xs
xsm
sm
md
lg

รมต.เศรษฐกิจจับมือดับเครื่องชนปัญหาเศรษฐกิจ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รัฐมนตรีคลังยืนยันรัฐบาลผสมขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ ท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจโลกชะลอตัว เตรียมจัดสรรงบปี 64 ปรับเปลี่ยนประเทศ ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่พาณิชย์เดินหน้าประกันราคาสินค้าเกษตร ข้าว ปาล์มน้ำมัน เสนอ ครม.พิจารณาวันนี้ ภายในสิ้นปี 62 จะใช้น้ำมันบี 10 เป็นภาคบังคับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในงานสัมมนา “ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจไทย ภายใต้รัฐบาลใหม่” จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ว่า จุดแข็งของรัฐบาลผสม คือ การนำนโยบายหลายพรรคมาหลอมรวมให้เป็นหนึ่งเดียวได้แถลงต่อสภา แม้จะเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำเชื่อมั่นว่าจะบริหารนโยบายเศรษฐกิจต่อไปได้ เพราะรัฐบาลผสมบริหารผ่านมาหลายสมัย จากพรรค ปชป.เป็นแกนนำโดยนายชวน หลีกภัย รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำจึงไม่เป็นปัญหาสำหรับรัฐบาลชุดปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าปัญหาเศรษฐกิจโลกชะลอตัวกระทบไปยังหลายประเทศ ส่งผลต่อเงินบาทแข็งค่า การนำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมาอัดฉีดเงินกว่า 300,000 ล้านบาท คาดว่าจะผลักดันให้จีดีพีโตมากกว่าร้อยละ 3 ผ่านการดูแลราคาสินค้าเกษตร และการผลักดันการส่งออก ด้วยการประกันรายได้สินค้าเกษตร ข้าวเปลือก มันสำปะหลัง ยางพารา ข้าวโพด ส่วนปาล์มน้ำมัน กิโลกรัมละ 4 บาท ใช้เงิน 10,000 ล้านบาท เตรียมเสนอ ครม.วันนี้ (27 ส.ค.) พร้อมกับประกันราคาข้าวเปลือก ภายในสิ้นปี 2562 จะใช้น้ำมันบี 10 เป็นภาคบังคับ เพิ่มความต้องการใช้น้ำมันปาล์ม ราคาปาล์มน้ำมันพุ่งเป็น 3.2 บาทต่อกิโลกรัมแล้วขณะนี้ ลดปัญหาลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์ม

ทั้งนี้ ตัวเลขการส่งออกเดือนกรกฎาคมเพิ่มร้อยละ 4.28 โดยพยายามไม่ให้ชะลอตัว ดังนั้น เพื่อให้ตัวเลขส่งออกเดินหน้าต่อไปได้ กระทรวงพาณิชย์จะเร่งรัดการส่งออก โดยอาศัยภาคเอกชนเป็นทัพหน้าบุกตลาดต่างประเทศ การตั้งวอร์รูมในทีม กรอ.พาณิชย์ ทั้งข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา เพื่อฟื้นตลาดเก่าไม่ให้สูญเสียไป จึงมุ่งฟื้นสัมพันธ์ตลาดอิรักดึงตลาดกลับมาส่งออกให้เหมือนเดิม จัดเวทีผู้นำเข้าฟิลิปปินส์รู้จักกับเอกชนไทย เพิ่มแผนส่งออกข้าวเพิ่มขึ้น การปรับปรุงท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง เปิดตลาดจีนตอนใต้ และอินเดียที่ต้องการมันสำปะหลังผลิตเครื่องปรุงรส เตรียมบุกตลาดนิวซีแลนด์ ส่งออกอาหารสัตว์ ส่วนยางพาราผลิตภัณฑ์ยางตลาดยังต้องการสูงมาก หวังเพิ่มมูลค่าส่งออก พร้อมยกเครื่องทูตพาณิชย์มืออาชีพเป็นพนักงานขายกิตติมศักดิ์ของไทยเพื่อดูแลเอกชน นัดประชุมรับนโยบาย 28 สิงหาคมนี้เพื่อเจาะตลาดเป้าหมาย

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงานสัมมนาว่า ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลผสมได้ย้ำกับนักลงทุนต่างชาติตลอดว่า รัฐบาลขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจเพื่อแก้ปัญหาในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว ยอมรับว่าปัญหาเศรษฐกิจโลกมีปัญหาส่งผลต่อตลาดหุ้นทั่วโลก ความท้าทายจากความเสี่ยงที่เกิดขึ้นขณะนี้ไทยอาจต้องเผชิญปัญหาดังกล่าวไปอีกระยะหนึ่ง สำหรับระยะสั้นเริ่มส่งผลต่อไทยด้านการส่งออก ขณะที่ต่างชาติอย่างเช่น มูส์ดี้ และฟิทช์ เรทติ้ง มองว่าฐานะทางการคลังมั่นคง การใช้นโยบายยืดหยุ่นบริหารการเงินการคลัง การขับเคลื่อนนโยบายสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีข้างหน้า

ส่วนการดูแลระยะสั้น ได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งการดูแลผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ เกษตรกร ด้านการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันเศรษฐกิจไทยให้หมุนเวียนต่อไปไม่หยุดชะงัก สร้างความเชื่อมั่นแก่รายย่อย เอสเอ็มอี ให้มีกำลังซื้อ กำลังลงทุนเพิ่มขึ้น หวังไม่ให้เศรษฐกิจตกท้องช้าง จึงต้องประคองด้วยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ตรงจุด รวดเร็ว ทันการณ์ โปร่งใส” หากเศรษฐกิจฟื้นตัวดีขึ้นปีหน้า เมื่อประชาชนมีกำลังซื้อเพิ่ม รัฐบาลเตรียมจัดสรรงบประมาณปี 2564 เพื่อปรับเปลี่ยนประเทศ เดินหน้าทำข้อตกลงทางการค้าเสรีกับประเทศคู่ค้า เดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานตามแผนที่กำหนด

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังพร้อมให้ความสำคัญพัฒนาด้านสังคม อุตสาหกรรมทางการแพทย์ สาธารณสุข เตรียมดึงภาคเอกชนมาลงทุนด้านอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร เพื่อนำเทคโนโลยีมาเผยแพร่ในไทย ผ่านการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) การเน้นดูแลสังคมผู้สูงวัยรองรับสังคมผู้สูงอายุ นอกจากนี้ ยังหารือกับกระทรวงคมนาคมจัดหาแหล่งทุนไปลงทุนในโครงการสำคัญ รัฐบาลเตรียมเน้นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้พร้อมรองรับการลงทุนของต่างชาติที่เตรียมหลั่งไหลเข้ามาลงทุน

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ยอมรับว่าขณะนี้เครื่องยนต์เศรษฐกิจไทยอาจเสื่อมสภาพไปบ้าง เพื่อให้เครื่องยนต์แล่นไปข้างหน้า จึงต้องนำพาด้วยเทคโนโลยียุคใหม่ผลักดันให้เกิดอุตสาหกรรม 4.0 ด้วยการพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม การสร้างเกษตรแปรรูปพันธุ์ใหม่ วางขายบนตลาดออนไลน์ ส่งเสริมการเติมทุนให้เอสเอ็มอี หาช่องทางดูแลเอสเอ็มอีขนาดเล็กเข้าถึงแหล่งทุนดูจากความเป็นไปได้โครงการเป็นหลัก นอกจากหลักประกันสินเชื่อวงเงินกู้ไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย คิดดอกเบี้ยร้อยละ 7 ผ่อนชำระไม่เกิน 7 ปี การส่งเสริมเขตเศรษฐกิจ การส่งเสริมสถานประกอบการ 4.0 ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน การชำระค่าบริการผ่านออนไลน์ การใช้ระบบดิจิทัลปฏิรูปภาคอุตสาหกรรม จากความท้ายทายเศรษฐกิจโลก จึงต้องเร่งขับเคลื่อนการพัฒนาให้แข่งขันสูงขึ้นกับการเปลี่ยนแปลงของโลก


กำลังโหลดความคิดเห็น...