xs
xsm
sm
md
lg

สหมิตรถังแก๊สเผยแนวโน้มธุรกิจครึ่งปีหลังโตกว่าครึ่งปีแรก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“สหมิตรถังแก๊ส” คาดครึ่งปีหลังเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรก ตามความต้องการใช้ถังแก๊สทั้งในและต่างประเทศโดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียใต้และทวีปแอฟริกา พร้อมเปิดตลาดใหม่ๆ ต่อเนื่อง ผลิตสินค้าที่เป็น High Value เพิ่ม เผยปีนี้ได้งานผลิตและซ่อมถังบริษัทในประเทศล็อตใหญ่ เตรียมส่งถังแก๊สขนาดใหญ่เจาะตลาดเอเชียใต้ ขณะการลงทุนในต่างประเทศคาดได้ข้อสรุปปีนี้

นายสุรศักดิ์ เอิบสิริสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหมิตรถังแก๊ส จำกัด (มหาชน) หรือ SMPC เปิดเผยถึง แนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่ายอดขายจะเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรก จากความต้องการถังแก๊ส LPG ในภูมิภาคเอเชียใต้ และประเทศในทวีปแอฟริกาที่มีการเปลี่ยนมาใช้ LPG แทนฟืนและเชื้อเพลิงแบบดั้งเดิม ซึ่งทั้ง 2 ภูมิภาคนี้เป็นกลุ่มลูกค้าหลักของ SMPC ถึงแม้ปัจจุบันจะเกิดสภาวะสงครามทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา แต่เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลที่ดีต่อบริษัท ทำให้บริษัทได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้าในสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้น


“ทิศทางครึ่งปีหลังปริมาณขายส่วนใหญ่จะมาจากทวีปแอฟริกา และสหรัฐอเมริกา ซึ่งขณะนี้เริ่มมีออเดอร์เข้ามา ขณะที่ตลาดในประเทศปีนี้เราประมูลได้งาน มีทั้งการผลิตถังใหม่และถังซ่อม มากกว่าปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้รุกขยายตลาดภูมิภาคใหม่ๆ เช่น ละตินอเมริกา รวมถึงผลิตสินค้าที่เป็น High Value เพื่อให้ยอดขายเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทได้ผ่านการรับรองมาตรฐานที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดได้มากขึ้น ล่าสุดบริษัทฯ มีเป้าหมายส่งถังแก๊สขนาดใหญ่ไปขายที่ประเทศแถบเอเชียใต้ ซึ่งจะมีการเปลี่ยนจากถังขนาดเล็กมาเป็นถังขนาดใหญ่ขนาด 250 กิโลกรัม เป็นโอกาสของบริษัทฯ ในการขยายตลาดและทำกำไรเพิ่มขึ้น โดยเป้ายอดขายในปี 2562 คาดว่าจะอยู่ระดับใกล้เคียงกับปี 2561 ที่ผ่านมา” นายสุรศักดิ์กล่าว

อีกทั้งปีนี้บริษัทได้ตั้งงบลงทุนราว 100 ล้านบาทเพื่อลงทุนในเทคโนโลยีต่างๆ โดยนำระบบหุ่นยนต์มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมากขึ้น ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงเน้นการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีอย่างต่อเนื่องด้านความคืบหน้าการลงทุนในต่างประเทศเพื่อก่อสร้างโรงงานใหม่กำลังการผลิต 2.5 ล้านใบต่อปี มูลค่าการลงทุนประมาณ 400 ล้านบาท

ขณะนี้มีความชัดเจนค่อนข้างมาก มีการเจรจาในเรื่องโครงสร้าง โดยคาดว่า SMPC น่าจะเป็นผู้ถือหุ้นหลัก คาดจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้ ทั้งนี้ ในการเข้าไปตั้งโรงงานผลิตในประเทศนั้น บริษัทมองว่าจะช่วยลดต้นทุนและระยะเวลาในการขนส่งสินค้า สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ใกล้ชิดขึ้น รวมถึงอาจได้ประโยชน์ทางภาษีมากกว่าที่จะส่งออกเข้าไปยังประเทศนั้น เพราะบางประเทศมีกำแพงภาษีที่สูงมาก นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นฐานในการผลิตสินค้าให้กับกลุ่มลูกค้าในแถบประเทศนั้นได้


กำลังโหลดความคิดเห็น...