xs
xsm
sm
md
lg

บล.โกลเบล็กมองหุ้นไทยช่วงนี้ปรับลง แกว่งในกรอบ 1,640-1,670 จุด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


GBS มองหุ้นไทยช่วงนี้ปรับลงแกว่งในกรอบ 1,640-1,670 จุด เกาะติดสงครามการค้า-เหตุระเบิดป่วนกรุงกดดันความเชื่อมั่น

ฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก (GBS) มองทิศทางตลาดหุ้นไทยช่วงนี้มีโอกาสปรับตัวลงจากแรงกดดันความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน หลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขู่รีดภาษีเพิ่มอีก 10% ต่อสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ มีผล 1 ก.ย.นี้ โดยทางการจีนก็ได้ยืนยันดำเนินมาตรการตอบโต้มาตรการดังกล่าว ซึ่งอาจส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังคงส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน หลังเกิดเหตุวางระเบิดกลางกรุงหลายจุด คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,640-1,670 จุด

นอกจากนี้ FedWatch ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ภาวการณ์ซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ของ CME Group บ่งชี้ว่านักลงทุนคาดการณ์ว่ามีโอกาสถึง 95.8% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมนโยบายการเงินวันที่ 17-18 ก.ย.นี้ จากระดับไม่ถึง 50% ในสัปดาห์ก่อน

ส่วนปัจจัยในประเทศนั้น ทางรัฐบาลใหม่ยังคงเดินหน้านโยบายหลักในการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ต่อเนื่อง และขณะเดียวกันรัฐมนตรีกระทรวงการคลังเตรียมเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแพกเกจใหญ่เสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือน ส.ค.นี้ หลังตัวเลขชี้วัดเศรษฐกิจครึ่งปีแรกมีแนวโน้มชะลอตัว

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า ในช่วงสั้นนักลงทุนยังคงวิตกกับเหตุการณ์ระเบิดหลายจุดในกรุงเทพฯ เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่มีแนวโน้มยืดเยื้อหลังจีนยืนยันดำเนินมาตรการตอบโต้สหรัฐฯ ที่เตรียมปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนอีก 10% วงเงิน 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐซึ่งจะมีต้นเดือน ก.ย.นี้ ประกอบกับสัปดาห์ที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติขายสุทธิอีกครั้ง

สำหรับปัจจัยที่ยังคงต้องจับตาต่อในสัปดาห์นี้ เช่น สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สภาผู้ส่งออก) แถลงสถานการณ์การส่งออกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง สหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือน มิ.ย.ในวันนี้ (6 ส.ค.) และในวันที่ 7 ส.ค. คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประชุมครั้งที่ 5/2562 ซึ่งเป็นการประชุมคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) นอกจากนี้ จีนจะมีการเปิดเผยทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของเดือน ก.ค.

ส่วนในวันที่ 8 ส.ค. ทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จะมีการเข้าหารือร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เกี่ยวกับสถานการณ์ค่าเงินบาทในปัจจุบัน และจีนจะมีการเปิดเผยยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าของเดือน ก.ค. รวมทั้งสหรัฐฯ เปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ สต๊อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือน มิ.ย. และในวันที่ 9 ส.ค. ญี่ปุ่นเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2562 จีนเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน ก.ค. สหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน ก.ค.

พร้อมทั้งแนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นที่น่าลงทุน ดังนี้ 1. หุ้น Defensive Stock เช่น EASTW, TTW, BCH, CPALL และ BJC 2. หุ้น High Dividend เช่น SIRI, QH, TISCO, KKP และ ANAN 3. หุ้น Theme EEC play เช่น AMATA, WHA, ROJNA, EASTW และ ATP30

สำหรับแนวทางการลงทุนในทองคำ นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก เปิดเผยว่า ทองคำยังคงได้รับแรงหนุนจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน อีกทั้งค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง และกองทุน SPDR ที่ยังซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทองคำมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ มองกรอบราคาทองคำสัปดาห์นี้ที่ 1,435-1,470 ดอลลาร์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยที่ 21,040-21,600 บาท


กำลังโหลดความคิดเห็น...