ์อื่น เช่น แบงก์แอชชัวรันส์นั้น ปัจจุบันธนาคารมีพันธมิตรที่หลากหลาย ทำให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้มากขึ้น และจะช่วยให้รายได้ค่าธรรมเนียมของปี 2563 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่น่าจะทรงตัวในระดับเดิม

สำหรับในปี 62 ส่วนรายได้ดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับที่สูงกว่ารายได้จากค่าฟี โดยสินเชื่อที่เติบโตดียังคงเป็นสินเชื่อธุรกิจ ซึ่งธนาคารยังคงสานต่อสำหรับลูกค้ากลุ่มนี้ในช่วงปีหน้า แม้มาร์จิ้นจะค่อนข้างบาง แต่ธนาคารคาดหวังรายได้ทั้งที่เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าฟีอยู่ ขณะที่สินเชื่อเทรดไฟแนนซ์ เนื่องจากช่วงปีนี้ได้รับผลกระทบจากสงครามทางการค้าและปัจจัยลบอื่นๆ ทำให้สินเชื่อดังกล่าวเติบโตน้อย แต่ในช่วงปีหน้า มั่นใจว่าสินเชื่อเทรดไฟแนนซ์จะกลับมาดีขึ้น และยังถือเป็นจุดแข็งที่แอลเอชแบงก์ได้มาจาก CTBC Bank ไต้หวันด้วย ส่วนแนวโน้มสินเชื่อรวมปีนี้คาดว่าเติบโตคงที่ใกล้เคียงกับปีก่อน เนื่องจากธนาคารได้ชะลอสินเชื่อที่อยู่อาศัยลง ส่งผลให้สินเชื่อปล่อยใหม่ของสินเชื่อที่อยู่อาศัยสิ้นปีนี้เติบโตน้อยประมาณ 4,000-5,000 ล้านบาท อยู่ระดับทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน

แต่อย่างไรก็ตาม ในปี 2563 ธนาคารจะกลับมาให้ความสำคัญต่อสินเชื่อที่อยู่อาศัยมากขึ้น หลังจากได้ชะลอการปล่อยสินเชื่อดังกล่าวไปในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากธนาคารมีความเชี่ยวชาญในสินเชื่อดังกล่าวค่อนข้างมาก ซึ่งการหันกลับมาเน้นสินเชื่อนี้อีกครั้งได้ตั้งเป้าหมายสินเชื่อปล่อยใหม่ของสินเชื่อที่อยู่อาศัยในปี 2563 เติบโต 2 เท่าจากปีนี้ หรือเท่ากับ 8,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ เพื่อต่อยอดบริการและขยายฐานลูกค้า ขณะนี้อยู่ระหว่างทำแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่ออำนวยความสะดวกลูกค้าเพิ่มเติม คาดว่าจะสามารถเปิดบริการกลางปี 2563 พร้อมกันนั้น จะปรับเปลี่ยนวิธีบริการของพนักงานสาขา โดยจะไม่เน้นไปที่การขายผลิตภัณฑ์ต่างๆ แต่เปลี่ยนเป็นการปรึกษาทางการเงินแทน เพื่อให้สามารถแข่งขันกับธนาคารพาณิชย์อื่นๆ ได้มากขึ้น

"สาเหตุที่สินเชื่อบ้านไม่ค่อยโตที่ผ่านมา มาจากมาตรการ LTV เป็นหลัก แล้วเราก็เห็นถึงสัญญาณที่ไม่ค่อยดีเช่นกันจึงได้ชะลอไป แต่ในปีหน้าธนาคารจะปรับกลยุทธ์สินเชื่อบ้านใหม่ โดยเน้นปล่อยสินเชื่อบ้านราคาตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปจากเดิมเริ่มที่ราคา 2 ล้านบาทขึ้นไป เพราะเชื่อว่ายังมีช่องว่างบ้านราคาสูงให้เข้าไปทำตลาดได้อีกมาก และลูกค้ากลุ่มนี้มีกำลังซื้ออยู่มาก ขณะที่ธุรกิจเวลธ์ก็จะตอบรับกับกลุ่มลูกค้าเงินฝากรายใหญ่ที่ธนาคารมีอยู่มาก แต่จะสานต่อไปถึงกลุ่มทายาทเจเนอเรชันหลังๆ ลงมาด้วย"

น.ส.ชมภูนุช กล่าวอีกว่า ส่วนการกันสำรองเพื่อรองรับมาตรฐานทางบัญชีใหม่ TFRS9 ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในปีหน้านั้น ธนาคารได้ดำเนินการตามเกณฑ์ที่ ธปท.กำหนด โดยได้ตั้งสำรองหนี้เสียในระดับสูงตั้งแต่ช่วงไตรมาส 1 ปี 2562 ที่ผ่านมาแล้ว ส่วนไตรมาสที่เหลือของปีนี้ยังคงตั้งสำรองหนี้เสียใกล้เคียงกับช่วงที่ผ่านมา ขณะที่หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ยังทรงตัวในระดับเดิม
กำลังโหลดความคิดเห็น...