xs
xsm
sm
md
lg

KTB คาดอสังหาฯ ทั้งปีติดลบ 10% LTV คุมอยู่ ต่างชาติทิ้งโอน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


สำนักวิจัยกรุงไทย ประเมินอสังหาฯ ปีนี้ติดลบ 10% จากมาตรการ LTV ต่างชาติทิ้งดาวน์ โดยเดือน เม.ย.-พ.ค.ยอดโอนลด 16% เป็นสัญญา 2 ของคอนโดฯ ลด 25% พร้อมแนะทางเลือกใหม่ด้านที่อยู่อาศัย "บ้านแฝด" มาแรง เหตุราคาเข้าถึงง่าย คุณภาพที่ดีขึ้น

นายพชรพจน์​ นันทรามาศ​ ผู้อำนวยการ​ฝ่ายอาวุโส​ สำนัก​วิจัย​ Krungthai​ Compass ธนาคาร​กรุงไทย​ (KTB)​เปิดเผยว่า สำนักวิจัยฯ ได้ประเมินภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลในปีนี้จะมีมูลค่า 5.1 แสนล้านบาท หดตัว 10% ที่อยู่อาศัยแนวราบหดตัว 4% และคอนโดมิเนียมหดตัว 20% ซึ่งปัจจัยหลักๆ มาจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ชะลอตัวลงทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงเกณฑ์ควบคุมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หรือ LTV ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทำให้ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อเก็งกำไรหรือให้เช่าต่อชะลอตัวลง ขณะที่เศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงทั่วโลกทำให้ชาวต่างชาติที่นิยมเข้ามาซื้อคอนโดมิเนียมในไทยลดลง โดยเฉพาะชาวจีนที่เข้ามามากในช่วงที่ผ่านมานั้น เท่าที่สอบถามจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์มียอดยกเลิกการจองคอนโดมิเนียมประมาณ 6-10%

ทั้งนี้ หลังจาก​ที่ ธปท.​ออกเกณฑ์​ LTV​ และ​มีผลบังคับใช้​ตั้งแต่​เดือนเมษา​ยนที่ผ่านมา​ ส่งผล​ให้​ภาพรวมตลาดอสังหา​ริมทรัพย์​ชะลอตัว​ลง โดยช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคมยอดโอนลดลง 16%​ โดยเฉพาะ​ในส่วน​ของที่อยู่​อาศัย​แนวสูง​มียอดโอนหดตัว​ 27% ขณะที่ที่อยู่อาศัย​แนวราบหดตัว​ 4% แต่อย่างไรก็ตาม​ ในรอบ​ 5 เดือน​แรกของปีก่อน​ยอดโอนที่อยู่​อาศัย​เติบโต​ 5% เป็น​ส่วนของแนวราบ​เติบโต​ 11% และแนวสูงติดลบ​ 2% และในช่วง 6 เดือนแรกของปี​ใน​ส่วน​ของการกู้สัญญา​ที่​ 2 นั้น​ ที่อยู่อาศัย​แนวสูง​ลดลง​ 25% แนวราบ​เพิ่มขึ้น​ 3% และในส่วนของสัญญากู้แรกที่อยู่อาศัยแนวสูงเพิ่มขึ้น 6% แนวราบเพิ่มขึ้น 18%

"ถ้าจะถามว่าแบงก์ชาติพอใจผลจากมาตรการนี้ที่ออกมาหรือไม่ จากตัวเลขที่ออกมาว่าสัญญา 2 ในที่อยู่อาศัยแนวสูงซึ่งเป็นเป้าหมายในการซื้อเพื่อเก็งกำไรลดลงถึง 25% ขณะที่สัญญาแรกภาพรวมก็ยังเพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความต้องการซื้อที่แท้จริงยังมีไม่ได้ถูกกระทบไปด้วย ดังนั้น จึงน่าจะยังคงมาตรการนี้เอาไว้อีกระยะหนึ่งก่อน ขณะที่สินเชื่อที่อยู่อาศัยนั้นก็คงจะได้รับผลกระทบตามไปบ้าง โดยคาดว่าสินเชื่อที่อยู่อาศัยจะเติบโตได้ต่ำกว่า 8% ขณะที่เอ็นพีแอลน่าจะทรงตัวหรือเพิ่มขึ้นไม่มากนักจากไตรมาสแรกที่ 3.35%"

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ทั้งคอนโดมิเนียมและแนวราบจะติดลบ แต่สำนักวิจัยฯ พบว่า บ้านแฝดหรือบ้านที่อยู่อาศัยกึ่งกลางระหว่างบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์มีส่วนช่วยพยุงตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบ โดยช่วง 5 เดือนแรกของปีมีการโอนกรรมสิทธิ์บ้านแฝดเติบโตต่อเนื่องที่ 9% สูงกว่าตลาดที่อยู่อาศัยโดยรวมราว 2 เท่า ด้วย 4 จุดเด่น ได้แก่ ฟังก์ชันการใช้งานและความเป็นส่วนตัวไม่ต่างจากบ้านเดี่ยว แต่ราคาถูกกว่าถึง 30% เมื่อเทียบกับคอนโดมิเนียมขนาดครอบครัว รวมถึงบ้านแฝดมีราคาที่เข้าถึงง่ายกว่าและใช้เงินดาวน์น้อยกว่า นอกจากนี้ ยังอยู่ในทำเลที่ไม่ไกลจากแนวรถไฟฟ้าในอนาคต ตอบโจทย์ความสะดวกสบายในการเดินทางพอสมควร และคุณภาพของบ้านแฝดที่ดีในปัจจุบันหลังจากที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่เข้ามาในตลาด โดยคาดการณ์ในปี 2562-2563 จะมียูนิตเปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลประมาณ 6,700-7,500 ยูนิต หรือขยายตัวเฉลี่ย 18%
กำลังโหลดความคิดเห็น...