xs
xsm
sm
md
lg

สตางค์​ คอร์ป​ยอดเทรดพุ่ง-รับอานิสงส์​BXปิด-ห่วงรายย่อยเทขายขาดทุน​

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ซีอีโอ​ สตางค์​คอร์ป​แจง​ระบุ​หลัง​ BX​ ประกาศ​ยุติเทรด​ มีการเทขายบิทคอยท์ของลูกค้าออกมาประมาณ​ 30% แจงเหตุ​​หยุดเทรด​เกณฑ์​คุมเข้ม​ทำให้​ต้นทุน​สูง​ แนะก.​ล.ต.ใช้เกณฑ์​ยืดหยุ่น​

นาย​ปรมินทร์​ อิน​โสม​ ซีอีโอ​ สตางค์​ คอร์ป​ กล่าว​ว่า​ กรณี​บริษัท​ บิทคอยท์​ จำกัด​ ​ประกาศยุติการดำเนิ​น​ธุรกิจ​ในประเทศ​ไทยเมื่อวันที่​ 3 กันยายน​ที่ผ่านมานั้น​ ทำให้เกิดแรงขาย​บิทคอยท์ออกมาอย่างต่อเนื่อง​ในช่วง​ 3 วันที่​ผ่านมา​ ส่งผลให้ราคา​บิทคอยท์ลดลงประมาณ​ 30% จาก​ 9,000​ ดอลลาร์​สหรัฐ​ฯ​ เหลือ​ 6,000 ดอลลาร์​สหรัฐ​ฯ​ ซึ่ง​สะท้อน​ถึงความตื่นตระหนก​ของนักลงทุน​และทำให้​เห็นว่าผู้ถือบิทคอยท์ที่เทขานออกมายังไ่มีความเข้าใจในพื้นฐาน​ของสินทรัพย์​ดิจิทัล​ซึ่ง​สามารถ​โอนย้ายสินทรัพย์​ที่ถืออยู่ไปยังศูนย์​ซื้อขาย​อื่นได้โดยไม่จำเป็น​ต้งขายทิ้งเมื่อบริษัท​ปิด​ ซึ่ง​ถือเป็น​สถานการณ์​ที่น่ากังวล​ และควรมีการให้ความรู้​ในเรื่องพื้นฐาน​ของสินทรัพย์​ดิจิทัล​และการสร้างมาตรฐาน​การประกอบสินทรัพย์​ดิจิทัล​ที่ดี​ให้กับผู้ประกอบการ​ในตลาดไม่ว่า​จะเป็น​การฝาก-ถอนฟรีและได้เงิน​ทันที​ การมีระบบความปลอดภัย​ระดับสากล​ มีงบการเงินทักษิน​ได้มาตรฐาน​ และมีศูนย์​บริการ​ลูกค้า​ 24​ ชั่วโมง

อย่างไร​ก็ตาม​ ในช่วง​ 3 วันที่​ผ่าน​มาหลังจาก​ BX ประกาศ​ปิดกระดานเทรด​ ก็มีผู้ใช้งานเข้ามาเปิดบัญชี​กับศูนย์​ซื้อขายรายอื่นมากขึ้น​ ซึ่ง​ปัจจุบัน​เหลืออยู่​ 2 ราย​ ได้แก่​ สตางค์​ โปร​มีจำนวนผู้มาเปิดบัญชี​เพิ่มขึ้น​ถึง​ 100 เท่า​ ทำให้ซื้อขาย​สินทรัพย์​ดิจิทัล​ของสตางค์​ โปร​ เพิ่มขึ้น​เป็น​ 36 ล้านบาท(940,000 ดอลลาร์​สหรัฐ​ฯ)​ต่อวัน​ จากเดิมที่ประมาณ​ 16​ ล้านบาท(400,000-500,000ดอลลาร์​สหรัฐ​ฯ​)​ต่อวัน​ ส่วนอีกรายได้แก่​ Bitkup มียอดเทรดที่​ 524,000 ดอลลาร์​สหรัฐ​ฯ(ที่มา​ เว็บไซต์​ cionmarketcap.com ณ​ วันที่​ 5 ก.ย.​2562)​

"จากสถานการณ์​ที่เกิดขึ้น​ ในมุมมองของทางเลือกในการเทรดนั้นไม่ได้​น่ากังวล​ แต่​ความรู้​พื้นฐาน​เกี่ยวกับ​สินทรัพย์​ดิจิทัล​ต้องบอกว่า​ค่อนข้าง​น่ากังวล​ เพราะดูจากการเทขายออกมาของลูกค้า​ BX เมื่อประกาศ​ปิด​ ทำให้​รู้ว่าลูกค้า​บางส่วนไม่รู้​ว่า​สินทรัพย์​ที่ตนเองถืออยู่​สามารถ​โอนย้ายหนือนำไปเทรดได้ที่ศูนย์​ซื้อขาย​อื่น​ ไม่ได้​ปิดไปตาม​ BX ทำให้​ต้องขายในราคาที่ขาดทุน​ไป​ ซึ่ง​ตรงนี้​ทั้งภาคร​ัฐและเอกชน​ควรให้ความสำคัญ​กับ​การให้ความรู้​ในรูปแบบ​ต่างๆมากขึ้น​"

สำหรับ​การปิดกระดาน​เทรดของ​ BX​นั้น​ สาเหตุ​หลัก​ๆคงจะไม่พ้น​เรื่อง​ของผู้กำกับ​ดู​แล​หรือคณะกรรมการ​กำกับ​หลักทรัพย์​และตลาดหลักทรัพย์​(ก.ล.ต.)​ซึ่ง​เป็น​ที่รู้กันว่ามีความเข้มงวดกับการประกอบธุรกิจ​ประเภ​ทนี้มาก​ ทำให้​ในบางจุดมีต้นทุน​ที่สูง​ขึ้น​ ไม่ว่า​จะ​เป็น​การต้องสำรองเงิน​ 1%ของสินทรัพย์​ดิจิทัล​ที่รับเข้ามา​ และ​สำรองอีก​ 5% หากผู้ประกอบการ​มีสินทรัพย์​ดิจิทัล​ของ​ลูกค้า​ที่ฝากไว้ใน​ Hot Wallet ขณะที่​กฎหมาย​ห้ามผู้ประกอบการ​นำสินทรัพย์​ของลูกค้า​ไแทำการให้ยืมหรืออื่นๆ​ เมื่อเทียบกับธนาคารพาณิชย์​ที่สามารถ​นำเงินฝาก​มากู้ยืมได้ รวมถึง​เกณฑ์​ที่กำหนด​ให้ผู้ประกอบการ​นำส่งข้อมูล​ของลูกค้าเป็น​รายวัน​ทำให้​เป็น​ข้อจำกัด​ของผู้ประกอบการ​ที่ไม่ต้องการ​ของลูก ค้า​ ซึ่ง​เกณฑ์​ทั้งหลายดังกล่าว​จะเริ่มต้น​ใช้ในปีหน้า​ น่าจะเป็น​ส่วนหนึ่ง​ที่ทำให้​ BX​ ยุติการให้บริการ​ในไทย

นายปรมินทร์​กล่าวอีกว่า​ ในส่วนของสตางค์​ โปรนั้นจะยังคงเป็นศูนย์​เทรดอยู่​ และพร้อมที่จะตามตามเกณฑ์​ต่างๆของก.ล.ต.อยู่​แล้ว​ โดย​จะต้องมีการปรับแผน​ในบางจุด​ โดย​จากเดิมที่​จะใช้ผลิตภัณฑ์​ต่างๆเป็น​ตัวนำ​ ก็จะหันมาโฟกัส​ที่ศูนย์​ซื้อขายเป็น​หลักแล้วค่อยต่อยอดไปที่ผลิตภัณฑ์​ต่างของสตางค์​ คอร์ป​ พร้อม​กันนั้น ก็จะพยายาม​ทำระบบ​การเปิดบัญชี​ให้มีความสะดวกรวดเร็ว​มากขึ้น​ ซึ่ง​จากปัจจุบัน​จะ​ใช้การยืนยันตัวตนในการสมัครเปิดบัญชี​ผ่านทางออนไลน์​ แต่ในอนาคต​เมื่อมีระบบ​
National Digital​ ID แล้ว​ ทางการอาจจะกำหนดให้​ผู้เปิดบัญชี​ด้วยบัตรประชาชนจะต้องนำบัตรประชาชน​มายืนยัน​ตัวตนด้วยตนเองในครั้งแรก​ซึ่ง​จะเพิ่มความลำบากให้กับลูกค้า​ ขณะเดียวกันหากบริษัท​จะข้อใช้ข้อ​มูล​ National Digital​ ID จากศูนย์​ที่ให้บริการ​ก็จะต้องเสียค่าใช้จ่าย​ครั้งละ​ 200​ บาท​ ทำให้มีต้นทุน​เพิ่ม​ ดังนั้น​ จึงอาจจะ​ต้องปรับวิธีการ​เพื่อรองรับ​ อาทิ​ การแสดงตัวตนโดยใช้พาสปอร์ต​ เป็น​ต้น

"เราพยายาม​ที่จะทำตามเกณฑ์ต่างๆ​ของ​ก.ล.ต.อยู่​แล้ว​เพราะ​เข้าใจถึงสิ่งที่ก.ล.ต.กังวล​ แต่สิ่งที่ผู้ออกกฎควรตระหนักถึง​คือ​ สินทรัพย์​ดิจิทัล​ มีความแตกต่างจากหุ้น​ ยกตัวอย่าง​ ก็คือ​ สินทรัพย์​ดิจิทัล​เทรดได้​หลายตลาดทั่วโลก​ แต่หุ้น​เทรดอยู่ตลาดเดียว​ ดังนั้น​ การใช้เกณฑ์​การกำกับ​ดูแล​ที่มีแบบอย่างมาจากการกำกับ​ดูแล​หุ้น​จึงมีบางจุดที่​ต้องยืดหยุ่น​กว่า​หรือแตกต่าง​กัน ซึ่งก็ได้มีการหารือกันเป็​นระยะๆอยู่​แล้ว​ และหวัง​ว่า​ในอนาคต​จะสามารถ​ประนีประนอม​กันได้ เพราะ​ถ้ายังเป็นแบบนี้​ แม้แต​่บริษัท​ของคนไทย​ก็อาจจะ​อยู่ไม่ได้​ เหมือนกับ​บริษัท​ต่างชาติ​อย่าง​ BX ที่ตัดสินใจ​หยุดไป"

ส่วนแนวโน้มตลาดคริปโตโลกในไตรมาส 3 นั้น ปัจจุบันมีหลายข่าวดี แต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงราคาได้มาก ทุกคนต่างคาดหวังว่าราคาจะกลับมาอีกครั้งเหมือน ปี 2017 แต่ผมคาดว่า ในไตรมาส 3 เราอาจจะยังไม่ได้เห็นการกลับตัวแบบนั้น อย่างไรก็ตามหากมีเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง ก็อาจจะส่งผลให้ราคาของสินทรัพย์ดิจิทัลพุ่งสูงขึ้นได้ ราคาสินทรัพย์ดิจิทัลส่วนมากอิงราคาตลาดโลก เปรียบเสมือนทองคำที่มีมูลค่าใกล้เคียงกันทั่วโลก เพราะฉะนั้นหากถามถึงภาวะราคาที่ผันผวน ก็ต้องตอบว่า น่าจะตามสภาพเศรษฐกิจของโลกเป็นหลัก
กำลังโหลดความคิดเห็น...