xs
xsm
sm
md
lg

โกลว์ พลังงานกวาดกำไรครึ่งปีแรกเฉียด 4 พันล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


โกลว์ พลังงาน ครึ่งปีแรกของปี 2562 อวดกำไรสุทธิ 3,990 ล้านบาท และมีรายได้รวม 26,579 ล้านบาท มี Normalized Net Profit 4.3 พันล้านบาท เดินหน้ายกระดับสู่โครงการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP Replacement) รายเดิมและรายใหม่ เตรียมก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ในส่วนแรกสำหรับสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 2 สัญญาประมาณกลางปี 2563 และคาดเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ปลายปี 2565

นายปจงวิช พงษ์ศิวาภัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) หรือ GLOW แจ้งผลงานไตรมาส 2 ปีนี้ว่ามีกำไรสุทธิ 2,089 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ทำไว้ 1,796 ล้านบาท และมี Normalized Net Profit (NNP) 1 จำนวน 2,216 ล้านบาท ซึ่งบริษัทมีกำไรส่วนของบริษัทใหญ่ (รวมผลจากการปรับปรุงบัญชีให้เป็นไปตามมาตรฐานบัญชีเกี่ยวกับสัญญาเช่าการเงิน และมาตรฐานบัญชีเกี่ยวกับรายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้า) 2,089.1 ล้าบาท เพิ่มขึ้น 16.3% จาก 1,796.0 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 2/2561 และถ้าไม่รวมผลจากการปรับปรุงบัญชีให้เป็นไปตามมาตรฐานบัญชีเกี่ยวกับสัญญาเช่าการเงิน และมาตรฐานบัญชีเกี่ยวกับรายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้า บริษัทฯ มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 2,358.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.5% จาก 1,820.5 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 2/2561

ส่งผลให้บริษัทมีรายได้รวมในไตรมาสนี้ 13,598 ล้านบาท มี EBITDA (ไม่รวมรายการปรับปรุงบัญชีให้เป็นไปตามมาตรฐานบัญชีเกี่ยวกับสัญญาเช่าการเงิน (TFRIC4) และมาตรฐานบัญชีเกี่ยวกับรายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้า (TFRS15)) จำนวน 4,782 ล้านบาท และในครึ่งปีแรกของปี 2562 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ (รวมผลจากการปรับปรุงบัญชีให้เป็นไปตามมาตรฐานบัญชีเกี่ยวกับสัญญาเช่าการเงิน และมาตรฐานบัญชีเกี่ยวกับรายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้า) 3,990.3 ล้านบาท ลดลง 9.5% จาก 4,410.2 ล้านบาท จากครึ่งแรกปีก่อนหน้า และถ้าไม่รวมผลงบกำไรขาดทุนรวม

ทั้งนี้ บริษัทมีรายได้รวมครึ่งปีแรก 26,579 ล้านบาท มี EBITDA (ไม่รวมรายการปรับปรุงบัญชีให้เป็นไปตามมาตรฐานบัญชีเกี่ยวกับสัญญาเช่าการเงิน (TFRIC4) และมาตรฐานบัญชีเกี่ยวกับรายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้า (TFRS15)) จำนวน 8,409 ล้านบาท มีกำไรสุทธิจำนวน 3,990 ล้านบาท และ Normalized Net Profit(NNP)[1] จำนวน 4,273 ล้านบาท

“ผลประกอบการครึ่งแรกของปีเป็นที่น่าพอใจ โดยในส่วนของกลุ่มธุรกิจโคเจเนอเรชัน ปริมาณความต้องการไฟฟ้าของกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อัตรากำไรของกลุ่มธุรกิจโคเจเนอเรชันในครึ่งแรกของปียังคงได้รับแรงกดดันจากราคาก๊าซธรรมชาติและราคาถ่านหินที่อยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าก๊าซธรรมชาติและถ่านหินจะมีระดับราคาที่ลดลงในไตรมาสที่สองก็ตาม ในส่วนของกลุ่มธุรกิจผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (IPP) นั้น โรงไฟฟ้าเก็คโค่-วันสามารถรักษาความพร้อมจ่ายในไตรมาสที่สองได้ในระดับที่ดีเยี่ยม หลังจากมีการซ่อมบำรุงตามแผนเป็นระยะเวลา 39 วันในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ ส่งผลให้บริษัทสามารถรักษาผลการดำเนินงานด้านการเงินที่แข็งแกร่งไว้ได้อย่างต่อเนื่อง


นอกจากนี้ ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาบริษัทได้ยื่นข้อเสนอการขายไฟฟ้าสำหรับโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กที่จะสิ้นสุดอายุสัญญาในปี 2562-2568 (SPP Replacement) ให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฝผ.) จำนวน 7 สัญญา โดยแต่ละสัญญาจะมีอายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 25 ปี ซึ่งโครงการเหล่านี้ถือเป็นการเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ของกลุ่มธุรกิจโคเจเนอเรชันในการจัดส่งไฟฟ้าและไอน้ำให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมทั้งรายเดิมและรายใหม่ บริษัทมีความมั่นใจและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อเสนอของบริษัทจะผ่านการพิจารณาจาก กฟผ.ครบทั้ง 7 สัญญาภายในเดือนสิงหาคมนี้ โดยหากข้อเสนอได้รับการเห็นชอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บริษัทจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ในส่วนแรกสำหรับสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 2 สัญญาประมาณกลางปี 2563 และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในช่วงปลายปี 2565”




กำลังโหลดความคิดเห็น...