xs
xsm
sm
md
lg

"อุตตม" รับลูก "สมคิด" เตรียมศึกษา "ชิมช้อปใช้" เฟส 2 หลัง ปชช.ตอบรับดี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รมว.คลัง รับลูก "สมคิด" เตรียมศึกษาขยายมาตรการ "ชิมช้อปใช้ "เฟส 2 หลังได้รับการตอบรับดี โดยอาจจะมีการกำหนดเงื่อนไขและรูปแบบของมาตรการให้ง่ายต่อการเข้าถึงของประชาชนมากขึ้น ซึ่จะต้องมีการศึกษาและนำเอาผลการดำเนินงานของมาตรการในระยะแรกมาวิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย เพื่อให้ใช้ได้ทุกจังหวัด พร้อมสนับสนุนร้านค้าชุมชน วิสาหกิจชุมชน และการท่องเที่ยวในเมืองรอง เข้าโครงการเพิ่มมากขึ้น

นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กถึงมาตรการ "ชิมช้อปใช้" โดยระบุว่า ล่าสุด นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาแนวทางการขยายมาตรการ "ชิมช้อปใช้" ออกไป เนื่องจากเห็นว่าเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงปลายปี และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้นอีก

โดยอาจจะมีการกำหนดเงื่อนไขและรูปแบบของมาตรการให้ง่ายต่อการเข้าถึงของประชาชนมากขึ้น ซึ่งจะต้องมีการศึกษาและนำเอาผลการดำเนินงานของมาตรการในระยะแรกมาวิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย เพื่อให้ใช้ได้ทุกจังหวัด พร้อมสนับสนุนร้านค้าชุมชน วิสาหกิจชุมชน และการท่องเที่ยวในเมืองรอง เข้าโครงการเพิ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม มาตรการในระยะแรกนี้ยังคงเปิดใช้จนถึงวันที่ 30 พ.ย.62 โดยประชาชนที่ลงทะเบียน หากเงิน 1,000 บาท ในแอป "เป๋าตัง" หมดแล้ว ยังสามารถเติมเงินในกระเป๋า 2 หรือ G-Wallet เพื่อใช้สิทธิรับเงินคืน (Cash Back) 15% ของยอดเงินที่เติมและใช้จ่ายในร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการผ่านแอปได้อีก เช่น เติมเงินจ่ายสินค้าและบริการ 1,000 บาท จะได้รับเงินคืน 150 บาท เป็นต้น โดยสามารถรับเงินคืนสูงสุด 4,500 บาท หรือจากยอดใช้จ่าย 30,000 บาท

นายอุตตม ระบุถึงมาตรการ "ชิมช้อปใช้" ใน 3 วันแรก (27-29 ก.ย.62) พบว่า มีผู้ใช้สิทธิแล้ว 370,523 คน มียอดการใช้จ่าย 294 ล้านบาท และกว่า 50% ของการใช้จ่าย หรือประมาณ 148 ล้านบาท เป็นการใช้จ่ายในร้าน "ช็อป" ซึ่งอยู่ในกลุ่มร้านค้าชุมชน โอทอป ร้านวิสาหกิจชุมชน และร้านธงฟ้าประชารัฐ

รองลงมาเป็นคือร้าน "ชิม" หรือร้านอาหารและเครื่องดื่ม ที่มียอดใช้จ่ายประมาณ 60 ล้านบาท และร้าน "ใช้" เช่น โรงแรม โฮมสเตย์ มียอดใช้จ่ายประมาณ 7 ล้านบาท ด้านร้านค้าทั่วไปซึ่งรวมถึงรายใหญ่ มียอดใช้จ่ายราว 79 ล้านบาท ถือว่าน้อยกว่าการใช้จ่าย 2 รายการแรกมาก ทั้งนี้ เป้าหมายโครงการนี้คือ การกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และเน้นไปที่เศรษฐกิจฐานราก ที่จะเกิดประโยชน์ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

"ทุกท่านคงเห็นแล้วใช่ไหมครับว่าการกระตุ้นการบริโภคก่อให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนอย่างไร และที่สำคัญโครงการแบบนี้ส่งผลด้านจิตวิทยา เกิดความคึกคักในการจับจ่ายใช้สอย ผมเชื่อว่าเงิน 1,000 บาทต่อคนที่ได้รับไปจะมีจำนวนไม่น้อยที่จ่ายเพิ่มเติมอีกมาก เม็ดเงินจะสะพัดเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว" รมว.คลัง ระบุ


กำลังโหลดความคิดเห็น...