xs
xsm
sm
md
lg

ยอมรับสงครามการค้ากระทบ เดินหน้าหาออเดอร์ใหม่หนุน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ยอมรับสงครามการค้ากระทบ ส่วนใหญ่เชื่อความต้องการยังคงมี ขณะที่ยอดผลิตรถยนต์ขยายตัวแค่ 4% และยอดขายในประเทศเติบโต 11% และยอดส่งออกเพิ่มขึ้น 1.6% เดินหน้าเจรจาหาออเดอร์ใหม่ต่อเนื่อง ดันผลงานโต

นายอภิชาต ลี้อิสสระนุกูล กรรมการ STANLY กล่าวไว้ว่า ผลประกอบการถือว่าเติบโตดีและมีออเดอร์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง และอุตสาหกรรมส่องสว่างยานยนต์มีการแข่งขันค่อนข้างต่ำ แต่บริษัทเน้นการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูงและราคาสมเหตุผล เพราะราคาขายจะกำหนดราคาจะคิดจากต้นทุนการผลิตบวกกำไรมาตรฐาน นอกจากนี้ บริษัทยังมีนโยบายที่จะขยายสายผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เกี่ยวกับยานยนต์เพิ่มขึ้นให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ซึ่งสัดส่วนรายได้ของบริษัทส่วนใหญ่ 67% ยังคงมาจากในประเทศ ที่เหลือเป็นรายได้จากต่างประเทศ


นายฮามีดี บิน เมาลอด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร INGRS เผยว่า บริษัทได้รุกขยายธุรกิจในอินโดนีเซีย คาดได้รับออเดอร์ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์จากค่ายฮุนได ผู้ผลิตรถยนต์อันดับ 1 ของเกาหลีใต้ ส่วนโรงงานผลิตมีกำลังการผลิตสูงถึง 2.5 -5 แสนคันต่อปี และเป็นโรงงานแรกของฮุนไดในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งบริษัทได้เซ็นสัญญาพันธมิตรธุรกิจกับ บจ.วูยัง อินดัสตรี เพื่อเสริมศักยภาพด้านเทคโนโลยี และขยายธุรกิจในกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ของเกาหลีใต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ปีนี้บริษัทคาดว่าผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่อง มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการได้ออเดอร์ใหม่ อีกทั้งการเริ่มผลิตชิ้นส่วนรถยนต์โครงการใหม่จากกลุ่มลูกค้า และจะเริ่มผลิตชิ้นส่วนรถยนต์โครงการใหม่หลายโครงการทั้งในไทย มาเลเซีย อินเดีย และอินโดนีเซีย อีกทั้งบริษัทกำลังเสนองานใหม่อีกหลายโครงการและแต่ละโครงการคือการผลิตชิ้นส่วนป้อนโรงงานในหลายประเทศ โดยบริษัทคาดว่ายอดการผลิตชิ้นส่วนให้กลุ่มโปรตอนซึ่งเป็นหนึ่งในลูกค้าหลักเพิ่มขึ้น และจะเข้าสู่สภาวะปกติเมื่อรวมกับการผลิตชิ้นส่วนโครงการใหม่ๆ ให้กลุ่มเปอโรดัว ซึ่งจะทำให้บริษัทย่อยในมาเลเซียมีผลประกอบการที่ดีขึ้นในอนาคต


นายซู ชวน เย็บ ประธานกรรมการบริหาร AH เผยว่า แนวโน้มผลงานไตรมาส 2/2562 จะเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะยอดขายต่างประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะในเวียดนาม ซึ่งปีนี้ตั้งเป้ารายได้โตไว้ที่ 10% ขณะที่ปีก่อนทำไว้ 17,844.26 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเพราะบริษัทปรับปรุงและพัฒนาระบบการดำเนินงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการควบคุมค่าใช้จ่ายเพื่อดันมาร์จิ้นสูงขึ้่น


ผู้บริหาร AH ยอมรับว่าปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน (trade war) คงมีผลกระทบบ้าง เนื่องจากปริมาณการค้าทั่วโลกลดลง ซึ่งอาจกระทบปริมาณการผลิตหรือยอดขายผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนยานยนต์บ้าง แต่ลูกค้าเรา อย่างอีซูซุ, นิสสัน, มาสด้า ก็ยังคงเติบโตดีอยู่ ขณะที่ในประเทศจีนที่บริษัทเข้าไปตั้งโรงงานการผลิต เราเน้นผลิตสินค้าเพื่อจำหน่ายในประเทศเท่านั้น ไม่ได้ส่งออกไปสหรัฐฯ จึงไม่ได้รับผลกระทบ ซึ่งในส่วนของธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์นั้น ในปลายปี 2562 บริษัทรับออเดอร์เข้ามาแล้ว 1 โมเดล ซึ่งผลงานปีนี้ AH เริ่มทยอยรับรู้รายได้จากการส่งมอบงานให้กับโครงการร่วมทุนกับกลุ่ม VINFAST ในเวียดนามเพิ่มขึ้น โดยไตรมาสแรกทำรายได้แล้ว 200 ล้านบาท


นายปรีชา เตชะไกรศรี กรรมการผู้จัดการ TKT เปิดเผยว่า ปีนี้ตั้งเป้ากลับมาเทิร์นอะราวนด์จากการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการส่งมอบออเดอร์ให้แก่ลูกค้า ซึ่งช่วงกลางปีนี้บริษัทมีส่งมอบออเดอร์ให้ลูกค้าโมเดลรถใหม่ 2 ราย และรับรู้รายได้ทันที ปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้จะเติบโต 5-10% จากปีก่อน โดยมี ออเดอร์รอส่งมอบ (Backlog) กว่า 1 พันล้านบาท แบ่งเป็นงานแม่พิมพ์กว่า 100 ล้านบาท และออเดอร์ ชิ้นส่วนยานยนต์อีกกว่า 800-900 ล้านบาท ซึ่งรับรู้เป็นรายได้ในปีนี้ทั้งหมด และอยู่ระหว่างเจรจาออเดอร์ลูกค้าใหม่ต่อเนื่อง


มองว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ปี 2562 จะเติบโตขึ้น สอดคล้องกับภาพรวมเศรษฐกิจที่มีการเติบโตที่ดี จากกำลังซื้อที่จะเพิ่มขึ้นหากเกิดการเลือกตั้ง แม้จะมีปัจจัยเสี่ยงในด้านของสงครามการค้าที่มีโอกาสจะกระทบต่อการส่งออก และอาจจะมีผลต่อออเดอร์ของบริษัท


กำลังโหลดความคิดเห็น...