xs
xsm
sm
md
lg

"คลัง" เปิดตัวดิจิทัลแพลตฟอร์มขับเคลื่อน ศก.ไทยสู่ชุมชน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กระทรวงการคลัง ยกระดับเพิ่มประสิทธิภาพหน่วยงานในสังกัด นำดิจิทัลแพลตฟอร์ม วางโครงสร้างระบบงานผ่านบล็อกเชน เดินหน้า 8 โครงการ ยกระดับประสิทธิภาพระบบงาน ลดขั้นตอน รวดเร็ว ปลอดภัย โปร่งใส ตรวจสอบได้

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เศรษฐกิจโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ด้วยการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยี ประเทศชั้นนำของโลกได้เปลี่ยนแปลงประเทศสู่ Smart Country ด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่มาเป็นกลไกในการขับเคลื่อนประเทศ กระทรวงการคลัง ได้ผลักดันนโยบาย National e- Payment เพื่อก้าวสู่ Thailand 4.0 โดยเริ่มจากโครงการพร้อมเพย์ และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง ให้ความสำคัญอย่างมากในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บ และตรวจสอบธุรกรรมข้อมูลของประเทศ รวมทั้งยกระดับประสิทธิภาพของโครงสร้างระบบงานของหน่วยงานในสังกัด กระทรวงการคลังได้ผลักดันให้มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสร้างโอกาสใหม่ๆ โดยเฉพาะบล็อกเชน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำหรับระบบการจัดเก็บและตรวจสอบธุรกรรมข้อมูลที่สามารถตอบโจทย์เรื่องความรวดเร็ว ปลอดภัย โปร่งใส และตรวจสอบได้ ที่สำคัญสามารถเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจองค์รวมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งกระทรวงการคลังจะเป็นกระทรวงแรกของประเทศ ในการนำบล็อกเชนมาใช้ในหน่วยงานต่างๆ ของกระทรวง อีกทั้งอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนและผู้มาติดต่อขอใช้บริการต่างๆ

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังจะนำบล็อกเชน มาพัฒนาระบบงานในหน่วยงานต่างๆ ครอบคลุมถึงหน่วยงานการจัดเก็บรายได้ การบริหารทรัพย์สิน บริหารรายจ่ายตามงบประมาณ ระบบการออม และระบบสวัสดิการต่างๆ ของประชาชน ซึ่งในระยะแรกนี้ประกอบด้วย 8 โครงการ ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Government Procurement : e-GP) โดยบล็อกเชนของ e-GP มีการรวบรวมข้อมูลประวัติของผู้ประกอบการนิติบุคคล รวมถึงระบบ Rating ของผู้ประกอบการตามผลงานในการทำงานกับภาครัฐ สามารถช่วยให้ผู้ประกอบการลดระยะเวลา และภาระของผู้ประกอบการในการจัดเตรียมเอกสาร เพื่อขอขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการและการยื่นเสนอราคา โดยจากข้อมูลปี 2562 ภาครัฐมีการจัดซื้อจัดจ้างกว่า 3.6 ล้านโครงการ วงเงินรวมกว่า 1.4 ล้านล้านบาท ลดภาระให้ผู้ประกอบการกว่า 270,000 ราย เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ สร้างความโปร่งใสของระบบการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งช่วยผลักดันการใช้งบประมาณในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่รากหญ้าให้เร็วที่สุด นอกจากนี้ ยังสามารถเชื่อมโยงกับระบบของสถาบันการเงิน และระบบการประเมินคุณภาพแบบบูรณาการของผู้ประกอบการที่ร่วมงานกับภาครัฐได้อีกด้วย

สำหรับการคืนภาษีของนักท่องเที่ยว (VAT Refunds for Tourists) ระบบบล็อกเชนได้นำมาใช้ปฏิวัติระบบการคืนภาษีให้แก่นักท่องเที่ยว โดยเชื่อมโยงระบบบล็อกเชน โมบายแอปพลิเคชัน ระบบยืนยันตัวตนของนักท่องเที่ยว รวมถึง e-Tax Invoice ของร้านค้าเพื่อใช้ในระบบภาษี มาเชื่อมต่อกับกระบวนการต่างๆ ในประเทศ และระบบ Payment and Settlement ต่างประเทศ เช่น AliPay WeChat Visa และ Master เป็นต้น เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวโดยสามารถเช็กยอดคืนภาษี ขอคืนภาษีได้ทันที รับภาษีคืนได้ภายใน 3 วันทำการ จากปกติใช้เวลา 34 วันทำการ ไม่ต้องถือเงินสดกลับประเทศ ได้รับอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีกว่าตลาด ไม่ต้องเข้าคิวสำแดงสินค้าที่กรมศุลกากรที่มีมากกว่า 7 แสนคนต่อปี และไม่ต้องเข้าคิวขอคืนภาษีที่มีมากกว่า 2 ล้านคนต่อปี นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการของภาครัฐ โดยช่วยลดเรื่องการตรวจเอกสาร ลดการใช้กระดาษได้สูงสุด 10 ล้านใบต่อปี ลดต้นทุนในการจัดการ ลดความหนาแน่นของคิวที่สนามบิน ลดต้นทุนในการบริหารจัดการเงินสด และสามารถคัดแบบข้อมูลการเดินทางเข้าออกได้ทันที จากเดิมใช้เวลาประมาณ 2 เดือน เหล่านี้ล้วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องต่อการท่องเที่ยวของประเทศ การกระจายรายได้ไปยังผู้ประกอบการรายย่อย การสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ประชาชนระดับรากหญ้า

ด้านการออมผ่านพันธบัตรรัฐบาล ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Scripless Bond) จะช่วยให้การออกพันธบัตรรัฐบาล การจำหน่าย รวมถึงการรับฝากทรัพย์สิน โดยระบบสามารถออกพันธบัตรหน่วยย่อยที่ 1 บาทต่อ 1 พันธบัตร ทำให้ประชาชนทุกระดับชั้นสามารถเข้าถึงการออมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ส่งเสริมให้เกิดความคล่องตัวทั้งในตลาดแรกและตลาดรอง เสริมสร้างความโปร่งใส ตรวจสอบได้ด้วยระบบจองก่อนได้ก่อน (First Come First Serve) ในการจัดจำหน่าย และช่วยลดขั้นตอนในกระบวนการต่างๆ ให้มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยระบบจะเชื่อมต่อกับตลาดหลัก และตลาดรอง รวมถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สามารถขยายไปยังระบบการค้าระหว่างเขตชายแดน (Cross Border Trading) และในอนาคตสามารถขยายไปสู่นวัตกรรมอื่นๆ ต่อไป

ทั้งนี้ ระบบบล็อกเชน นอกจากจะช่วยลดต้นทุนในการเดินทางของประชาชนในการเข้ามาจองซื้อพันธบัตรที่สาขา ยังช่วยสนับสนุนให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงการจองซื้อพันธบัตร เพิ่มความสะดวกในการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนในพันธบัตรของประชาชน โดยในแอปพลิเคชันนอกจากจะมีการอำนวยความสะดวกด้านข้อมูลการถือครองพันธบัตรของประชาชนแล้ว ยังมีข้อมูลบทความที่เป็นประโยชน์ในการลงทุนให้แก่ประชาชนอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ โดยลดระยะเวลาในการออกใบพันธบัตรตจากเดิม 4 วันเหลือเพียงไม่ถึงวัน

ส่วนการจัดเก็บภาษีของกรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร ระบบบล็อกเชนจะช่วย Centralize and Digitize เอกสารทุกประเภทที่เกี่ยวข้องตั้งแต่การสั่งสินค้า การผลิต การนำเข้า การส่งออก จนกระทั่งสินค้าถึงมือผู้รับ โดยใช้ Digital Document ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงเอกสารได้ตามสิทธิ เป็น One Single Document โดยช่วยให้กระทรวงการคลังสามารถประมาณการรายได้การจัดเก็บภาษีได้อย่างถูกต้อง ความโปร่งใส และมีประสิทธิภาพ อีกทั้งช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้สะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการผลิต การนำเข้า และการส่งออก

ขณะที่โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (Welfare) เพื่อใช้ในการเชื่อมโยงข้อมูล เรื่อง Identity จากทุกภาคส่วน มาเพิ่มประสิทธิภาพในการลงทะเบียนผู้รับสวัสดิการ และใช้คุณสมบัตรของบล็อกเชนในการอัปเดต และแชร์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อป้องกันการใช้สวัสดิการในทางที่ผิดและลดทุจริตจากผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิ

ด้านสิทธิการรักษาพยาบาลของข้าราชการ (Healthcare) ระบบบล็อกเชนเข้ามาช่วยเชื่อมโยงข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อนำมาใช้ในการยืนยันตัวตนและใช้สิทธิตามกรอบที่ได้ รวมทั้งต่อยอดคุณสมบัติของบล็อกเชนที่สามารถอัปเดต และแชร์ได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยสร้างความโปร่งใสและถูกต้องของผู้ใช้สิทธิ อีกทั้งเพิ่มประสิทธิภาพของระบบรักษาพยาบาลในประเทศ

สำหรับการจัดทำราคาประเมินที่ดินของกรมธนารักษ์ เป็นการเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำหนดราคาประเมินที่ดินทั่วประเทศ ซึ่งจะทำให้การเก็บภาษีจากการซื้อขายและถือครองที่ดินได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และสามารถขยายขอบเขตไปถึงการจัดทำโฉนดที่ดินอิเล็กทรอนิกส์ โดยจะส่งผลให้การประเมินราคา และกระบวนการเก็บภาษีที่ดินมีความโปร่งใส และถูกต้อง รวมทั้งอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน และกลุ่มผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน สถาบันการเงิน สามารถป้องกันการทุจริตจาก Double Financing

ทั้งนี้ นับเป็นก้าวแรกที่กระทรวงการคลังนำดิจิทัลสร้างเศรษฐกิจสู่ชุมชน และก้าวที่สำคัญในการบูรณการความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดกระทรวงการคลัง และองค์กรชั้นนำที่สำคัญของประเทศที่ให้เกียรติมาร่วมงานในครั้งนี้ เพื่อร่วมกันสร้างความแข็งแกร่ง ด้วยการนำนวัตกรรม และเทคโนโลยีบล็อกเชน มาขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและประเทศชาติ เข้าสู่ Thailand 4.0 อย่างเต็มรูปแบบ


กำลังโหลดความคิดเห็น...