xs
xsm
sm
md
lg

Q-CON เดินหน้าขยายตลาดต่างจังหวัด-ต่างประเทศ หนุนรายได้โต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

กิตติ สุนทรมโนกุล
Q-CON ฉลองครบรอบ 25 ปี งัดแคมเปญบุกตลาดเดินหน้าชูกลยุทธ์ “Q Solution” เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า พร้อมรุกขายตลาดต่างจังหวัด-ต่างปะเทศ หวังกระตุ้นยอดขาย

นายกิตติ สุนทรมโนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่น โปรดัคส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตคอนกรีตมวลเบาภายใต้แบรนด์ Q-CON กล่าวว่า ภาพรวมของตลาดอิฐมวลเบาในประเทศปีนี้จะยังทรงตัวต่อเนื่องอยู่ที่ประมาณ 35-40 ล้านตารางเมตร จากกำลังการผลิตรวมทั่วประเทศ 50 ล้าน ตร.ม. จากผู้ประกอบการ 6-7 ราย ซึ่งตลาดทรงตัวต่อเนื่องมา 3-4 ปีแล้ว ซึ่งการแข่งขันถือว่าไม่รุนแรงมากนัก ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่มีนโยบายเพิ่มกำลังการผลิต เนื่องจากในปัจจุบันยังใช้กำลังการผลิตเพียง 70% ของกำลังการผลิตทั้งหมด แต่หากปริมาณความต้องการเพิ่มขึ้นจนกำลังการผลิตไปถึง 80% เชื่อว่าจะมีโอกาสขยายการลงทุนของผู้ประกอบการภายในประเทศ

อย่างไรก็ตาม ตลาดอิฐมวลเบาแม้ว่าจะชะลอตัวจากงานโครงการที่ลดลง แต่ในกลุ่มของบ้านพักอาศัยมีการขยายตัวต่อเนื่องมาก ทำให้เข้าไปกินส่วนแบ่งตลาดของอิฐแดงซึ่งมีการผลิตที่ลดน้อยลงเนื่องจากการผลิตจะต้องใช้คนงานมาก การที่ค่าแรงปรับขึ้นมาในช่วงก่อนหน้านี้ทำให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงการหาซื้อเพลิงในการผลิตยากหรือมีราคาแพง

ส่วนกำลังการผลิตของบริษัทในปัจจุบันที่มีอยู่ 20.8 ล้านตารางเมตร/ปี จากโรงงานทั้ง 5 แห่ง บริษัทได้ใช้กำลังการผลิตในปัจจุบันอยู่ที่ 80-85% อย่างไรก็ตาม หากทิศทางของตลาดปรับตัวดีขึ้น หัวเมืองขนาดใหญ่ที่มีความต้องการอิฐมวลเบาประมาณ 3 ล้าน ตร.ม./ปี บริษัทมองถึงโอกาสในการขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น โดยการเข้าไปตั้งโรงงานผลิตในหัวเมืองใหญ่ตามภูมิภาคต่างๆ เพื่อลดค่าขนส่งและเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น แต่ปัจจุบันบริษัทยังคงไม่มีแผนการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่เพิ่ม เนื่องจากค่าเฉลี่ยของการใช้กำลังการผลิตของตลาดยังทรงตัวอยู่ที่ 70% และยังไม่เห็นถึงโอกาสในการปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำให้กำลังการผลิตของบริษัทที่มีอยู่ไนปัจจุบันยังคงเพียงพอรองรับความต้องการใช้ของลูกค้าในและต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม ในปี 2562 บริษัทคาดว่าจะมีรายได้สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ประมาณ 10% หลังครึ่งปีแรกรายได้ของบริษัทเติบโตได้ 12% และแนวโน้มในครึ่งปีหลังคาดว่ารายได้จะสูงกว่าครึ่งปีแรก ซึ่งปกติในช่วงครึ่งปีหลังจะมีความต้องการใช้อิฐมวลเบาสูงขึ้น

สำหรับตลาดต่างประเทศเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะตลาดในประเทศอินเดียที่มีแนวโน้มเติบโตดี ลูกค้าที่สั่งซื้อผลิตภัณฑ์ของบริษัทเพิ่มขึ้น หลังจากเข้าไปทำตลาดและมีลูกค้ารู้จักมากขึ้น โดยเฉพาะอินเดีย ที่บริษัทได้ส่งผลิตภัณฑ์ Q Panel ที่เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ Solution เข้าไปจำหน่าย และช่วยเข้ามาทดแทนตลาดออสเตรเลีย ที่ผู้ผลิตมาจ้างบริษัทเป็นผู้ผลิตสินค้าให้ OEM แต่หลังจากปีนี้โรงงานผลิตอิฐมวลเบาของออสเตรเลียสามารถเดินเครื่องผลิตได้ ทำให้ยอดสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ของบริษัทลดลง ทำให้สัดส่วนรายได้จากการส่งออกในปีนี้ลดลงมาเป็น 14-15% จากปีก่อนที่ 17%

ส่วนมูลค่ายอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ของบริษัทในปีนี้ยังอยู่ที่ระดับ 80 ล้านบาท/เดือน ซึ่งปัจจุบันกลุ่มลูกค้าในประเทศยังคงมีการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ของบริษัทอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าเอกชนที่มีสัดส่วน 75% ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ เช่น แลนด์แอนด์เฮ้าส์ คิวเฮ้าส์ เอพี และเอสซี แอสเสท แม้ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันอาจจะมีการชะลอตัว โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียม แต่ลูกค้ารายใหญ่ยังคงมีการสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง เพราะต้องมีการก่อสร้างโครงการอยู่ตลอด ประกอบกับมีการเติบโตของการก่อสร้างโรงแรมในจังหวัดท่องเที่ยวต่างๆ มากขึ้น ทำให้มีความต้องการใช้อิฐมวลเบาเพิ่มขึ้น และบริษัทได้มีการนำ Solution ไปเสนอให้แก่ลูกค้า ซึ่งทำให้ลูกค้ามีตัวเลือกในการใช้ผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นด้วย และบริษัทสามารถเสนอขายผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย

ส่วนกำไรของบริษัทในปีนี้ที่มีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้น หลังจากที่ครึ่งปีแรกกำไรของบริษัทเติบโตสูงเกือบ 400% มาอยู่ที่ 86.93 ล้านบาท มากกว่ากำไรของปีก่อนที่ 57.25 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการควบคุมต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และราคาอิฐมวลเบาแบบก้อนมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นมาเป็น 17-18 บาท สูงกว่าช่วงครึ่งปีหลังของปีก่อน และการนำผลิตภัณฑ์ Q Panel ผนังสำเร็จรูปที่ลูกค้าให้การตอบรีบที่ดีออกมาจำหน่าย โดยมีราคาอยู่ที่ 400 บาท/ตร.ม. ขณะที่คอนกรีตมวลเบาราคาอยู่ที่ 135 บาท/ตร.ม. ซึ่งมีกำไรสูงกว่าอิฐมวลเบาแบบก้อน 2 เท่า และมีราคาขายที่สูงกว่า 3 เท่า ทำให้กำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งบริษัทวางแผนใน 4-5 ปีนี้จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากผลิตภัณฑ์ Q Panel เป็น 30-40% จากปัจจุบันที่มีสัดส่วน 14-15%

ในช่วงครึ่งปีแรกมียอดขาย 1,032.9 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตสูงถึง 12% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และมีผลกำไรครึ่งปีแรก 86.90 ล้านบาท ซึ่งสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตสูงถึง 393% โดยผลการดำเนินงานมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เป็นเพราะกลยุทธ์ของบริษัทฯ ที่พัฒนาสินค้าเพื่อตอบโจทย์ลูกค้า โดยผลักดันผลิตภัณฑ์

ปัจจุบัน บริษัทฯ มีกำลังการผลิตสูงสุดถึง 20.8 ล้าน ตร.ม. มีโรงงานถึง 5 โรงงาน รองรับอยู่ในเขตพื้นที่สำคัญ ที่ตลาดเติบโตสูงที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคอีสาน ทั้งนี้ การขายและการทำการตลาดนั้นจะมีทั้งรูปแบบการขายตรงเข้าโครงการ และขายผ่านตัวแทนจัดจำหน่าย (Dealers) หรือร้านค้ากว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาช่างฝีมือทั่วประเทศ เพื่อยกระดับช่างฝีมือไทย ผ่านการฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการใช้งาน และยังพัฒนาเครื่องมือที่ช่วยในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือช่วยยกแผ่น และเครื่องมือติดตั้งแผ่นอัตโนมัติ

นายกิตติ กล่าวต่อว่า จากนี้ Q-CON พร้อมเดินหน้าชูกลยุทธ์ “Q Solution” เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น โดยคำนึงถึงความต้องการลูกค้า เน้นเรื่อง Customer Centric จึงผลักดัน Q Solution ตอบโจทย์ลูกค้ายุคแรงงานขาดแคลน และต้องการความเร็วในการก่อสร้าง โดย Solution แรก เปิดตัว Q Panel ระบบผนังกันความร้อนครบวงจร ทั้งติดตั้งง่าย น้ำหนักเบา ใช้แรงงานน้อยเพียง 2-3 คน ก็สามารถติดตั้งได้ถึง 40 ตร.ม./วัน พร้อมทั้งยังมีระบบ Q Network เครือข่ายทีมช่างที่มีประสบการณ์ พร้อมให้บริการติดตั้งแก่ลูกค้าทั่วประเทศที่ไม่มีแรงงาน และยังมีผนังเข้ามุม ผนังรอยต่อที่ช่วยให้ลูกค้าทำงานระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ Q-CON ยังมี Solution อื่นๆ อีก เช่น Q Kitchen ครัวปูนทันสมัย ดีไซน์สวย และมีโครงสร้างเสริมเหล็ก High Strength ที่แข็งแรงได้มาตรฐาน พร้อมการบริการติดตั้งครบวงจร โดยใช้เวลาติดตั้งเพียงไม่กี่วัน Q Stair ระบบบันไดที่แข็งแรง ช่วยลดต้นทุน และลดเวลาการทำงานของลูกค้า Q Sound Barrier ระบบผนังกันเสียงที่ช่วยป้องกันเสียงดังจากรอบข้างได้เป็นอย่างดี เช่น ผนังกันเสียงริมทางหลวงแผ่นดิน รั้วหมู่บ้าน รั้วโรงงาน และรั้วคอนโดฯ

ทั้งนี้ ในปีนี้ที่บริษัทฯ ครบรอบ 25 ปี บริษัทได้จัดกิจกรรมต่างๆ เช่น จัดแต่ง Display ร้านค้าทั่วประเทศที่จำหน่ายสินค้า Q-CON จัดโปรแกรมส่งเสริมการขายพิเศษสำหรับผู้แทนจำหน่าย จัดกิจกรรมสัมมนานวัตกรรมคอนกรีตมวลเบาแก่สถาปนิก วิศวกร ผู้ควบคุมงาน และผู้รับเหมา และยังมีโครงการ Q-CON CSR 25 ปี เป็นต้น


กำลังโหลดความคิดเห็น...