xs
xsm
sm
md
lg

SPCG เปิดผลกำไรครึ่งปี 1.52 พันล้าน เตรียมแจกปันผลลูกค้า 6 ก.ย.นี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

 นางวันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน)
SPCG เปิดผลประกอบการครึ่งปี 62 โชว์นักลงทุนโกยกำไรสุทธิ 1.52 พันล้าน ประกาศแจกปันผลหุ้นละ 0.50 บาท รวม 487 ล้านบาท 6 ก.ย.นี้ เผยเมกะโปรเจกต์โซลาร์ฟาร์มญี่ปุ่นคืบหน้าตามแผน พร้อมจับมือพันธมิตรแข็งแกร่งลุยธุรกิจโซลาร์รูฟท็อป

นางวันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ “SPCG” แถลงผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ปี 2562 ในงาน “บริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน Opportunity Day” ว่า บริษัทมีผลประกอบการงวด 6 เดือน สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิ.ย. บริษัทมีกำไรสุทธิรวมจำนวน 1,520.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีกำไรสุทธิรวมจำนวน 1,517.1 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้น 3 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 0.2 ส่วนในไตรมาสที่ 2/2562 บริษัทมีกำไรสุทธิ 737.1 ล้านบาท ขณะที่บริษัทมีรายได้รวม จำนวน 2,606.8 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 15 จากงวดเดียวกันของปีก่อน พร้อมกันนี้ ในที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงาน งวดวันที่ 1 ม.ค.-30 มิ.ย. ในอัตราหุ้นละ 0.50 บาท เป็นจำนวนเงิน 487,000,000 บาท โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 6 ก.ย.

นางวันดีกล่าวว่า สำหรับภาพรวมธุรกิจในครึ่งปีแรกนี้บริษัทฯ ยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซลาร์ฟาร์ม ทั้ง 36 โครงการ รวมกำลังการผลิตกว่า 260 เมกะวัตต์ และโครงการโซลาร์ฟาร์มที่เมืองทอตโตะริ ประเทศญี่ปุ่น ขนาด 30 เมกะวัตต์ รวมไปถึงยอดขายโซลาร์รูฟจากลูกค้าทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มบ้านพักอาศัย, กลุ่มอาคารพาณิชย์ และกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม ยังคงให้การตอบรับเป็นอย่างดี เพราะเมื่อลูกค้าติดโซลาร์รูฟของบริษัทแล้ว ต่างเห็นผลลัพธ์ที่ดี สามารถลดค่าไฟได้ทันที ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน ทำให้กิจการของลูกค้ามีกำไรเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าในช่วงไตรมาสที่ 3-4 ของปีนี้จะให้การตอบรับดีขึ้นกว่าช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา สาเหตุหลักเนื่องจากทางบริษัทได้มีการปรับเปลี่ยนแผนการตลาดและกลยุทธ์การขาย เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันซึ่งจะมีส่วนในการส่งผลให้ยอดขายในปีนี้ของบริษัทเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

ส่วนความคืบหน้าของโครงการโซลาร์ฟาร์ม Ukujima ประเทศญี่ปุ่น ขนาดกำลังการผลิต 469 เมกะวัตต์ที่เป็นการร่วมทุนของ 8 บริษัทด้วยงบการลงทุนประมาณ 60,000 ล้านบาทนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการยื่นเอกสารสำคัญต่างๆ และจะเข้าสู่ขั้นตอนการก่อสร้างต่อไป โดยจะมีการแจ้งให้ทราบถึงสัดส่วนในการถือหุ้นเร็วๆ นี้ ส่วนโครงการความร่วมมือด้านการพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา หรือโซล่าร์รูฟท็อป ที่ได้ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับทั้ง 3 บริษัท ไปวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมานั้น อยู่ระหว่างขั้นตอนการจัดตั้งบริษัทร่วมกัน คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงเดือนกันยายนนี้ โดยตั้งเป้าในการติดตั้งระบบผลิตโซลาร์รูฟท็อปให้กับกลุ่มลูกค้าโรงงานอุตสาหกรรมภายในสิ้นปี 2563 กำลังการผลิตรวม 100 เมกะวัตต์


กำลังโหลดความคิดเห็น...